<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>รวมข้อมูลสำหรับการหางาน สมัครงาน การสัมภาษณ์งาน</title>
	<atom:link href="http://108thaijob.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://108thaijob.com</link>
	<description>รวมข้อมูลสำหรับการหางาน สมัครงาน การสัมภาษณ์งาน และแนะนำอาชีพที่น่าสนใจ</description>
	<lastBuildDate>Sat, 04 Sep 2010 09:47:11 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>มะเขือเปราะ-น้ำหยด สร้างรายได้เสริม</title>
		<link>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%94-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%94-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Sep 2010 09:47:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาชีพด้านเกษตรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[SOLANACEAE]]></category>
		<category><![CDATA[ดินร่วนปนทราย]]></category>
		<category><![CDATA[ผักเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[พืชผักสวนครัว]]></category>
		<category><![CDATA[มะเขือขาว]]></category>
		<category><![CDATA[มะเขือตอแหล]]></category>
		<category><![CDATA[มะเขือยาว]]></category>
		<category><![CDATA[มะเขือเปราะ]]></category>
		<category><![CDATA[มะเขือเปราะน้ำหยด]]></category>
		<category><![CDATA[มะเขือไข่เต่า]]></category>
		<category><![CDATA[รายได้เสริม]]></category>
		<category><![CDATA[สวนจตุจักร]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category>
		<category><![CDATA[แกงเขียวหวาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://108thaijob.com/?p=2992</guid>
		<description><![CDATA[มะเขือเปราะน้ำหยด แปลกอร่อย สามารถรับประทานกับน้ำพริกชนิดต่างๆได้กรอบอร่อยมาก
มะเขือเปราะ ที่นิยมรับประทานกันแพร่หลายมีหลายสายพันธุ์ ชนิดที่กินสดกับน้ำพริกและปรุงเป็นแกงเขียวหวาน แกงเผ็ด รูปทรงของผลจะกลมโตขนาดผลมะนาว สีของผลเป็นสีขาวลายเขียวมีขายตามตลาดสดทั่วไป รสชาติอร่อยมาก
นอกจากนั้นยังมีมะเขือเปราะ ที่เหมาะสำหรับรับประทานแบบสด กินกับน้ำพริกชนิด ต่างๆปรุงเป็นแกงไม่ได้อีก เช่น มะเขือไข่เต่า, มะเขือตอแหล และ มะเขือขาว เป็นต้น ซึ่งทั้ง 3 ชนิด ที่กล่าวนี้มีลักษณะผลขนาดเล็กกว่าชนิดแรก ผลโตขนาดปลายนิ้วหัวแม่มือผู้ใหญ่ มีทั้งเป็นผลทรงกลม และ ผลรูปกลมรี และมีทั้งชนิดเป็นสีขาวล้วน สีเขียวมีลายขาว จิ้มน้ำพริกกรอบอร่อยเด็ดขาดจริงๆ โดยเฉพาะ น้ำพริกปลาร้า น้ำพริกกะปิ แจ่วต่างๆขาดมะเขือเปราะที่ว่า จะไม่อร่อยแน่นอน
ส่วน “มะเขือเปราะน้ำหยด” เพิ่งพบมีต้นวางขายที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักรทุกวันพุธ-พฤหัสฯ เมื่อไม่นานมานี้ มีผลติดต้นรูปทรงแปลกตา มีผลยาวคล้ายมะเขือยาว แต่เป็นมะเขือเปราะสีขาว และ คล้ายน้ำหยดเหมือนชื่อ
มะเขือเปราะน้ำหยด เป็นมะเขือเปราะพวกเดียวกับมะเขือไข่เต่า มะเขือตอแหล และมะเขือขาว อยู่ในวงศ์ SOLANACEAE เป็นไม้ล้มลุกอยู่ได้ ข้ามปี ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านมาก สูงได้เกือบ 1 เมตร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2>มะเขือเปราะน้ำหยด แปลกอร่อย สามารถรับประทานกับน้ำพริกชนิดต่างๆได้กรอบอร่อยมาก</h2>
