ผู้ทำยางแผ่นดิบ, ผู้ทำยางเครป
นิยามอาชีพ
????????? ยางแผ่นดิบ นำน้ำยางสดมาผ่านกระบวนการทำยางแผ่นดิบ กรองน้ำยางให้สะอาด เจือจางด้วยน้ำสะอาดและทำให้ยางจับตัวในตะกงด้วยน้ำกรดตามชนิดและปริมาณที่กำหนด แล้วรีดแผ่นยางด้วยเครื่องรีดมือ หรือระบบอัตโนมัติ แล้วผึ่งแผ่นยางดิบให้สะเด็ดน้ำและแห้ง
?ยางเครป ยางเครปจากเศษยางดิบ นำน้ำยางสดหรือหางน้ำยางมาผสมกับกรดตามชนิดและปริมาณที่กำหนดเพื่อทำยางเครป เมื่อน้ำยางจับตัวเป็นยางเต้าหู้แล้วนำไปผ่านชุดเครื่องรีดเครป ล้างแผ่นยางเครปให้สะอาด แขวนแผ่นยางเครปบนราว ผึ่งไว้ในที่ร่มหรืออบแห้งในเตาอบที่ควบคุมอุณหภูมิให้ได้ยางเครปขาว/เครปสีจาง หรือสกิมเครป (ยางเครปขาว/เครปสีจาง ใช้น้ำยางสดมาผลิต ยางสกิมเครปใช้หางน้ำยางมาผลิต ส่วนเครปสีน้ำตาล หรือสีดำใช้เศษยางมาผลิต โดยผ่านกระบวนการรีดเครป เช่นเดียวกับยางเครปขาว)
?
ลักษณะของงานที่ทำ
????????? โดยทั่วไป เกษตรกรชาวสวนยางจะทำการกรีดยางและทำยางแผ่นดิบเอง โดยจะกรีดยางในช่วงเช้าของทุกวันที่ฝนไม่ตก แล้วพักช่วงเวลา 2 ? 4 ชั่วโมง จากนั้นจึงกลับมาเก็บน้ำยางดิบ เพื่อขายเป็นน้ำยางสดแก่โรงงานผู้รับซื้อทันที แต่ในบางพื้นที่ที่ห่างไกลจากโรงงานแปรรูปน้ำยางสด (ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ของประเทศไทยมีโรงงานแปรรูปน้อย) เกษตรกรก็จะรีบนำน้ำยางดิบไปทำเป็นแผ่นยาง ณ โรงเรือนที่ถูกจัดสร้างขึ้นทันที ภายในโรงเรือน ประกอบด้วย เครื่องรีดแผ่นยาง 2 ตัว ถ้วยตวงน้ำยาง ตะกง ตะแกรง (กรองเศษปนเปื้อน) และสารละลาย (กรดฟอร์มิค)
?ขั้นตอนการทำยางแผ่นมีดังนี้
?1. บรรจุน้ำยางดิบ หรือน้ำยางสดที่เก็บรวบรวมได้ใส่ภาชนะที่เป็นพลาสติก หรืออะลูมิเนียมทันที และลำเลียงมายังโรงเรือน ซึ่งเป็นสถานที่รีดแผ่นยาง
?2. กรองน้ำยางให้สะอาด ด้วยตะแกรงกรองเบอร์ 40 และเบอร์ 60
?3. เติมน้ำสะอาดผสมลงในน้ำยางที่กรองแล้ว ในอัตราส่วนน้ำยาง 3 หรือ 4 ส่วนต่อน้ำ 1 ส่วน
?4. ตวงส่วนผสมของน้ำยางและน้ำที่ผ่านการกรองแล้วนี้ใส่ตะกงอะลูมิเนียมตะกงละ 3 ? 4 ลิตร
?5. ผสมสารละลายกรดฟอร์มิค 1 กระป๋องต่อน้ำยาง 1 ตะกง แล้วกวนน้ำยางไปมาหลายๆ ครั้ง (เกษตรกร
จะเตรียมสารละลายกรดฟอร์มิคไว้ล่วงหน้า โดยใช้อัตราส่วนกรดฟอร์มิค 2 ช้อนสังกะสีต่อน้ำสะอาด 3 กระป๋องนม)
?6. ช้อนฟองอากาศที่เกิดจากการกวนออกให้หมด ซึ่งฟองอากาศนี้สามารถนำไปทำเป็นขี้ยางชั้นดีได้ จากนั้นปิดฝาตะกงเพื่อป้องกันสิ่งสกปรกตกลงไป แล้วตั้งทิ้งไว้ประมาณ 30 ? 45 นาที จนน้ำยางในตะกงเริ่มจะแข็งตัว
?7. เมื่อยางแข็งตัวดีแล้ว ก่อนนำไปขึ้นแท่นนวด ควรรินน้ำหล่อไว้ทุกตะกง เพื่อสะดวกในการเลาะยางออกจากตะกง
?8. คว่ำตะกงลงบนแท่นนวด เพื่อให้ยางหลุดออกมา จากนั้นทำการนวดด้วยไม้นวดเพื่อนวดยางให้เป็นแผ่นบางมีความหนาประมาณ 3 เซนติเมตร
?9. นำยางที่นวดจนบางแล้ว เข้าเครื่องรีดเรียบ 4 ครั้ง จะได้แผ่นยางหนาประมาณ 3 ? 4 มิลลิเมตร
?10. นำยางแผ่นเรียบไปเข้าเครื่องรีดดอกขั้นสุดท้ายจะได้ยางแผ่นดิบความหนาประมาณ 2 ? 3 มิลลิเมตร แล้วนำไปล้างน้ำให้สะอาด โดยจุ่มในโอ่งหรือถังน้ำ
?11. นำแผ่นยางดิบไปผึ่งในที่ร่ม อากาศถ่ายเทได้สะดวก เมื่อยางแห้งก็สามารถเก็บไว้ขายได้
