ธ.ค. 07 2009

การขยายพันธุ์กล้วยไม้โดยมีการผสมเกสร

การขยายพันธุ์วิธีนี้เป็นการนำเมล็ดที่เป็นผลจากการผสมเกสรมาเพาะเลี้ยง ทำให้สามารถเพิ่มปริมาณ และปรับปรุงพันธุ์กล้วยไม้ให้ดีเด่นหรือแปลกออกไป จึงมีความจำเป็นต้องเลือกพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์กล้วยไม้อย่างเหมาะสม

การผสมตัวเอง (self pollination)
เป็นการผสมระหว่างเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียภายในดอกเดียวกันหรือต่างดอกแต่อยู่ในช่อเดียวกันหรือคนละช่อแต่อยู่ในต้นเดียวกัน หรืออาจจะเป็นคนละต้นที่ตัดแยกออกจากลูกผสมที่ได้ออกมาก็จะมีลักษณะทั่วไปเหมือนกับพันธุ์แท้นั้นมากที่สุด อาจจะมีผิดเพี้ยนไปบ้างเล็กน้อย

การผสมข้ามเกสร (cross pollination)
เป็นการผสมเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียที่มิได้อยู่ต้นเดียวกัน อาจทำได้ 3 แบบ คือ
1. การผสมข้ามระหว่างต้น (interclonal) เป็นการผสมระหว่างกล้วยไม้คนละต้นแต่เป็นชนิดเดียวกัน เช่น นำเอกล้วยไม้เอื้องช้างน้าว 2 ต้น ที่ไม่ตัดแยกมาจากต้นเดียวกันมาผสมเกสร ลูกที่เกิดมาก็จะมีลักษณะเป็นเอื้องช้างน้าวทั้งหมด และยังใช้ชื่อเอื้องช้างน้าวเช่นเดียวกัน หรือนำเอากล้วยไม้ช้างกระ 2 ต้นที่ไม่ตัดแยกมาจากต้นเดียวกันมาผสมเกสร ลูกที่เกิดมาก็จะมีลักษณะเป็นช้างกระทั้งหมดและยังใช้ชื่อช้างกระเช่นเดียวกัน
2. การผสมข้ามระหว่างชนิด (interspecific) เป็นการผสมระหว่างกล้วยไม้ต่างชนิดแต่อยู่ในสกุลเดียวกัน เช่น การผสมระหว่างกล้วยไม้ช้างกระกับไอยเรศซึ่งอยู่ในสกุลช้างเช่นกัน ลูกผสมที่เกิดมาก็จะอยู่ในสกุลช้างแต่ชื่อชนิดจะต้องเปลี่ยนไป
3. การผสมข้ามระหว่างสกุล (intergeneric) เป็นการผสมระหว่างกล้วยไม้ต่างสกุล เช่น ผสมกล้วยไม้ช้างกระกับกล้วยไม้เข็มขาว (Vanda Iilacica) ลูกผสมก็ต้องจัดอยู่ในสกุลใหม่และชนิดใหม่ ดังตัวอย่างลูกผสมนี้มีชื่อสกุลว่า Rhyncho vandal มีชื่อชนิดว่า Stardust การผสมชนิดนี้มิใช่เป็นเพียงแค่การผสมข้ามระหว่าง 2 สกุลเท่านั้น ลูกผสมสายเลือด 2 สกุลอาจนำไปผสมกับกล้ายไม้อีกสกุลหนึ่งได้เป็นลูกผสม 3 หรือ 4 สกุลต่อไปได้อีก
สำหรับการผสมเกสรของกล้ายไม้สกุลสิงโตกลอกตายังไม่ปรากฏแน่ชัดว่ามีผู้ใดทำ
หลักสำคัญของการผสมเกสรกล้วยไม้คือ นำเอาเกสรตัวผู้ใส่ลงไปในยอดเกสรตัวเมีย ซึ่งจะต้องระวังเรื่องความสะอาดและปฏิบัติให้นุ่มนวล ก่อนผสมเกสรจะต้องตรวจดูว่าดอกที่เป็นแม่พันธุ์บานเต็มที่อยู่กับต้น เกสรตัวผู้และพันธุ์ออกทิ้งเพื่อป้องกันการผสมตัวเอง เวลาที่เหมาะสมในการผสมเกสรคือตอนเช้า