<p><strong>มะเขือเปราะ</strong> ที่นิยมรับประทานกันแพร่หลายมีหลายสายพันธุ์ ชนิดที่กินสดกับน้ำพริกและปรุงเป็น<strong>แกงเขียวหวาน</strong> แกงเผ็ด รูปทรงของผลจะกลมโตขนาดผลมะนาว สีของผลเป็นสีขาวลายเขียวมีขายตามตลาดสดทั่วไป รสชาติอร่อยมาก<span id="more-2992"></span></p>
<p>นอกจากนั้นยังมี<strong>มะเขือเปราะ</strong> ที่เหมาะสำหรับรับประทานแบบสด กินกับน้ำพริกชนิด ต่างๆปรุงเป็นแกงไม่ได้อีก เช่น <strong>มะเขือไข่เต่า</strong>, <strong>มะเขือตอแหล</strong> และ <strong>มะเขือขาว</strong> เป็นต้น ซึ่งทั้ง 3 ชนิด ที่กล่าวนี้มีลักษณะผลขนาดเล็กกว่าชนิดแรก ผลโตขนาดปลายนิ้วหัวแม่มือผู้ใหญ่ มีทั้งเป็นผลทรงกลม และ ผลรูปกลมรี และมีทั้งชนิดเป็นสีขาวล้วน สีเขียวมีลายขาว จิ้มน้ำพริกกรอบอร่อยเด็ดขาดจริงๆ โดยเฉพาะ น้ำพริกปลาร้า น้ำพริกกะปิ แจ่วต่างๆขาดมะเขือเปราะที่ว่า จะไม่อร่อยแน่นอน</p>
<p>ส่วน “<strong>มะเขือเปราะน้ำหยด</strong>” เพิ่งพบมีต้นวางขายที่ตลาดนัด<strong>ไม้ดอกไม้ประดับ</strong> สวนจตุจักรทุกวันพุธ-พฤหัสฯ เมื่อไม่นานมานี้ มีผลติดต้นรูปทรงแปลกตา มีผลยาวคล้าย<strong>มะเขือยาว</strong> แต่เป็นมะเขือเปราะสีขาว และ คล้ายน้ำหยดเหมือนชื่อ</p>
<p><strong>มะเขือเปราะน้ำหยด</strong> เป็นมะเขือเปราะพวกเดียวกับมะเขือไข่เต่า มะเขือตอแหล และมะเขือขาว อยู่ในวงศ์ SOLANACEAE เป็นไม้ล้มลุกอยู่ได้ ข้ามปี ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านมาก สูงได้เกือบ 1 เมตร มีขนสั้นปกคลุมทั่ว ใบเป็นใบเดี่ยว ออกสลับรูปรีกว้าง ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบหยักตื้นและบิดเป็นคลื่น สีเขียวสด</p>
<p>ดอก ออกเป็นดอกเดี่ยว หรือเป็นช่อ 2-3 ดอก ที่ซอกใบ มีกลีบดอก 5 กลีบ สีขาวหรือสีม่วงแล้วแต่สายพันธุ์ โคนดอกเชื่อมติดกัน เกสรตัวเมียจะมีเกสรตัวผู้สีเหลืองล้อมรอบ “ผล” มีลักษณะแปลกและแตกต่างไปจากผลของมะเขือเปราะสายพันธุ์ อื่น คือ จะเป็นรูปทรงกลมยาวคล้ายผลของมะเขือยาว หรือคล้ายน้ำหยด จึงถูกตั้งชื่อว่า “<strong>มะเขือเปราะน้ำหยด</strong>” ผลเป็นสีขาวเปลือกหนาไม่นิ่มเช่นมะเขือยาว ภายใน มีเมล็ดจำนวนมาก ผลเมื่อโตเต็มที่เล็กกว่ามะเขือยาวประมาณครึ่งต่อครึ่ง</p>
<p>ผล ห้อยลง เวลามีผลดกจึงดูงดงามมาก ผลขณะยังอ่อน หรือยังไม่แก่จัด สามารถรับประทานกับน้ำพริกชนิดต่างๆได้กรอบอร่อยมาก ซึ่ง “มะเขือเปราะน้ำหยด” จะติดผลได้ ตลอดไม่ขาดต้นขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด</p>
<p>ปัจจุบันมีต้นขายที่ตลาดนัด ไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 15 แผง “ป๋าปืด” ราคาสอบถามกันเอง เติบโตได้ใน<strong>ดินร่วนปนทราย</strong> ชอบแดดไม่ชอบน้ำท่วมขัง เหมาะจะปลูกเก็บผลรับประทานในครัวเรือนหรือปลูกเก็บผลขาย หลังปลูกผู้ปลูกจะ ต้องเก็บผลแก่จัดนำเอาเมล็ดไปตากแห้ง ไว้ขยายพันธุ์ทดแทนต้นเก่าที่จะต้องตาย ในปีต่อปีด้วย จะได้มีผลให้เก็บรับประทานหรือเก็บขายได้ไม่ขาดระยะครับ.</p>
<p><span style="font-size: xx-small;">ข้อมูลโดย นายเกษตร จาก ไทยรัฐออนไลน์ </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%94-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เพาะเห็ดฟางขาย สร้่างรายได้ดี</title>