????????? ลักษณะมาตรฐานคุณภาพยางแผ่นดิบ จะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 38 ? 46 เซนติเมตร ยาว 80-90 เซนติเมตร มีความสะอาดปราศจากฟองอากาศตลอดแผ่น มีความชื้นในแผ่นยางไม่เกิน 1.5% มีความยืดหยุ่นดี มีลายดอกชัดเจนตลอดแผ่น ความหนาของแผ่นยางไม่เกิน 3 มิลลิเมตร เนื้อยางแห้งใสสม่ำเสมอตลอดแผ่น ลักษณะแผ่นยางสีเหลืองทอง หรือเหลืองอ่อน ไม่มีสีคล้ำหรือรอยด่างดำ น้ำหนักเฉลี่ยต่อแผ่น 0.8 ? 1.2 กิโลกรัม
สภาพการจ้างงาน
????????? ผู้ประกอบอาชีพรับจ้างกรีดยาง จะได้รับค่าตอบแทนในรูปแบบการปันส่วนรายได้จากการขายยางแผ่นระหว่าง
เจ้าของสวนยางกับผู้กรีด ในสัดส่วน 50:50 หรือ 60:40 ผู้ประกอบอาชีพรับจ้างกรีดยาง ควรจะมีกำลังแรงงาน 2 ? 3 คน เนื่องจากไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ทันต่อเวลา ในรอบ 1 ปี จะมีโอกาสกรีดน้ำยางได้ประมาณ 6 ? 8 เดือน เกษตรกร 1 ครอบครัว (1 คน) จะสามารถกรีดยางได้ประมาณ 800 ? 1200 ต้นต่อวัน
????????? ตารางรายได้จากการกรีดยางเฉลี่ยตลอดปี (ราคายางแผ่นประมาณกิโลกรัมละ 20 บาท)
อายุยางพาราหลังเปิดกรีด?????????? จำนวนวันทำงานต่อปี?????????????? รายได้เฉลี่ยต่อปี
??? 7 ? 10 ปี??????????????????????????????????? 180 ? 200??????????????? 60,000.00 ? 70,000.00
? 11 ? 15 ปี??????????????????????????????????? 180 ? 200????????????? 100,000.00 ? 115,000.00
? มากกว่า 15 ปี?????????????????????????????? 180 ? 200????????????? 140,000.00 ? 155,000.00
????????? ในกรณีการรับจ้างทำงานในโรงงานผลิตยางแผ่น ซึ่งปัจจุบันมีโรงงานผลิตยางแผ่นของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และกลุ่มสหกรณ์รวมกันแล้วประมาณ 600 ? 700 โรงงาน อัตราค่าจ้างที่ผู้ประกอบอาชีพทำแผ่นยาง จะได้รับค่าจ้างเป็นรายวันหรืออัตราเหมาจ่ายแล้วแต่ข้อตกลงประมาณ 200 บาทต่อวัน โดยเริ่มทำงานหลังจากกรีดยางเสร็จแล้ว
สภาพการทำงาน
????????? ผู้ประกอบอาชีพนี้ จะทำงานในช่วงเวลาที่บุคคลธรรมดาใช้เป็นเวลาพักผ่อน งานที่ทำเป็นงานหนักสถานที่ปฏิบัติงานจะอยู่ในบริเวณสวนยางที่ร่มรื่นมีแสงแดดน้อยเพราะการกรีดยางและโรงทำยางแผ่นอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน ความเสี่ยงที่เกิดจากการถูกสัตว์ร้ายกัดต่อยในสวนยางมีน้อยมาก เนื่องจากผู้ประกอบอาชีพมีความรู้ในการระมัดระวังความปลอดภัยในขั้นต้นดีพอสมควร
????????? ช่วงเวลากรีดน้ำยาง อาจมีเวลาแตกต่างกันไปตามสภาพภูมิประเทศที่ไม่เหมือนกันในแต่ละภาค กล่าวคือ เวลา 22.00 ? 02.00 น. เป็นช่วงเวลากรีดยาง 04.00 ? 07.00 น. เป็นช่วงเวลาเก็บน้ำยาง และเวลา 07.00 ? 09.00 น. เป็นช่วงเวลารีดแผ่นยาง (กรณีขายน้ำยางสดก็ไม่ต้องทำขั้นตอนนี้)
คุณสมบัติผู้ประกอบอาชีพ
?1. เพศหญิง หรือเพศชาย อายุประมาณ 18 ปีขึ้นไป
?2. การศึกษาไม่จำกัดคุณวุฒิ
?3. มีความอดทน ขยัน สามารถทำงานหนักได้ ไม่ฟุ้งเฟ้อ
?4. มีความสนใจในอาชีพ
?5. สามารถไปทำงานต่างจังหวัดได้
ผู้ที่สนใจในอาชีพนี้ ควรเตรียมความพร้อมดังนี้
