ครีเอทีฟ หรือคนที่สร้างสรรค์ผลงานโฆษณา นอกจากต้องเป็นคนที่คิดสร้างสรรค์แล้วยังต้องประสานงานกับคนหลายฝ่าย ไม่ว่าเจ้าของสินค้าว่าเขาต้องการให้โฆษณาเน้นจุดเด่นของสินค้าตรงไหน มีงบประมาณเท่าไร ฯลฯ
เมื่อได้ข้อมูลคร่าวๆแล้วก็นำเข้าที่ประชุมกลุ่ม เพื่อช่วยกันออกแบบชิ้นงานนั้นๆ ถ้าได้คร่าวๆ แล้วต้องวาดออกมาให้ดูเป็นช็อตๆ ว่ามีเนื้อเรื่องอย่างไร เรียกว่า สตอรี่บอร์ด (story board)
จากนั้นเข้าที่ประชุมอีกว่า ทุกฝ่ายเห็นชอบหรือไม่ ถ้าโอเค ก็วางแผนทำงานให้เป็นไปตามกรอบและงบประมาณ โดยช่วงที่ถ่ายทำ-ตัดต่อนั้น ครีเอทีฟต้องติดตามงานด้วยว่า ถ่ายทำออกมาได้อย่างที่ออกแบบไว้หรือไม่
เมื่อมีผลงานออกไปแล้ว ควรจะติดตามปฏิกิริยาจากผู้ชมและผลวิจัยพฤติกรรมการซื้อต่างๆ เพื่อประเมินงานของตัวเอง เป็นต้น
**?Creative ค่ายใบตองมิวสิค เผยเคล็ดการเป็นครีเอทีฟ? Jobbkk ขอแนะนำอีกหนึ่งสายอาชีพที่ น้องๆ ใฝ่ฝันกันนะครับ คือ อาชีพ ?ครีเอทีฟ?
ท่านหนึ่งที่อยู่ในวงการคนช่างคิด มาอย่างโชกโชน ไม่ว่าจะ เป็นที่ Gmm Grammy, KPN และ UBC คุณโก้ กริช จิตตมัย Creative แห่งค่ายใบตองมิวสิค ให้เกียรติมาแนะนำเคล็ดไม่ลับในการก้าวสู่การเป็นครีเอทีฟ
Q:อยากให้พี่โก้เล่าจุดเริ่มต้นของอาชีพนี้ให้ฟังหน่อยครับ ว่าเป็นมาอย่างไร
พี่โก้ : ?เล่าให้ฟังนิดหนึ่งนะ ตอนเด็กๆ เป็นคนที่อยากรู้ว่า สิ่งต่างๆ มันทำงานอย่างไร เพราะฉะนั้นของเล่นที่มีอยู่ในบ้านมันจะสภาพเดิมไม่เกินหนึ่งวันจะแกะมันออกมาดูเล่น เรียนจบศึกษาศาสตร์มาก็เริ่มงานแรกในชีวิตด้วยการเป็นช่างภาพนิ่ง ที่บริษัทสยามกลการนะ แล้วค่อยมาทำที่บริษัทไลออน พอสอบปริญญาโทติดก็เลยออกไปเรียนต่อ หลังจากนั้นก็ได้งานที่แกรมมี่ ในตำแหน่ง Copy writer?
Q:ความน่าสนใจของอาชีพครีเอทีฟ คืออะไรครับ
พี่โก้ : ?ถ้ามองในเรื่องรายได้ช่วงแรก อาจจะคาดหวังไม่ได้สูงนัก แต่อาชีพนี้ก็มีการซื้อตัวกัน ขึ้นอยู่กับผลงานและมุมมองของเราด้วย เงินเดือนก็จะสูงขึ้น (บางคนรายได้หลักแสน)?
Q:หลักในการทำงานที่ทำให้พี่โก้ประสบความสำเร็จในอาชีพครีเอทีฟ
? พี่โก้ : ?ในมุมมองของพี่ งานครีเอทีฟที่คิดว่า ประสบความสำเร็จไม่ใช่สิ่งที่แปลกหรือแหวกแนวอะไร แต่มันต้องช่วยในการขายด้วย หลายคนครีเอทออกมาแต่ผู้รับสารดูไม่ออกว่าต้องการสื่ออะไร เราต้องมองที่ลูกค้าเราก่อน ต้องคิดว่า เรากับพูดอะไรกับใครอยู่ ใช้ภาษาเดียวกับผู้ที่เราต้องการสื่อสารด้วย บางครั้งก็ต้อง Hard Sale ? Soft Sale ต้องคิดว่า ผู้รับสารต้องจดจำอะไรเกี่ยวกับ Product ของเราได้บ้าง?