		<link>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Sep 2010 09:46:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาชีพด้านเกษตรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ช่องทางทำกิน]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวเชิงเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[ผักปลอดสารพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[สร้่างรายได้]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[เพาะเห็ดฟาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://108thaijob.com/?p=2990</guid>
		<description><![CDATA[เพาะเห็ดฟางขาย ยังเป็นอาชีพด้านเกษตรที่น่าสนใจ และยังสร้างรายได้ดี จาก ศูนย์การเรียนรู้การเพาะเห็ดฟาง ต.บ้านซ่อง อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา
อาชีพ “เพาะเห็ดฟางขาย” แม้จะมีมานาน แต่จนวันนี้ก็ยังน่าสนใจอยู่ ซึ่งวันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน” ก็มีข้อมูลจาก ศูนย์การเรียนรู้การเพาะเห็ดฟาง ต.บ้านซ่อง อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา มาให้ลองพิจารณา หลังจากทีมงานได้เดินทางไปดูงานกิจกรรมฟาร์มสเตย์ โครงการหมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งทาง เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ให้การสนับสนุนอยู่ เมื่อปลายเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา…
โครงการหมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้านั้นมีพื้นที่กว่า 1,200 ไร่ โดยกิจกรรมส่วนหนึ่งของโครงการ คือกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่หลากหลาย ซึ่งก็เป็น “ช่องทางทำกิน” ของชาวบ้าน และสำหรับการ “เพาะเห็ดฟาง” ก็มีศูนย์การเรียนรู้การเพาะเห็ดฟางเป็นทั้งแหล่งให้ความรู้ และเป็นแหล่งรวบรวมเห็ดจากสมาชิกของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเห็ด และผักปลอดสารพิษ ซึ่งแต่ละวันก็จะมีเห็ดฟาง 200-300 กก. เป็นอย่างต่ำ
บัญชา มัจฉานุ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเห็ด และผักปลอดสารพิษ ต.บ้านซ่อง เล่าว่า รวมกลุ่มผักปลอดสารพิษบ้านหนองหว้ามาตั้งแต่ปี 2548 แรกเริ่มเดิมทีมีสมาชิก 12 คน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เพาะเห็ดฟางขาย ยังเป็นอาชีพด้านเกษตรที่น่าสนใจ และยังสร้างรายได้ดี จาก ศูนย์การเรียนรู้การเพาะเห็ดฟาง ต.บ้านซ่อง อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา<span id="more-2990"></span></p>
<p>อาชีพ “เพาะเห็ดฟางขาย” แม้จะมีมานาน แต่จนวันนี้ก็ยังน่าสนใจอยู่ ซึ่งวันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน” ก็มีข้อมูลจาก ศูนย์การเรียนรู้การเพาะเห็ดฟาง ต.บ้านซ่อง อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา มาให้ลองพิจารณา หลังจากทีมงานได้เดินทางไปดูงานกิจกรรมฟาร์มสเตย์ โครงการหมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งทาง เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ให้การสนับสนุนอยู่ เมื่อปลายเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา…</p>
<p>โครงการหมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้านั้นมีพื้นที่กว่า 1,200 ไร่ โดยกิจกรรมส่วนหนึ่งของโครงการ คือกิจกรรม<strong>ท่องเที่ยวเชิงเกษตร</strong>ที่หลากหลาย ซึ่งก็เป็น “ช่องทางทำกิน” ของชาวบ้าน และสำหรับการ “เพาะเห็ดฟาง” ก็มีศูนย์การเรียนรู้การเพาะเห็ดฟางเป็นทั้งแหล่งให้ความรู้ และเป็นแหล่งรวบรวมเห็ดจากสมาชิกของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเห็ด และ<strong>ผักปลอดสารพิษ</strong> ซึ่งแต่ละวันก็จะมีเห็ดฟาง 200-300 กก. เป็นอย่างต่ำ</p>
