หางาน สมัครงาน งานราชการ รวมงานทั่วไทย ลงประกาศงานฟรี
รวมข้อมูลสำหรับการหางาน สมัครงาน การสัมภาษณ์งาน
เรื่องจริงฉากใหม่ ?ชาวเล? ?ชีวิตคนทำโฮมสเตย์? ตามฝัน-หารายได้-ถ่ายทอดวิถี
ธันวาคม 30th, 2009 by admin

คำว่า ?โฮมสเตย์? เป็นที่คุ้นหูคนไทยมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งก็หมายถึง ที่พักค้างแรมสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากจะสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนใน ท้องถิ่น-ในชุมชนต่าง ๆ และขณะเดียวกันคนที่คิดทำโฮมสเตย์จำนวนไม่น้อยก็มี วิถีชีวิตส่วนตัวที่น่าสนใจเช่นกัน ดังเช่นลูกค้าสินเชื่อนอกภาคเกษตรของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กลุ่มหนึ่ง ซึ่งเราจะมาดูกันในวันนี้

?

กับ ?วิถีชีวิตคนทำโฮมสเตย์? ที่ระนองและตราด…
?เก๊า-วิเชียร ยินดีเขต? เป็นเจ้าของบังกะโล ?มิสเตอร์เก๊า? บนเกาะพยาม จ.ระนอง เกาะที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทย มากนัก เขาคนนี้ต้องใช้เวลาและความพยายามในการเดินตามความฝันของตัวเองมา 13 ปี โดยเจ้าตัวเล่าให้ทีม ?วิถีชีวิต? ฟังว่า เดิมเป็นคนนนทบุรี เรียนจบการศึกษาระดับ ปวท. ที่สถาบันอาชีวศึกษาธนบุรี สาขาการเงินการธนาคาร หลังเรียนจบก็ทำงานเป็นพนักงานบริษัทมาหลายแห่ง
ด้วยความที่เป็นคนชอบทะเล ชอบดำน้ำ และมักจะเสาะหาสถานที่ใหม่ ๆ เพื่อไปเที่ยวดำน้ำดูปะการังอยู่เสมอ จนช่วงประมาณปี 2537 ก็ได้เจอกับเกาะพยาม ซึ่งแค่ครั้งแรกที่ได้เห็นก็เกิดชอบความเป็นธรรมชาติเงียบสงบขึ้นมาทันที จนกลายเป็นจุดที่เปลี่ยนวิถีชีวิตของตัวเขา เมื่อเกิดความฝันที่จะหันหลังให้เมืองใหญ่
เขากลับกรุงเทพฯและปรึกษาภรรยา แล้วตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่ทำ เพื่อเดินทางไปทำตามความฝันของตัวเองที่เกาะพยาม ด้วยการนำเงินที่รวบรวมไว้หาซื้อที่ เพื่อปลูกบ้านอยู่อาศัยที่นั่น
?ตอนแรกก็คิดที่จะปลูกเป็นบ้านพักตากอากาศไว้อยู่อย่างเดียว แต่เมื่อคิดไปคิดมา เกาะนี้สวย สงบอยากให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก ได้เห็นได้สัมผัสถึงบรรยากาศ จึงตัดสินใจที่จะทำธุรกิจบังกะโลไว้รองรับนักท่องเที่ยว และตัวเองก็จะได้ตั้งหลักอยู่ที่นี่เสียเลยด้วย?
หนุ่มใหญ่วัย 46 ปีที่ชื่อ เก๊า-วิเชียร เล่าต่อไปว่า ครอบครัวตนเอง ก็ไม่ใช่เป็นคนที่มีฐานะทางการเงินดี แต่ด้วยการเก็บออมก็ทำให้พอจะมีเงินสะสมอยู่บ้างเพื่อใช้ในการสร้างฝันในเบื้องต้น ซึ่งเมื่อตัดสินใจที่จะทำธุรกิจอยู่ที่เกาะพยาม ก็ยอมขายบ้านที่กรุงเทพฯ เพื่อนำมาเป็นเงินทุนในการสร้างบังกะโล
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจทำธุรกิจของเก๊าบนเกาะพยาม ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ง่ายอย่างที่คิด เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาต้องใช้ความอดทนอย่างมาก โดยเขาบอกว่าตอนที่ไปอยู่ใหม่ ๆ ลำบากมาก ถนนหนทางก็ยังไม่มี ความรู้เรื่องการก่อสร้างก็ไม่มีติดตัว ไหนจะคิดถึงลูกและภรรยาที่ช่วงแรกไม่ได้ไปอยู่ด้วยกัน