กล้วยไม้ประเภทฐานเดี่ยวมักจะมีก้านเกสรตัวผู้เหนียว ที่โคนก้านมีเยื่อบางๆ ลักษณะเป็นจาน สามารถที่จะติดไปกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ไปสัมผัสได้ง่ายใช้ไม้จิ้มฟันสะกิดที่จงอยส่วนล่างของฝาครอบเกสรตัวผู้ เกสรตัวผู้สีเหลืองๆ 1 คู่ก็จะติดออกมา ปลดเกสรตัวผู้ออกจากปลายไม้จิ้มฟันวางบนฝ่ามือหรือแผ่นกระดาษที่สะอาด แล้วใช้ปลายไม้จิ้มฟันเขี่ยน้ำเหนียวๆ จากยอดเกสรตัวเมียของดอกอื่นมาแตะกับเกสรตัวผู้ เกสรตัวผู้ก็จะติดกับปลายไม้จิ้มฟัน นำไปวางไว้ในแอ่งซึ่งเป็นยอดเกสรตัวเมียของดอกที่ใช้เป็นแม่พันธุ์ เกสรตัวผู้ก็จะติดอยู่ในแอ่งยอดของเกสรตัวเมียนั้น ส่วนเกสรตัวผู้ของกล้วยประเภทฐานร่วม มีก้านสั้น และไม่มีเยื่อเหนียวบางๆ อยู่ด้วย ในการแคะเอาเกสรตัวผู้ออกจะต้องระวัง เพราะเกสรตัวผู้อาจตกหล่นสูญหายได้ง่าย วิธีผสมก็ทำเช่นเดียวกับกล้วยไม้ประเภทฐานเดี่ยว

เกสรตัวผู้ของกล้วยไม้ ประกอบด้วยละออกเกสรตัวผู้หรือเรณูจำนวนนับล้านเม็ดรวมกัน เมื่อเกสรตัวผู้สัมผัสกับน้ำเหนียวๆ ในแอ่ง แต่ละเม็ดของละออกเกสรตัวผู้หรือเรณูจะงอกเป็นหลอดเล็กๆ ลงไปตามโพรงของเส้าเกสรลงไปในรังไข่ ซึ่งอยู่ในไส้กลางของก้านดอก พร้อมทั้งส่งเชื้อตัวผู้ลงไปตามหลอดเล็กๆ ไปผสมกับไข่ในรังไข่ เกิดเป็นเมล็ดขึ้น

หลังจากผสมเกสรแล้วกลีบดอกของแม่พันธุ์ที่ผสมนั้นจะเริ่มเหี่ยว สีของดอกจะซีดลง และต่อมาส่วนที่เป็นก้านดอกซึ่งเป็นรังไข่ ซึ่งเดิมอาจจะมีสีคล้ายกับสีของกลีบดอก หรืออ่อนกว่ามากจนเกือบจะเป็นสีขาว ก็จะเปลี่ยนเป็นสีเขียวแล้วเจริญเป็นผัก ภายในฝักจะมีเมล็ดจำนวนมาก
ไม้จิ้มฟันที่ใช้ผสมเกสรแต่ละดอกแล้วต้องทิ้งไป อย่างนำไปใช้ผสมเกสรดอกอื่นๆ อีก เพราะเรณูจากต้นพ่อพันธุ์ตันแรกอาจติดไป ทำให้การผสมเกิดผิดพลาด

ที่มา : jobmatching.gcc.go.th