<p>บัญชา มัจฉานุ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเห็ด และผักปลอดสารพิษ ต.บ้านซ่อง เล่าว่า รวมกลุ่ม<strong>ผักปลอดสารพิษ</strong>บ้านหนองหว้ามาตั้งแต่ปี 2548 แรกเริ่มเดิมทีมีสมาชิก 12 คน โดยได้รับงบประมาณจากสำนักงานเกษตร อ.พนมสารคาม, เทศบาลนคร ต.บ้านซ่อง และ มีเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอมาถ่ายทอดความรู้ให้</p>
<p>สำหรับการรวมตัวเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเห็ดและผักปลอดสารพิษ เริ่มกันในปีนี้ โดยมีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 30 ครัวเรือน ในส่วนของเห็ดจะผลิตได้วันละกว่า 200-300 กก.ขึ้นไป ซึ่งหลังรวมตัวกันในเรื่องการเพาะเห็ดฟาง ฟาร์มเห็ดก็ได้สร้างรายได้ให้ชาวบ้าน และสร้างความเป็นปึกแผ่นให้กับชุมชนได้ มากขึ้น</p>
<p>ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเห็ด บอกว่า ปัจจุบันมีโรงเรือนเพาะเห็ดของกลุ่มฯ กว่า 100 โรง ซึ่งหากไม่มีปัญหาอะไร โรงเรือนแต่ละโรงจะให้ผลผลิตเห็ดเฉลี่ยเดือนละ 250-300 กก. โดยสร้างรายได้ กก.ละ 55 บาทขณะที่ต้นทุนของการผลิตเห็ดฟางนั้นตก กก.ละ 25-30 บาท ซึ่งจะมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อถึงศูนย์</p>
<p>โรงเรือนแต่ละแห่งจะสร้างด้วยไม้ หลังคามุงด้วยใบจาก และต้องมีผ้าใบคลุมด้วย ในกรณีที่จะต้องรักษาอุณหภูมิ โรงเรือนนั้นจะมีขนาด 5 x 8 เมตร ขนาด 4 ชั้น 2 แถว โดยมีต้นทุนโรงละ 15,000-20,000 บาท</p>
<div><img src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2009/08/mushroom-cultivation2.jpg" alt="เพาะเห็ดฟาง" /></div>
<p>ส่วนกรรมวิธีเพาะเห็ด จะเริ่มตามลำดับของวัน คือ วันที่ 1-3 แช่ปาล์ม จำนวน 2.5-3 ตัน ในน้ำ (ปริมาณท่วมปาล์มพอดี) ใช้ทะลายปาล์มที่หีบน้ำมันออกหมดแล้ว หรืออาจจะใช้กากมันสำปะหลัง หรือใช้เปลือกถั่วก็ได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับปาล์มน้ำมันในปริมาณดังกล่าวจะใช้กับโรงเรือนได้ 4 โรงเรือน ซึ่งต้องผสมอีเอ็มหรือน้ำจุลินทรีย์ชีวภาพจำนวน 3 ลิตร, กากน้ำตาล 3 ลิตร และปุ๋ยยูเรีย 3 กก. ละลายให้เข้ากัน แช่ทิ้งไว้ 3-4 คืน แล้วนำขึ้นมา เพื่อเตรียมขึ้นปาล์มบนโรงเรือน</p>
<p>วันที่ 4 ขึ้นปาล์ม โดยมีอาหารเสริมด้วย (เป็นส่วนผสมที่คลุกระหว่าง ขี้วัว 45 กก., รำข้าว 25 กก., อีเอ็มหรือน้ำจุลินทรีย์ชีวภาพ 100 ซีซี, กากน้ำตาล 100 ซีซี และน้ำเปล่า 100 ลิตร)</p>
<p>วันที่ 5-7 เลี้ยงเชื้อรา คือจะมีราขาวขึ้นบาง ๆ บนปาล์มน้ำมัน</p>
<p>วันที่ 8 อบไอน้ำ (จะมีหม้อต้มน้ำด้านหลังโรงเรือน และปล่อยไอน้ำตามท่อเข้าไปในโรงเรือน และขณะอบไอน้ำต้องคลุมผ้าใบโรงเรือนให้มิดชิดด้วย) รักษาอุณหภูมิ 70-75 องศาฯ นาน 3 ชั่วโมง</p>
<p>วันที่ 9 โรยเชื้อ (ชั้นละ 7 ก้อน อัตราส่วน 1.5 ตร.ม. / เชื้อเห็ด 1 ก้อน) ซื้อจาก จ.นครนายก ราคาก้อนละ 10 บาท แต่ถ้าเขี่ยเชื้อเห็ดเองได้จะเหลือต้นทุนก้อนละ 5 บาท)</p>
<p>วันที่ 10-13 เลี้ยงใย (รักษาอุณหภูมิ 30-34 องศาฯ)</p>
<p>วันที่ 14 ตัดใย (วิธีการคือ ใช้น้ำเปล่ารดให้ยุบลง และเปิดช่องระบายอากาศ)</p>
<p>ทิ้งไว้ถึงวันที่ 17-30 เก็บผลผลิต (รักษาอุณหภูมิ 28-32 องศาฯ) ซึ่งในระยะ 2 สัปดาห์ จะเก็บผลผลิตได้ 3- 4 ครั้ง โดยเก็บเสร็จแล้ว รดน้ำ และปล่อยไว้อีก 3-4 วัน จะได้ปริมาณเห็ดในจำนวนที่กล่าวไว้ข้างต้น</p>