?มันเหมือนเริ่มจากศูนย์ แต่คิดกับตัวเองว่ายังไงก็ต้องทำให้ได้ และต้องทำให้สำเร็จ?
ลุยอยู่ประมาณ 2 ปี ในช่วงปี 2539 ก็สามารถสร้างบังกะโลได้ 3 หลัง แต่ในช่วงนั้นก็ยังไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวเท่าไหร่ เพราะถนนหนทาง ยังเข้าไม่ถึง บังกะโลของเขาจึงเงียบเหงา ไม่ค่อยมีลูกค้า
?เงินทุนที่มีอยู่ก็เริ่มหมดไปเรื่อย ๆ ยอมรับว่าช่วงนั้นท้อแท้มาก มองไม่เห็นหนทาง มีความคิดที่จะขายทิ้งอยู่เหมือนกัน แต่ที่สุดก็ตัดสินใจสู้ต่อ เพราะมันเป็นความฝันของเราเอง?
เขากลับเข้ากรุงเทพฯและหางานทำทำงานทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นรับเหมาก่อสร้าง ต่อเติมบ้าน เดินไฟ ขับแท็กซี่ เพื่อเป็นการหาเงินทุนเพิ่มเติม เพื่อจะมีเงินทุนกลับมาสู้ต่อ จนในปี 2546 ถนนเริ่มเข้าถึงบังกะโลของเก๊า ก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวเข้าพัก เริ่มจะมีรายได้เข้ามามากขึ้น จนรับภรรยาและลูกไปอยู่ด้วยกันได้ ซึ่ง ณ วันนี้ธุรกิจของเขาเริ่มที่จะก้าวเดินไปอย่างมั่นคงขึ้นเรื่อย ๆ มีการขยับขยายกิจการเป็นลำดับ
?ดีใจมากที่สร้างความฝันของตัวเองได้สำเร็จ สามารถเดินมาถึงจุดนี้ได้ด้วยตัวของเราเอง แม้มันอาจจะเหนื่อย แต่ก็คิดว่ามันคุ้มค่ามาก สำหรับคนที่มีความฝัน เมื่อเราตัดสินใจที่จะเดินตามความฝันของตัวเอง แล้วขอให้ตั้งใจ อดทน สู้ แล้วคุณจะได้มันมา? เจ้าของโฮมสเตย์มิสเตอร์เก๊ากล่าว
จากระนองไปที่ จ.ตราด ที่ ?เขานอก โฮมสเตย์? โฮมสเตย์นี้ตั้งขึ้นในหมู่บ้านชาวประมงบางเบ้า บนเกาะช้าง ต.เกาะช้างใต้ อ.แหลมงอบ ด้านหน้าติดทะเลด้านหลังติดเขาที่มีป่าไม้หนาแน่น โฮมสเตย์ธรรมชาติแห่งนี้เจ้าของ กิจการเป็นผู้หญิงคือ ?จิตรา อินพรหม? อายุ 43 ปี ซึ่งเจ้าตัวเล่าว่า ที่ดินที่ทำเป็นโฮมสเตย์ทุกวันนี้นั้นเป็นที่ดินจับจองมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ และแต่ก่อน ครอบครัวมีอาชีพทำประมง ทำกันมาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นยาย ออกเรือประมงไป หาปลา จับปลาหมึก และเลี้ยงปลากระชังควบคู่ไปด้วย
?การทำประมงนั้นก็พออยู่ได้ แม้ไม่ถึงกับร่ำรวย เพียงแต่รายได้นั้น จะไม่ค่อยแน่นอน บางเดือนก็ดี บางเดือนก็ไม่ดี แค่พอถู ๆ ไถ ๆ แต่ยังไงก็ยังไม่มีความคิดที่จะทิ้งอาชีพนี้ไป?
ส่วนการทำโฮมสเตย์ที่ทำควบคู่กับอาชีพประมง จิตราบอกว่า เริ่มมาจากช่วงที่เริ่มมีไฟฟ้าเข้าถึงบ้านบางเบ้า มีช่างไฟฟ้าเข้ามาทำงานเดินไฟ แล้วพวกเขาก็มาถามว่ามีบ้านอยู่ติดริมทะเลอย่างนี้ทำไมไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้ามาพักเหมือนกับที่อื่น ๆ บ้าง ก็เลยเริ่มมีความคิดว่าจะลองทำดูเป็นการหารายได้เสริมจากการทำประมง ช่วงนั้นก็ไม่ได้ทำจริงจัง โดยแขกรายแรกที่รับมาก็เป็นพวก ช่างไฟฟ้าที่มาถามนั่นเอง

?