Q:โจทย์ไหนเรียกว่า ?ยาก?
?พี่โก้ : ?ที่ผ่านมาทำโปรโมทให้กับศิลปินเพลง pop หรือสไตล์อื่นๆ มาเยอะ แต่สำหรับพี่นะ งานลูกทุ่งถือว่ายาก เพราะเราอาจไม่เข้าใจธรรมชาติของเขา ไม่เข้าใจวิถีของลูกทุ่ง เพลงลูกทุ่งบางเพลงใช้เวลาเป็นปีคนถึงจะรู้จัก ในขณะที่ เพลง ป๊อป ใช้เวลาแค่เดือนเดียว ซึ่งเราก็ต้องมามองแล้วว่า สิ่งที่เราคิดอาจจะโดนใจเรา แต่ไม่โดนใจคนฟังลูกทุ่งก็ได้นะ เพราะฉะนั้นเราต้องพยายามศึกษาพูดคุยกับคนที่คลุกคลีกับอยู่ตรงนั้น ควรพูดภาษาเดียวกับเขาให้ได้ ตรงนี้ไม่ใช่ว่าเขาจะคิดไม่ทันเรานะ แต่ทุกที่ก็ต้องมีภาษาที่เป็นส่วนตัวของเขาเอง?
Q:ประทับใจงานไหน
?พี่โก้: ?spot ของ เจ-เจตริน เพลง คาใจ ไม่รู้ว่า น้องๆ เกิดทันกันหรือเปล่า ท่าคาใจที่สะบัดแขนออกไปแล้วร้องโย้!! อีกอันหนึ่งที่สนุก ที่เคยร่วมคิดกับพี่ที่เคยอยู่โอกีวี่ เป็นSpot ของพี่ป้อม อัสนี-วสันต์ เพลง ลงเอย ที่เป็นเวอร์ชั่น ภาษาอังกฤษ แล้วตามด้วยภาษาญี่ปุ่นด้วย งานชิ้นหลังๆ ก็นานแล้วเหมือนกันแต่ยังเห็นออนแอร์อยู่นะ คือ Grammy Easy Load ทำออกมาเกือบ 2 ปี สิ่งที่อยากให้คนจำได้คือ เบอร์ท้ายของ Service นี้ เลยกลายเป็น 1 โหลด 2 ฟัง 3 ร้อง อันนี้เป็น spot ที่อยู่ยาวที่สุดตั้งแต่ทำมา?
Q:สุดท้ายอยากให้พี่โก้ช่วยแนะนำน้องๆ ที่มีความใฝ่ฝันอยากเป็นครีเอทีฟ
?พี่โก้: ?พี่มีหลักให้ยึดง่ายนะๆ 1.ถ้าเราได้ Product มาตัวหนึ่ง ให้คิดว่า คุณจะขายใคร สื่อสารกับใคร? 2.มองหลายมุม เช่น ถ้าจะขายแก้ว คงไม่มองแค่ไว้ใส่น้ำอย่างเดียว มันอาจจะใส่ดอกไม้ หรือใส่อะไรลงไปก็ได้ด้วย ต้องมองสิ่งที่จะเป็นจุดขายและสิ่งที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับตัวสินค้าด้วย ผู้บริโภคจะได้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น 3.และสุดท้าย งาน Creative ต้องเริ่มจากตัวเราเองก่อน เช่น น้องๆ คนไหนที่กำลังหางานทำอยู่ ต้องคิดว่า น้องกำลังไปสัมภาษณ์กับใคร สินค้าก็คือตัวน้อง นายจ้างคือผู้บริโภค สื่อสารกับเขาให้รู้ถึงคุณค่าในตัวของน้องเอง present ไปเลยว่า น้องทำอะไรให้เขาได้บ้าง น้องสมัครเป็นครีเอทีฟ แต่น้องอาจจะชงกาแฟเก่งด้วย ถ้าน้องทำอะไรได้หลายๆ อย่าง การตัดสินใจของนายจ้างก็จะง่ายมากขึ้น? ่
เครดิต นิตยสารงานดี
Posted in แนะนำอาชีพอิสระ