<p>เทคนิคในการเก็บเห็ดนั้น บัญชาแนะนำว่า ควรจะ เก็บเห็ดฟางเมื่อเห็ดออกเป็นดอกตูม ๆ ซึ่งเห็ดลักษณะนี้ จะได้ราคาดี ส่วนถ้าเป็นเห็ดบาน ๆ ราคาจะไม่ดี ฉะนั้นอย่าปล่อยให้ดอกเห็ดบานจนเกินไป</p>
<p><strong>“เพาะเห็ดฟางขาย”</strong> ยังเป็นอาชีพด้านเกษตรที่น่าสนใจ แต่ด้วยเนื้อที่จำกัดจึงแจกแจงได้ไม่ละเอียด อย่างไรก็ตาม หากสนใจเรื่องราวการเพาะเห็ดฟาง ติดต่อ บัญชา มัจฉานุ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเห็ดฯ หมู่ 3 ต.บ้านซ่อง อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อขอไปเรียนรู้ได้ ที่โทร. 08-0622-8681.</p>
<p>สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล<br />
<span style="font-size: xx-small;">ที่มา เดลินิวส์ออนไลน์</p>
<p>http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&amp;categoryId=525&amp;contentId=13037</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น สาริน บางยี่ขัน</title>
		<link>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Sep 2010 09:45:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาชีพด้านเกษตรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[การเขี่ยเชื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[การเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ฟาร์มเห็ดโคนญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[รายได้เสริม]]></category>
		<category><![CDATA[สาริน บางยี่ขัน]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพสร้างรายได้]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพเพาะเห็ด]]></category>
		<category><![CDATA[เวฟ สาริน]]></category>
		<category><![CDATA[เห็ดยานางิ]]></category>
		<category><![CDATA[เห็ดโคนญี่ปุ่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://108thaijob.com/?p=2988</guid>
		<description><![CDATA[เวฟ สาริน บางยี่ขัน ดารานักแสดง เพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น เห็ดยานางิ เพื่อเป็นรายได้เสริม หวังให้เป็นอาชีพสร้างรายได้ ในบั้นปลายของชีวิต

ยามว่างจากงานละคร “สาริน บางยี่ขัน” ดารานักแสดงชื่อดัง ก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ขลุกอยู่กับวิถีเกษตรกร ด้วยการยึดอาชีพเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นหรือเห็ดยานางิ เพื่อเป็นรายได้เสริม หวังให้เป็นอาชีพสร้างรายได้ในบั้นปลายของชีวิต โดยเจียดพื้นที่กว่า 1 ไร่เศษในท้องที่ ต.ช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี สร้างฟาร์มเห็ดโคนญี่ปุ่นครบวงจรแห่งแรก ชื่อ วิภพ ฟาร์ม
“ปกติเป็นคนชอบทานเห็ดอยู่แล้ว โดยเฉพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น จะชอบมาก ทานเป็นประจำ และตั้งใจอยากจะมีฟาร์มเห็ดเป็นของตัวเอง บังเอิญว่าช่วงเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว โครงการ คม ชัดลึก ฝึกอาชีพ เปิดอบรมหลักสูตรการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นก็เลยลองสมัครเรียนดู”
สาริน เผยต่อว่า จากการเข้าร่วมอบรมหลักสูตรเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นในครั้งนั้น ทำให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเพาะเห็ดอย่างละเอียดในทุกขั้นตอน ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีความรู้มาก่อน อาจารย์สอนดีมาก เนื้อหาการเรียนการสอนส่วนใหญ่จะเน้นการปฏิบัติจริง เริ่มตั้งแต่การฝึกทำก้อนเห็ด การเขี่ยเชื้อ การนึ่งก้อนเชื้อ การสร้างโรงเรือน การรู้จักคำนวณต้นทุนทั้งระบบ เทคนิคการเก็บดอกเห็ด ตลอดจนการดูแลดอกเห็ดให้อยู่ได้นานที่สุด ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ไม่สามารถเรียนรู้ในตำราได้ แต่จะต้องฝึกทดลองปฏิบัติจริงๆ เท่านั้น
“ผมยอมรับว่า การอบรม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2>เวฟ สาริน บางยี่ขัน ดารานักแสดง เพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น เห็ดยานางิ เพื่อเป็นรายได้เสริม หวังให้เป็นอาชีพสร้างรายได้ ในบั้นปลายของชีวิต<span id="more-2988"></span></h2>
<div><img src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2009/08/japan-mushroom1.jpg" alt="เพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น-ยานางิ" /></div>
<p>ยามว่างจากงานละคร “<strong>สาริน บางยี่ขัน</strong>” ดารานักแสดงชื่อดัง ก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ขลุกอยู่กับวิถีเกษตรกร ด้วยการยึด<strong>อาชีพเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น</strong>หรือ<strong>เห็ดยานางิ</strong> เพื่อเป็น<strong>รายได้เสริม</strong> หวังให้เป็น<strong>อาชีพสร้างรายได้</strong>ในบั้นปลายของชีวิต โดยเจียดพื้นที่กว่า 1 ไร่เศษในท้องที่ ต.ช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี สร้าง<strong>ฟาร์มเห็ดโคนญี่ปุ่น</strong>ครบวงจรแห่งแรก ชื่อ <strong>วิภพ ฟาร์ม</strong></p>
<p>“ปกติเป็นคนชอบทานเห็ดอยู่แล้ว โดยเฉพาะ<strong>เห็ดโคนญี่ปุ่น</strong> จะชอบมาก ทานเป็นประจำ และตั้งใจอยากจะมี<strong>ฟาร์มเห็ด</strong>เป็นของตัวเอง บังเอิญว่าช่วงเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว โครงการ คม ชัดลึก ฝึกอาชีพ เปิดอบรมหลักสูตร<strong>การเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น</strong>ก็เลยลองสมัครเรียนดู”</p>
<p>สาริน เผยต่อว่า จากการเข้าร่วมอบรมหลักสูตรเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นในครั้งนั้น ทำให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเพาะเห็ดอย่างละเอียดในทุกขั้นตอน ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีความรู้มาก่อน อาจารย์สอนดีมาก เนื้อหาการเรียนการสอนส่วนใหญ่จะเน้นการปฏิบัติจริง เริ่มตั้งแต่การฝึกทำก้อนเห็ด <strong>การเขี่ยเชื้อ</strong> การนึ่งก้อนเชื้อ การสร้างโรงเรือน การรู้จักคำนวณต้นทุนทั้งระบบ เทคนิคการเก็บดอกเห็ด ตลอดจนการดูแลดอกเห็ดให้อยู่ได้นานที่สุด ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ไม่สามารถเรียนรู้ในตำราได้ แต่จะต้องฝึกทดลองปฏิบัติจริงๆ เท่านั้น</p>
<p>“ผมยอมรับว่า การอบรม 2 วัน 1 คืนที่ สวนเห็ดจิรวุฒิ ทำให้เข้าใจถึงกระบวนการเพาะเห็ดอย่างทะลุปรุโปร่งในทุกขั้นตอน จากนั้นในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกันก็ลงทุนสร้างโรงเรือนจำนวน 3 หลังเพื่อทดลองทำเองดู โดยเริ่มจากซื้อก้อนเชื้อเห็ดจากสวนเห็ดของอาจารย์ (จิรวุฒิ อินทรานุกูล) จำนวน 1.5 หมื่นก้อน ก้อนละ 10 บาท ใส่โรงเรือนละ 5,000 ก้อน ปรากฏว่าได้ผลเกินคาด เพราะดอกเห็ดออกมากจนเก็บไม่ทัน” เจ้าของวิภพฟาร์ม กล่าวอย่างภูมิใจ</p>