เมื่อเริ่มเดินก้าวแรก และทำให้ผู้เข้าพักเกิดความประทับใจในบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ ก็มีการบอกปากต่อปากไปเรื่อย ๆ จนทำให้โฮมสเตย์ของจิตราเริ่มเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากขึ้นเป็นลำดับ
?ในช่วงแรก ๆ ที่เริ่มดำเนินการทำโฮมสเตย์นั้นลำบากและเหนื่อยมาก เพราะเราไม่มีความรู้ ต้องค่อย ๆ ศึกษาไป ก็อาศัยแขกที่เข้าพักช่วยแนะนำ อีกทางด้วย ค่อย ๆ ปรับปรุงไปเรื่อย ๆ?
เส้นทางการทำธุรกิจของจิตราก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ต้องเจอกับมรสุมหลายอย่าง…
?ช่วงแรกกิจการยังไม่ดี อาชีพประมงก็มีรายได้จุนเจือครอบครัวไม่แน่นอน กดดันมาก ตอนนั้นมีนายทุนมาขอซื้อที่ดินต่อ ให้ราคาดีด้วย เขาจะซื้อที่เรา 10 ไร่ ในราคา 36 ล้าน แต่เราไม่ขาย เพราะยังไงก็เป็นที่ดั้งเดิมของบรรพบุรุษ ยังไงก็ไม่ขาย พร้อมที่จะอดทนต่อสู้ อีกอย่างขายไปแล้วเราจะไปอยู่ที่ไหนเราโตมากับทะเล ก็ต้องอยู่กับทะเล จะให้ขายที่แล้วไปอยู่ในเมืองคงไม่เอา? จิตรากล่าว
หลังจากการต่อสู้อดทน กิจการโฮมสเตย์ก็เริ่มดีขึ้น ลูกค้าเริ่มเข้าใช้บริการมากขึ้น จนทำให้มีรายได้มากขึ้น พอที่จะขยายบ้านพักเพิ่มขึ้น จนก้าวที่สอง-ที่สามตามมาด้วยการทำกิจการเป็นรูปเป็นร่างเป็นจริงเป็นจังมากขึ้น ซึ่งในปี 2549 ก็เริ่มสมบูรณ์แบบ โดยจิตราบอกว่า การทำโฮมสเตย์นั้นนอกจากบริเวณ ที่พักต้องเป็นธรรมชาติอากาศสดชื่นแล้ว ความปลอดภัย ความสะอาดของ สถานที่ ก็ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง และต้องสร้างความเป็นกันเอง ความสนิทสนม ทำให้ลูกค้าที่เข้ามาพักคิดว่ามาพักกับญาติ นี่เป็นเคล็ดลับของโฮมสเตย์ที่ทำ
ถามว่าเมื่อกิจการดีขึ้นแล้วต่อไปจะทิ้งอาชีพประมงหรือเปล่า ? เจ้าตัวยืนยันว่า อย่างที่บอกคือโตมากับทะเล ลืมตามาก็เจอทะเล โตมาทุกวันนี้ได้ก็เพราะทรัพยากรที่มีอยู่ในทะเล ถึงจะหันมายึดทำโฮมสเตย์อย่างเป็นจริง เป็นจังด้วย แต่กับอาชีพทำประมงที่เป็นอาชีพดั้งเดิมก็จะไม่ทิ้ง แค่ทำน้อยลง ทำประมงกันช่วงประมาณเดือน มิ.ย.-พ.ย. ที่เป็นช่วงโลว์ซีซั่นมีนักท่องเที่ยวน้อย เพื่อเป็นรายได้เสริมอีกด้านหนึ่ง
?ถึงกิจการโฮมสเตย์จะเป็นอาชีพที่ไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องตากแดด ได้อยู่กับบ้าน ดีกว่าอาชีพประมง แต่เราก็ทำใจทิ้งอาชีพประมงของเราไม่ได้อยู่ดี เพราะมันอยู่ในสายเลือด? จิตรา-เจ้าของกิจการเขานอกโฮมสเตย์กล่าว
ต่อไปมาสัมผัสกับเจ้าของโฮมสเตย์อีกแห่งคือ ?มานัส สิญญานันท์? เจ้าของกิจการ ?โฮมสเตย์ซีฟู้ด? ต.ท่าโสม อ.เขาสมิง จ.ตราด ท่ามกลางบรรยากาศวิถีชีวิตของชาวประมง ใช้บ้านที่สร้างขึ้นเพื่อดูแลกระชังปลา กระชังหอย มาทำเป็นโฮมสเตย์รองรับนักท่องเที่ยว สร้างรายได้เสริมจากอาชีพประมง
