หมึกพิมพ์ รักษ์สิ่งแวดล้อม
หมึกพิมพ์ลาเท็กซ์ รายแรกของโลก เป็นหมึกพิมพ์ที่พัฒนามาจากหมึกน้ำ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั้งขณะพิมพ์งานและหลังจากติดตั้ง ไม่ไวไฟ จึงปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน
เชื่อหรือไม่ว่า ธุรกิจการพิมพ์ภาพเพื่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์ของไทยเติบโตมากที่สุด ในภูมิภาคเอเชีย เราจึงได้เห็นธนาคารสวย ๆ ตึกสวย ๆ ป้ายโฆษณาสวย ๆ อยู่ทั่วไปหมด
หากเข้าไปในลาวิลลา ซึ่งอยู่ตรงข้ามปากซอยอารีย์ ถนนพหลโยธิน จะเห็นอาคารขนาดเล็กสองชั้น ซึ่งเป็นร้านอาหารอิ่มหมีพีมัน ถูกตกแต่งด้วยงานเพนท์สีทั้งตึก ทั้งหมดเสร็จภายในคืนเดียว แต่ถ้าพินิจพิจารณานานเข้า ก็จะรู้ว่า นี่ไม่ใช่งานเพนท์ด้วยมือ แต่เป็นงานพิมพ์ลงบนกระดาษแล้วเอามาปิดทั้งตึก
นายสมชัย สูงสว่าง ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจภาพและการพิมพ์ บริษัทฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ได้ประสานกับร้านอิ่มหมีพีมัน และศิลปินผู้ออกแบบงานพิมพ์ คือ โอ๋ ฟูตองและ P7 ออกแบบลวดลายเพื่อนำไปจัดพิมพ์บนวัสดุชนิดต่าง ๆ สำหรับตกแต่งทั้งภายในและภายนอกอาคารแห่งนี้
สำหรับเอชพี ซึ่งเป็นเจ้าของนวัตกรรมหมึกพิมพ์ลาเท็กซ์ รายแรกของโลก เป็นหมึกพิมพ์ที่พัฒนามาจากหมึกน้ำ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั้งขณะพิมพ์งานและหลังจากติดตั้ง ไม่ไวไฟ จึงปลอดภัยต่อผู้ใช้งานทั้งโรงเรียน ร้านอาหาร สถานที่ออกกำลังกาย โรงพยาบาล ฯลฯ เพราะเป็นหมึกพิมพ์ที่ไม่มีกลิ่น โดยหมึกพิมพ์ลาเท็กซ์จะใช้กับ เครื่องพิมพ์ดีไซน์เจ็ต รุ่น แอล 25500 ซึ่งเป็นเครื่องพิมพ์งานขนาดใหญ่พิมพ์หน้ากว้างได้ตั้งแต่ 60 นิ้วขึ้นไป สามารถย่อขยายไฟล์โดยไม่แตกและสียังคงเหมือนเดิม ไม่มีผิดเพี้ยน

พิมพ์ได้ทั้งบนกระดาษสติกเกอร์ กระดาษเคลือบที่ออกมาเพื่อใช้ในงานโฆษณา กระดาษติดฝาผนังและผ้าโพลีเอสเตอร์ สามารถใช้งานได้นาน 5-10 ปี ต้นทุนการพิมพ์ประมาณ 1,000 บาทต่อตารางเมตร อาจจะแพงกว่าการทาสีอาคารทั้งภายในและภายนอก แต่ได้ลูกเล่นแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร
โอ๋ ฟูตอง ศิลปินสาวซึ่งใช้ดอกไม้เป็นแรงบันดาลใจในผลงาน บอกว่า ตอนแรกคิดว่าเมื่อขยายใหญ่แล้วสีจะเพี้ยนและไม่ชัด แต่ปรากฏว่าเมื่อมาเห็นอาคารของร้านอิ่มหมีพีมัน แล้วตะลึงมาก คาดไม่ถึงว่า งานพิมพ์ดิจิทัลจะทำได้ถึงขั้นนี้
หากเดินทางสะดวกหรือมีโอกาสผ่านไปแถวนั้นก็ลองแวะไปชื่นชมผลงานพิมพ์แบบดิจิทัล ถ้าไม่มีอารมณ์ออกจากบ้านก็ดูรูปจากหนังสือพิมพ์ไปก่อน กว่าจะเขียนงานชิ้นนี้จบ ผู้เขียนต้องใช้สมาธิมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว เพราะหันไปมองสถานการณ์บ้านเมืองแล้วเศร้าใจ ทำไมคนไทยถึงเกลียดกันและทำร้ายบ้านเกิดเมืองนอนได้มากขนาดนี้
ที่มา : เดลินิวส์