<div><img src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2009/08/japan-mushroom2.jpg" alt="เพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น-ยานางิ" /></div>
<p>ผลจากความสำเร็จดังกล่าวทำให้เขาได้ขยายพื้นที่เพิ่มจากเดิม 3 โรงเรือนเพิ่มเป็น 6 โรงเรือน ซึ่งตั้งอยู่ในละแวกเดียวกัน ซึ่งขณะนี้ได้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับลงทุนสร้างโรงผลิตก้อนเชื้อ เตานึ่ง และอุปกรณ์ทำก้อนทั้งหมด เพื่อที่จะผลิตก้อนเชื้อเอง ซึ่งจะทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิตได้มากขึ้น หากหวังจะยึดเป็นอาชีพในระยะยาว</p>
<p>“สำหรับโรงทำก้อนเชื้อขณะนี้ได้สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว อยู่ระหว่างการเตรียมทำก้อน หลังก้อนเห็ดทั้ง 3 โรงเรือน หมดสภาพในอีกไม่เกิน 3 เดือนข้างหน้า จากนั้นก็จะใช้ก้อนเชื้อใหม่ที่ทำขึ้นมาเองใส่พร้อมกันทั้ง 6 โรงเรือนทันที”</p>
<p>กว่า 6 เดือนที่ผลผลิตเห็ดรุ่นแรกจาก <strong>“วิภพ ฟาร์ม”</strong> ได้ให้ผลผลิต แม้จะยังมีกำไรไม่มากนัก เนื่องจากผลผลิตส่วนใหญ่จะนำไปแจกจ่ายให้แก่เพื่อนบ้านใกล้เคียงลองรับ ประทาน ส่วนที่เหลือก็ส่งให้แม่ค้าในตลาดทั้งในตัวเมืองกาญจนบุรีและที่กรุงเทพฯ สนนในราคา 160 บาทขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสดและความสมบูรณ์ของดอกเห็ดด้วย</p>
<p>จึงไม่แปลก หากเห็นสารินจะขลุกอยู่กับฟาร์มเห็ดของเขาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือว่างเว้นจากงานแสดงเพื่อมาทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ที่หวังจะยึดเป็นอาชีพสุดท้ายในบั้นปลายของชีวิต</p>
<p>และในวันที่ 1-2 สิงหาคม 2552 นี้ โครงการ “คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ” จะเปิดอบรมหลักสูตรการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นอีกครั้ง ณ สวนเห็ดจิรวุฒิ อ.เมือง จ.ชัยภูมิ โดย อ.จิรวุฒิ อินทรานุกูล เจ้าของสวนและทีมงานจะถ่ายทอดเทคนิคต่างๆ ให้อย่างหมดเปลือกเหมือนเดิม สนใจสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร.0-2338-3356-7 (รับเพียง 40 ท่าน)</p>
<p>“สุรัตน์ อัตตะ”<br />
<span style="font-size: xx-small;">ที่มา คมชัดลึก http://www.komchadluek.net</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เพาะเห็ดในโอ่ง สร้างรายได้เสริม</title>
		<link>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Sep 2010 09:44:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาชีพด้านเกษตรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ทดลองเพาะเห็ด]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเพาะเห็ด]]></category>
		<category><![CDATA[เห็ดนางฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เห็ดนางรม]]></category>
		<category><![CDATA[เห็ดภูฏาน]]></category>
		<category><![CDATA[เห็ดหูหนู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://108thaijob.com/?p=2986</guid>
		<description><![CDATA[เพาะเห็ดโอ่ง ไม่ต้องใช้โรงเรือน ลงทุนต่ำ มีวิธีการเพาะที่ง่ายและสะอาดปลอดภัย โดยเน้นเพื่อการบริโภค ในครัวเรือน เพราะจะได้เห็ดที่มีความสด คุณภาพดีและรสชาติอร่อย
หลายคนต่างก็ทราบดีว่าอาชีพการเพาะเห็ดชนิดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเห็ดฟางซึ่งมีวิธีเพาะหลากหลายรูปแบบ ที่สะดวกและเป็นที่นิยมกันมากในขณะนี้ก็คือการเพาะเห็ดฟางในตะกร้าพลาสติก แบบไม่ใช้โรงเรือนหรือการเพาะเห็ดฟางในกระสอบ โดยใช้แรงงานไม่มากและต้นทุนไม่สูงมากนัก