มานัสเป็นคนท้องถิ่นของที่นี่ เกิดมาก็เจอทะเลเช่นกัน ครอบครัวเขาหากิน กับทะเลมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ โตมาได้ก็เพราะ กุ้ง หอย ปู ปลา ที่อยู่ในทะเล เพราะฉะนั้นอาชีพประมงจึงเป็นอาชีพหลักของเขา แต่ก็ทำสวนยางพารา ไร่สับปะรด ควบคู่กันไปด้วย และภายหลังก็มาเพิ่มโฮมสเตย์อีกอย่าง
?ผมเริ่มจากการทำอาชีพประมง หาปลาขายเลี้ยงครอบครัว แต่ตอนหลังมีรายได้ไม่แน่นอน ไม่มีตลาดที่จะส่งสินค้า จึงต้องหยุดออกหาปลา แล้วหันมาเช่าที่ในทะเลกับกรมเจ้าท่าประมาณ 20 ไร่ เพื่อที่จะเลี้ยงปลา เลี้ยงหอยในกระชัง แทนการทำประมงแบบออกไปหาปลา?
แล้วการพลิกผันทำกิจการโฮมสเตย์ควบคู่ไปด้วยก็เกิดขึ้น ณ จุดนี้ โดยมานัสเล่าว่า หลังจากเริ่มทำกระชังปลาก็จะต้องไปสร้างบ้านไว้เพื่อเอาไว้อยู่เฝ้ากระชังปลา แรกก็ไม่ได้คิดว่าจะมาทำเป็นโฮมสเตย์อะไร แต่เพื่อน ๆ ก็ชอบมาเที่ยวนอนพักที่บ้านที่เฝ้ากระชัง แล้วเกิดชอบ ติดใจบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ สงบ เย็นสบาย เหมาะแก่การพักผ่อน เพื่อนก็แนะนำให้ทำเป็นโฮมสเตย์ไว้รับ นักท่องเที่ยว ก็เลยเกิดความคิดที่จะทำ
?เพราะคิดว่าอย่างน้อยก็สามารถสร้างรายได้เสริมจากการเลี้ยงปลากระชัง แถมยังจะได้ให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้ถึงวิถีชุมชน ความเป็นชาวประมงของพวกเราอีกด้วย?
ปี 2547 มานัสเริ่มทำกิจการโฮมสเตย์จริงจังขึ้นอีก ซึ่งด้วยบรรยากาศธรรมชาติที่สงบเงียบ สบาย ๆ และเทคนิคการทำให้นักท่องเที่ยวที่เข้าพักรู้สึกว่าเหมือนพักกับญาติ ให้ทำตัวตามสบายเหมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ก็ทำให้นักนัท่องเที่ยวติดใจบอกต่อกันไป จนวันนี้โฮมสเตย์ของมานัส เป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อย ๆ
?ผมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องมีรายได้ที่ดีจากจุดนี้ บางเดือนก็ดี บางเดือนอาจไม่ดี ก็พออยู่ได้ ผมคิดว่าความสุขไม่ได้อยู่ที่เงินทองที่มีมากมาย แต่ความสุขนั้นอยู่ที่ความสบายใจ แค่เรามีอาชีพทำก็พอแล้ว ซึ่งผมอยากทำ โฮมสเตย์และก็จะต้องทำให้สำเร็จ ก็เพราะอยากให้คนได้รู้ถึงวิถีชีวิตคนประมง ว่ามีความเป็นอยู่อย่างไรกัน? มานัส-เจ้าของโฮมสเตย์ซีฟู้ดระบุ
คนทำโฮมสเตย์กลุ่มนี้ ลูกค้าสินเชื่อด้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของ ธ.ก.ส. 3 คนนี้ คนหนึ่งเพราะ ?ตามฝัน? คนหนึ่งเพื่อ ?หารายได้เสริม? ขณะที่อีกคนยืนยันว่าทำเพราะ ?ต้องการถ่ายทอดวิถีชาวเล? อาจจะมีจุดเริ่ม-จุดเน้นต่างกันไป แต่ก็มีจุดร่วมเดียวกันในความเป็น ?ชีวิตคนทำโฮมสเตย์? ที่แท้จริง ก้าวเดินสู่ความสำเร็จในสิ่งที่ทำนี้ได้ก็ด้วยการดำรงไว้ซึ่งวิถีชีวิตแห่งชุมชน และความเป็นตัวตนดั้งเดิม…
ไม่ฝันจะรวยล้นฟ้า…มีความสุขอย่างพอเพียง !!.

หมายเหตุ: ที่มาเดลินิวส์ออนไลน์

Posted in Tip&Tools

แจกฟรี ชาชุดทดสองสลายไขมัน