????????? ผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้ สามารถเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรการกรีดยางและผลิตยางแผ่นได้จาก สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร ส่วนส่งเสริมการผลิตไม้ผลไม้ยืนต้น และยางพารา กรมส่งเสริมการเกษตร นอกจากนี้ สำนักส่งเสริมฯ ยังให้บริการคำแนะนำ การแก้ปัญหา และจัดหลักสูตรอบรมเรื่องการปลูกยาง และการพัฒนาการปลูกพืชเสริมรายได้ในสวนยาง ให้แก่ผู้สนใจที่จะเป็นเกษตรกรชาวสวนยาง อีกด้วย
โอกาสในการมีงานทำ
????????? ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตยางอันดับหนึ่งของโลก คือมีพื้นที่ปลูกยางพาราถึง 12.7 ล้านไร่ มีผลผลิตปีละประมาณ 2.31 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 1.23 แสนล้านบาท โดยมีแรงงานและเกษตรกรที่เกี่ยวข้องประมาณ 1 ล้านครอบครัว บริเวณพื้นที่ปลูกยางกระจุกตัวหนาแน่นในบริเวณภาคใต้ (90%) และภาคตะวันออก 5 จังหวัด รวมทั้งพื้นที่ปลูกยางใหม่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเกือบทุกจังหวัด ตลาดในประเทศและต่างประเทศมีความต้องการมาก เช่น การผลิตยางยานพาหนะ ถุงมือยาง ถุงยางอนามัย วัสดุส่วนประกอบชุดดำน้ำ ยางรัดสิ่งของ วัสดุอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ เป็นต้น ปัจจุบันมีการย้ายฐานการผลิตของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยางพาราเข้ามาตั้งในประเทศมากขึ้น ดังนั้น ยางพาราจึงเป็นพืชเศรษฐกิจที่ทำรายได้เป็นจำนวนมากให้กับประเทศ และครอบครัวเกษตรกร แต่ในทางกลับกันพบว่าประเทศไทยยังขาดแคลนเกษตรกรผู้กรีดยางจำนวนมาก จนต้องมีการว่าจ้างแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาทดแทน
????????? ดังนั้น ผู้สนใจอาชีพนี้มีโอกาสและจังหวะดีที่จะเข้ามาประกอบอาชีพดังกล่าวได้ เพราะสถานการณ์ของยางดีขึ้น และตลาดขาดแคลนแรงงานที่มีฝีมือ
โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ
????????? ผู้ประกอบอาชีพนี้ มีโอกาสก้าวหน้าในอาชีพเกษตรกรรมได้อย่างมั่นคงไม่แตกต่างจากการรับราชการ หากมีความวิริยะ อุตสาหะ และใจรัก โดยระยะแรก (1 ? 7 ปี) ประกอบอาชีพรับจ้างกรีดยาง ขณะเดียวกันก็สามารถขอการสนับสนุนจากกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง เพื่อปลูกยางใหม่ได้ในราคาไร่ละ 4,000 ? 5,000 บาท เกษตรกร 1 ครอบครัว (2 คนทำงาน) สามารถปลูกสร้างสวนยางพาราได้ 10 ? 20 ไร่ โดยเริ่มเปิดกรีดน้ำยางได้ในปีที่ 7 หลังปลูก นอกจากนั้น รายได้เสริมที่เกษตรกรจะได้รับจากการประกอบอาชีพนี้ก็คือ (1) ปลูกพืชแซมในสวนยางพารา (2) เศษน้ำยางที่เก็บรวบรวมได้ในแต่ละปีไม่น้อยกว่า 5,000 บาท (3) ยางพาราอายุ 25 ปีขึ้นไป สามารถตัดโค่นจำหน่ายไม้ได้ในราคาไร่ละ 20,000 ? 30,000 บาท หรือประมาณ 200,000 ? 300,000 บาท ในกรณีพื้นที่ปลูก 10 ไร่
อาชีพที่เกี่ยวเนื่อง
????????? เป็นผู้ผลิตหรือขายผลิตภัณฑ์และเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้ยางพารา หรือจากพืชพรรณต่างๆ ที่ปลูกเสริมแซมในสวนยาง หรือนักธุรกิจซื้อขายแผ่นยาง ตลอดจนเป็นผู้รวบรวมยางดิบส่งป้อนโรงงาน
แหล่งข้อมูลอื่นๆ
สำนักส่งเสริมการเกษตรและจัดการสินค้าเกษตร สวนส่งเสริมการผลิตไม้ผล ไม้ยืนต้นและยางพารา
กรมส่งเสริมการเกษตร ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร