มิ.ย. 09 2010

กระเป๋าจากเศษหนัง

การผลิตกระเป๋าหนังแท้นี้เป็นการสร้างอาชีพในชุมชนจักรสุภา ที่ส่วนมากคนในชุมชนจะทำงานโรงงาน และช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีก็จะตกงานเสียส่วนมาก ดังนั้น จึงมีการรวมกลุ่มขึ้นมา ทำอาชีพเย็บกระเป๋าจากหนังแท้

การผลิตสินค้าให้สามารถขายได้ในราคาไม่แพง ได้รับความนิยมเพราะมีแบบเฉพาะ หรือเอกลักษณ์ของตนเอง และยังสามารถตามแฟชั่นได้ นอกจากความสามารถในการออกแบบแล้ว การใช้วัสดุหรือวัตถุดิบที่มีคุณภาพอย่างมีประสิทธิภาพก็เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งทีม ช่องทางทำกิน ได้พบตัวอย่างหรือต้นแบบของหลักคิดดังกล่าว และนำมาเล่าสู่กันฟัง กับสินค้า กระเป๋าจากเศษหนัง

ปทุมทิพย์ เอี่ยมสะอาด ประธานกลุ่มอาชีพผลิตกระเป๋าหนังแท้-ชุมชนจักรสุภา อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เล่าว่า การผลิตกระเป๋าหนังแท้นี้เป็นการสร้างอาชีพในชุมชนจักรสุภา ที่ส่วนมากคนในชุมชนจะทำงานโรงงาน และช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีก็จะตกงานเสียส่วนมาก ดังนั้น จึงมีการรวมกลุ่มขึ้นมา โดยมีแกนนำคือ คุณป้าวิมล เดชะบุญ ประธานกลุ่มฯ คนเดิม ซึ่งทำอาชีพเย็บกระเป๋าจากหนังแท้

ด้วยความที่จะต้องการขายกระเป๋าในราคาไม่แพง พร้อม ๆ ไปกับการมีลวดลายการออกแบบเป็นของตนเอง จึงใช้เศษหนังแท้แทนหนังที่เป็นแผ่นใหญ่ ๆ เพื่อเป็นการประหยัดต้นทุน โดยมีเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัด เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัด เข้ามาช่วยอบรม รวมไปถึงช่วยด้านการตลาดด้วย เพราะส่วนมากจะขายสินค้าตามงานแสดงสินค้าต่าง ๆ ซึ่งส่วนราชการจะเป็นฝ่ายจัดหาให้ โดยกระเป๋าที่ทำนั้นมีหลายขนาด หลายแบบ และหลายราคา ตั้งแต่ 29-2,500 บาท แต่แบบที่ขายดีคือที่ราคาเฉลี่ย 29-59 บาท ด้วยราคาที่ไม่สูงจึงเป็นสินค้าที่ขายได้เรื่อย ๆ เหมาะทั้งกับการซื้อใช้เอง หรือเป็นของฝากได้ทุกเทศกาล จึงเป็นที่นิยม ขายได้เรื่อย ๆ

สำหรับการลงทุน-การจะทำอาชีพนี้ ปทุมทิพย์บอกว่า อย่างน้อยต้องพอมีฝีมือหรือทักษะทางช่างอยู่บ้าง เพราะอุปกรณ์ที่ใช้จะเป็นอุปกรณ์งานช่างต่าง ๆ รวมไปถึงจักรอุตสาหกรรมด้วย

ส่วนวัสดุผลิตกระเป๋านั้น หลัก ๆ ที่ใช้ ได้แก่ เศษหนังแท้ ซึ่งเป็นหนังวัวซื้อมาจากโรงงานผลิตกระเป๋าหนังย่านนวนคร ในราคา กก.ละ 35-150 บาท (ขึ้นกับขนาด), แผ่นโฟมทำพื้นกระเป๋าสีดำ ราคาแผ่นละ 28 บาท

กระเป๋าจากเศษหนัง

วิธีทำ

เริ่มที่วาดแบบกระเป๋าลงบนโฟมซึ่งแบบกระเป๋า คล้าย ๆ แบบเสื้อผ้านั่นเอง จากนั้นทากาวลงบนแผ่นโฟมบาง ๆ แล้วค่อย ๆ วางเศษผ้าลงบนโฟม ซึ่งการวางเศษผ้าลงบนโฟมเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง โดยมีหลักว่าจะต้องเรียงเศษผ้าในแนวยาว และจะต้องใช้ประโยชน์จากเศษผ้าให้มากที่สุด ตัดทิ้งให้น้อยที่สุด

ดังนั้น แม้ว่าแบบกระเป๋าจะเป็นแบบเดียวกัน แต่ลายกระเป๋าแต่ละใบก็จะไม่เหมือนกัน เพราะตกแต่งขึ้นมาด้วยเศษผ้าแต่ละชิ้น-แต่ละสีที่ไม่เหมือนกันนั่นเอง

เมื่อทำลายบนกระเป๋าได้เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือ การแซกกระเป๋า ซึ่งขั้นตอนนี้จะต้องใช้จักรอุตสาหกรรมเพื่อเย็บริมขอบเศษผ้าให้เป็นลายดู สวยงาม และเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยด้ายที่ใช้คือสีดำและสีน้ำตาลเท่านั้น รวมไปถึงขั้นตอนต่อไปคือ การเย็บผ้าซับใน, เจาะช่องซิป, ติดกระดุม, ใส่พวงกุญแจ และประกอบเป็นตัวกระเป๋า ซึ่งจะต้องใช้จักรอุตสาหกรรมอีกครั้งหนึ่ง

หลังจากประกอบตัวกระเป๋าแล้ว ก็ตรวจสอบความเรียบร้อยอีก ครั้งว่าจะต้องแก้ไขรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อะไรอีกหรือไม่ ถ้าไม่มีปัญหา ขั้นตอนสุดท้ายคือ ขัดน้ำยาเพื่อเคลือบเงากระเป๋า เท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อย

ปทุมทิพย์บอกว่า เศษหนัง 2.5 กก. จะทำกระเป๋าใบใหญ่ได้ 1 ใบ ถ้าเป็นกระเป๋าใบเล็ก เศษหนัง 1 กก.จะทำได้ประมาณ 15 ใบ ส่วนแผ่นโฟม 1 แผ่นทำกระเป๋าใบใหญ่ได้ 2 ใบ ทำกระเป๋าใบเล็กได้ราว 25 ใบ

ทั้งนี้ สำหรับเงินลงทุนในอาชีพนี้นั้น ถ้าทำเป็นกลุ่มใหญ่ในเบื้องต้นจะใช้ทุนอุปกรณ์ประมาณ 250,000 บาท ซึ่งเป็นต้นทุนสำหรับอุปกรณ์เครื่องมือช่าง และจักรอุตสาหกรรม โดยเป็นการลงทุนครั้งแรกและครั้งเดียว ใช้ได้ไปตลอด ส่วนจะคืนทุนเร็วหรือช้านั้นขึ้นอยู่กับปริมาณยอดขาย

ขณะที่เรื่องกำไรหลักหักค่าใช้จ่ายของกระเป๋าต่อใบนั้น ปทุมทิพย์บอกว่า อยู่ที่ประมาณ 40% จากราคาขาย ซึ่งก็นับว่าเป็นรายได้ที่ดี และเป็นอีกหนึ่ง ช่องทางทำกิน ที่น่าสนใจทีเดียว

ใครสนใจ กระเป๋าจากเศษหนัง ต้องการติดต่อกับ ปทุมทิพย์ เอี่ยมสะอาด ประธานกลุ่มอาชีพผลิตกระเป๋าหนังแท้ ก็ติดต่อได้ที่ 34/51 ชุมชนจักรสุภา หมู่ 2 ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โทร. 0-2957-0237, 0-2957-0007 และ 08-1485-5812.

ที่มา : เดลินิวส์

มิ.ย. 09 2010

โคมไฟดินหอม ต่อยอดงานปั้น

เครื่องปั้นดินเผา สินค้าหัตถกรรมประเภทงานปั้น อย่างเช่น โคมไฟดินหอม ที่ต่อยอดและผสมผสานงานปั้น สร้างเอกลักษณ์เพิ่มมูลค่าให้สินค้า ในรูปแบบของงานที่ไม่ซ้ำกัน Read more »

มิ.ย. 08 2010

ดอกไม้ดินญี่ปุ่น โอท็อป 5 ดาว

กลุ่มหัตถศิลป์หญ้าสยามทำธุรกิจ ดอกไม้ดินญี่ปุ่น ได้พัฒนาต่อยอดสินค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้าน ดีไซน์ และบรรจุภัณฑ์ จนได้รับคัดเลือกให้เป็นโอทอป 5 ดาวระดับประเทศ

กลุ่มหัตถศิลป์หญ้าสยาม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ ทำธุรกิจ ดอกไม้ประดิษฐ์จากดินญี่ปุ่น มานานกว่า 10 ปี มีจุดเด่นคือเหมือนดอกไม้สดจริง ทั้งยังสร้างสรรค์แบบใหม่ ๆ เพิ่มความหลากหลาย สนองตอบความต้องการลูกค้าได้อย่างดี จนก้าวไกลถึงระดับส่งออกได้ วันนี้ทีม ช่องทางทำกิน มีเรื่องราวมาเล่าสู่ Read more »

มิ.ย. 08 2010

งานเปเปอร์มาเช่ กล่องรับซอง

งานกระดาษ หรือ งานเปเปอร์มาเช่ อย่างเช่นงาน กล่องรับซอง มีกลุ่มลูกค้าคือผู้ที่จัดงานมงคล โดยเฉพาะงานวิวาห์ Read more »

มิ.ย. 07 2010

โคมไฟกะลามะพร้าว งานสร้าง

พีรพล โสวัตร จากกลุ่มเยาวชนผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าวและงานไม้ เจ้าของผลงาน โคมไฟกะลามะพร้าว เป็นงานสร้างสรรค์ใส่ไอเดีย ใช้ทุนต่ำ สร้างรายได้ อย่างงาม

กะลามะพร้าว ที่เคยไม่มีค่า หลัง ๆ มีการนำมาใช้ประโยชน์-สร้างมูลค่าได้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งถ้านำมาสร้างสรรค์ใส่ไอเดีย บวกฝีมือ วัสดุที่เคยถูกทิ้งไม่มีราคาอย่างกะลามะพร้าวก็จะกลายเป็นชิ้นงานที่มีคุณ ค่า-มีราคา อย่างเช่น โคมไฟกะลามะพร้าว ที่ทีม ช่องทางทำกิน มีข้อมูลมานำเสนอในวันนี้ Read more »

มิ.ย. 05 2010

งานบายศรี จากใบตอง

งานบายศรีประดิษฐ์จากใบตอง ใช้ในการประกอบพิธีต่าง ๆ งานพิธีมงคลแทบทุกพิธี และเป็นบายศรีที่ขายได้ตลอดทั้งปี Read more »

มิ.ย. 05 2010

ยาหม่องแฟนซี

การสร้างความแตกต่างให้กับงานที่ทำ คือ การนำงานปั้นจิ๋วผสมผสานงานด้านศิลปะโดยทำให้เป็นเรื่องราว เป็นซีรีส์ สร้างจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ ทำให้ยาหม่องแฟนซี สร้างรายได้อย่า่งงาม??

การปั้นของจิ๋วจากดินเป็นงานศิลปะอีกอย่างหนึ่งที่สามารถทำเป็นอาชีพได้ และงานปั้นของจิ๋วนั้นก็สามารถต่อยอดสร้างสรรค์เป็นสินค้าได้หลากหลาย เป็นการเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับงานได้เป็นอย่างดี อย่าง ยาหม่องแฟนซี ที่ทีม ช่องทางทำกิน จะนำเสนอในวันนี้ ก็เป็นการต่อยอดการปั้นดินรูปแบบหนึ่ง

ณภัสสรณ์ ทวีภพรไพศาล เจ้าของร้าน ภา-ภัส อาร์ต แอนด์ โมเดล ทำงานด้านศิลปะทั้งวาดภาพและการปั้นของจิ๋วมานาน เจ้าตัวเล่าว่า ชื่นชอบการวาดภาพมาตั้งแต่เด็ก สมัยเรียนก็วาดภาพส่งประกวดตลอด ตอนหลังก็ทำงานด้านศิลปะวาดภาพมาเรื่อย จากนั้นก็เริ่มมองหางานศิลปะที่แปลกไปจากการวาดภาพ

ในที่สุดก็มาสนใจงานปั้นโมเดลของจิ๋ว

ตอนนั้นเริ่มจากการนำขนมปังผสมกับแป้ง ปั้นเป็นรูปผัก ผลไม้ และนำไปทำเป็นชิ้นงานเล็ก ๆ พวก กิ๊บติดผม ตุ้มหู แล้วก็ไปหาตลาดขายส่งที่สำเพ็ง ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

ณภัสสรณ์เล่าต่อว่า ทำงานนี้อยู่ระยะหนึ่งก็เริ่มเห็นว่าการใช้ขนมปังผสมแป้งเป็นวัตถุดิบนั้น มีพวกแมลงชอบมากัดแทะกิน จึงต้องมองหาวัตถุดิบชนิดอื่นแทน โดยเป็นการคิดสูตรผสมดินสำหรับการปั้นขึ้นมาเอง ซึ่งกว่าจะได้สูตรที่ลงตัวก็ใช้เวลาลองผิดลองถูกอยู่นานทีเดียว

นอกจากนี้ หลังจากทำงานปั้นได้ระยะหนึ่งก็เริ่มมีแนวคิดที่จะทำงานปั้นให้แปลกใหม่ แตกต่างไปจากงานปั้นของจิ๋วทั่วไป เพื่อให้งานปั้นของจิ๋วมีความหลากหลายมากขึ้น และยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับชิ้นงานด้วย

การสร้างความแตกต่างให้กับงานที่ทำของณภัสสรณ์ก็คือ การนำงานปั้นจิ๋วผสมผสานงานด้านศิลปะโดยทำให้เป็นเรื่องราว เป็นซีรีส์ สร้างจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ โดยเลียนแบบความเป็นอยู่วิถีชาวบ้านสมัยโบราณ และเรื่องราววิถีชีวิตและวัฒนธรรมประเพณีของคนไทยแต่ละยุคสมัย โดยการย่อส่วนให้คล้ายของจริงมากที่สุด

ไม่เท่านั้น ยังมีการต่อยอดงานปั้นนำไปประดิษฐ์ตกแต่งเป็นงานอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ โคมไฟ กรอบรูป นาฬิกา หรือจะปั้นเป็นรูปต่าง ๆ ไว้สำหรับตั้งโชว์ก็ได้

ศิลปะงานปั้นของจิ๋วนั้นสามารถนำไปต่อยอดทำเป็นสินค้าอื่น ๆ ได้อีกหลากหลาย ขึ้นอยู่กับว่าคนที่ทำมีความคิดสร้างสรรค์แค่ไหน ถ้าเรามีไอเดีย เราก็สามารถที่จะเล่นสนุกกับงานปั้นจิ๋วตัวนี้ได้มากมาย

ณภัสสรณ์บอกอีกว่า สำหรับคนที่ไม่มีความรู้เรื่องการปั้นมาก่อนเลย ก็สามารถเรียนรู้การปั้นเบื้องต้นได้ในเวลาแค่ 1 วัน สามารถ ปั้นเป็นรูปผัก ผลไม้ หรือรูปสัตว์ได้ แต่ที่สำคัญคือคนที่จะทำอาชีพนี้จะต้องมีใจรัก มีความคิดสร้างสรรค์ เพราะจะต้องมีการพัฒนาสินค้าไปเรื่อย ๆ ไม่อยู่นิ่ง เพื่อเป็นตัวเลือกใหม่ ๆ ให้ลูกค้า

สำหรับการทำ ยาหม่องแฟนซี แล้วมีการใช้เทคนิคการปั้นเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ ใส่ลงบนฝาขวดด้วย ซึ่งเป็นอีกรูปแบบงานต่อยอด นี่ก็สามารถเรียนได้ในเวลาแค่ 1 วัน และก็สามารถทำเป็นอาชีพได้

วัสดุอุปกรณ์ ในการทำก็มี ยาหม่องที่บรรจุขวด, ดินสำหรับใช้ปั้น, กาวยู้ฮู, กาวตราช้าง, เส้นลวด, คีม, แล็กเกอร์ เป็นต้น โดยยาหม่องบรรจุขวดใช้ขนาด 20 กรัม และ 50 กรัม เป็นยาหม่องกลิ่นสมุนไพรไทย มีอยู่ประมาณ 15 กลิ่น ส่วนดินที่ใช้ปั้นนั้นจะเป็นสูตรที่คิดขึ้นมา จะเป็นดินที่ผสมเป็นสีต่าง ๆ ไว้แล้ว โดยสีที่ผสมนั้นจะเป็นสีน้ำมัน ก้อนหนึ่งก็ตกประมาณ 120 บาท สามารถปั้นได้หลายสิบชิ้น ซึ่งนอกจากชิ้นงานสำเร็จรูปแล้ว ทางณภัสสรณ์ยังมีการจำหน่ายวัสดุทั้ง 2 อย่างนี้ด้วย

ยาหม่องแฟนซี

ขั้นตอนการทำยาหม่องแฟนซี

บวกงานปั้นดินจิ๋ว เริ่มจากสเกตช์แบบที่ต้องการจะทำขึ้นมาก่อน เมื่อได้แบบแล้วก็เริ่มทำการปั้น โดยนำดินที่ใช้สำหรับปั้นสีตามที่ต้องการมาปั้นให้เป็นก้อนกลม ๆ พอประมาณ จากนั้นนำขวดยาหม่องมาทากาวยู้ฮูลงบนฝาขวด นำดินที่ปั้นเป็นก้อนกลมติดลงบนฝาขวดปั้นไล่ให้ดินหุ้มฝาขวด จากนั้นปั้นให้เป็นรูปโครงหน้าหรือหัวสัตว์ต่าง ๆ ที่ได้ออกแบบไว้ และตกแต่งชิ้นส่วน

เริ่มจากส่วนหู โดยปั้นหูแล้วนำมาต่อที่ส่วนหัวโดยใช้เส้นลวดเสียบติด ใช้กาวตราช้างติดให้แน่นอีกที จากนั้นก็ตกแต่งลูกตา จมูก ปาก เรียบร้อยก็ตั้งพักไว้ให้ดินแห้ง ใช้แล็กเกอร์ทาเคลือบ เท่านี้ก็เรียบร้อย

ยาหม่องแฟนซีของร้านนี้ ราคาก็แตกต่างกันไปตามขนาดและงานปั้น ถ้าเป็นรูปสัตว์ราคาอยู่ที่ 79 บาท ถ้าปั้นเป็นรูปหน้าเหมือนราคาอยู่ที่ 450 บาท หรืออาจมีราคาสูงถึง 1,000 บาท ขึ้นอยู่กับความยากง่าย และรายละเอียดของงาน นอกจากนั้นที่ร้านนี้ยังมีสินค้ารูปแบบอื่น ๆ อีกหลากหลาย ซึ่งในส่วนของทุนวัสดุนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 40% จากราคาขาย ขณะที่ทุนเบื้องต้นถ้าทำ เล็ก ๆ ประมาณไม่เกิน 2,000 บาทก็ทำได้แล้ว

ใครสนใจ ยาหม่องแฟนซี หรือสินค้า อื่น ๆ หรืออยากเรียนรู้เทคนิคการปั้นดินจิ๋วจากณภัสสรณ์ ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ 2044 ศูนย์การค้าแฮปปี้แลนด์เซ็นเตอร์ ชั้น 2 ถนนลาดพร้าว เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ โทร. 08-1924-0033 ซึ่งการทำอาชีพนี้ยังสามารถทำรายได้จากการรับออร์เดอร์สั่งทำชิ้นงาน ต่าง ๆ ด้วย

ที่มา : เดลินิวส์

พ.ค. 22 2010

?ลูกชุบ? ไม่ธรรมดา เล็กๆ แต่ทำเงินก้อนโต

?ลูกชุบ? ขนมไทยชนิดนี้ไม่เพียงเป็นที่ชื่นชอบของคนไทย คนรุ่นใหม่ ๆ ยุคนี้ยังเริ่มเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงามน่ารัก อาศัยฝีมือในการประดิดประดอย สีสันที่สดใส และรสชาติที่อร่อยถูกปากคนทั่วไป ทั้ง ๆ ที่เป็นขนมที่ทำจากถั่วเขียวกวนธรรมดา ก็สามารถสร้างเงินและสร้างรายได้อย่างน่าทึ่ง

วันนี้ทีม ?ช่องทางทำกิน? มีข้อมูล ?ลูกชุบ? มาบอกกล่าวกัน… Read more »

พ.ค. 19 2010

เสื้อผ้าสุนัข ขายดีไซน์

เพราะปัจจุบันคนที่นิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงให้ความสนใจดูแลสัตว์เลี้ยงของตนมากขึ้น สารพัดสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงจึงกลายเป็นสินค้าทำเงินได้ดี เป็นตลาดที่ใหญ่ ซึ่งแม้จะมีการแข่งขันสูง แต่ก็พอมีช่องว่างที่จะให้แทรกตัวเข้าไปได้ หากมีใจรัก มีความสามารถ และมีไอเดียดี ๆ วันนี้ทีม ?ช่องทางทำกิน? ก็มีเรื่องนี้มานำเสนอ

สมประสงค์ กิจทวีประเสริฐ หรือ เก๋ เป็นผู้ผลิต ?เสื้อผ้าสุนัข? ในชื่อ ?ป๊อกกี้ ด๊อก? เจ้าตัวเล่าถึงที่มาของการทำเสื้อผ้าสุนัขจำหน่ายว่า เริ่มจากมีใจรักสุนัขจริง ๆ เพราะเลี้ยงมานานกว่า 7 ปี จนเกิดความรัก-ความผูกพัน เจ้าสุนัขที่ว่ามี 3 สายพันธุ์ คือ พุดเดิล เทอร์เรีย ยอร์กเชีย Read more »