สำหรับเห็ดชนิดอื่น ๆ อาทิ เห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม เห็ดภูฏาน เห็ดหูหนู ส่วนใหญ่จะซื้อเห็ดถุงมาเปิดดอกและการเพาะเห็ดประเภทนี้มีความจำเป็นจะต้อง สร้างโรงเรือน ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่าถ้าจะลงทุนในการเพาะเห็ดประเภทนี้ในเชิงพาณิชย์ จะต้องมีการตรวจสอบเรื่องการตลาดให้ดีเสียก่อน แต่ถ้าจะเพาะเพื่อการบริโภคในครัวเรือนแบบเศรษฐกิจพอเพียง ลดความยุ่งยากและไม่ต้องลงทุนสร้างโรงเรือนและใช้วัสดุเหลือใช้ในครัวเรือน มาใช้ให้เกิดประโยชน์ คือ โอ่งแตกหรือร้าวนำมาเพาะเห็ด จึงได้เกิดวิธีการ “เพาะเห็ดโอ่งไม่ต้องใช้โรงเรือน”

คุณสถาพร ตะวันขึ้น เกษตรกรจังหวัดสมุทรสงคราม ได้เริ่มต้นด้วยการเพาะเห็ด โดยซื้อก้อนเชื้อมาเปิดแต่พบว่าจะต้องมีการลงทุนและมีความยุ่งยากในการสร้าง โรงเรือน ถึงแม้มีข้อมูลว่าการเพาะในโรงเรือนเห็ดจะออกดอกได้ดี แต่ดูแล้วไม่ค่อยสะอาดจึงได้พยายามค้นหาวิธีการให้ที่ลงทุนต่ำ มีวิธีการเพาะที่ง่ายและสะอาดปลอดภัย ได้ดอกเห็ดที่มีคุณภาพดี ที่บ้านคุณสถาพรมีโอ่งแตกอยู่และไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์ จึงได้นำมาทดลองเพาะเห็ด
วิธีการเพาะเห็ดโอ่ง จึงเกิดขึ้นโดยไม่ต้องใช้โรงเรือนโดยเน้นเพื่อการบริโภค ในครัวเรือน เพราะจะได้เห็ดที่มีความสด คุณภาพดีและรสชาติอร่อย โดยใช้โอ่งเก่า โอ่งแตกและโอ่งร้าวเป็นที่เพาะ สำหรับวัสดุอื่น ๆ ก็ไม่ยุ่งยากเพียงแต่ซื้อก้อนเชื้อเห็ดที่ต้องการจะเพาะ กระสอบป่านใส่ข้าวสารหรือตาข่ายพรางแสงสีดำและบัวรดน้ำเท่านั้น ขั้นตอนการเพาะอันดับแรกจะต้องเลือกสถานที่ใช้เพาะควรเป็นใต้ร่มไม้หรือ บริเวณที่มีร่มเงา เมื่อได้สถานที่แล้ว ก็วางโอ่งในลักษณะเอียงนอนลงกับพื้นนำตะแกรงวางก้อน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เพาะเห็ดโอ่ง ไม่ต้องใช้โรงเรือน ลงทุนต่ำ มีวิธีการเพาะที่ง่ายและสะอาดปลอดภัย โดยเน้นเพื่อการบริโภค ในครัวเรือน เพราะจะได้เห็ดที่มีความสด คุณภาพดีและรสชาติอร่อย<span id="more-2986"></span></p>
<p>หลายคนต่างก็ทราบดีว่าอาชีพการเพาะเห็ดชนิดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเห็ดฟางซึ่งมีวิธีเพาะหลากหลายรูปแบบ ที่สะดวกและเป็นที่นิยมกันมากในขณะนี้ก็คือการเพาะเห็ดฟางในตะกร้าพลาสติก แบบไม่ใช้โรงเรือนหรือการเพาะเห็ดฟางในกระสอบ โดยใช้แรงงานไม่มากและต้นทุนไม่สูงมากนัก</p>
<p>สำหรับเห็ดชนิดอื่น ๆ อาทิ เห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม เห็ดภูฏาน เห็ดหูหนู ส่วนใหญ่จะซื้อเห็ดถุงมาเปิดดอกและการเพาะเห็ดประเภทนี้มีความจำเป็นจะต้อง สร้างโรงเรือน ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่าถ้าจะลงทุนในการเพาะเห็ดประเภทนี้ในเชิงพาณิชย์ จะต้องมีการตรวจสอบเรื่องการตลาดให้ดีเสียก่อน แต่ถ้าจะเพาะเพื่อการบริโภคในครัวเรือนแบบเศรษฐกิจพอเพียง ลดความยุ่งยากและไม่ต้องลงทุนสร้างโรงเรือนและใช้วัสดุเหลือใช้ในครัวเรือน มาใช้ให้เกิดประโยชน์ คือ โอ่งแตกหรือร้าวนำมาเพาะเห็ด จึงได้เกิดวิธีการ <strong>“เพาะเห็ดโอ่งไม่ต้องใช้โรงเรือน”</strong></p>
<div><img src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2009/10/jar-mushrooms1.jpg" alt="" /></div>
<p>คุณสถาพร ตะวันขึ้น เกษตรกรจังหวัดสมุทรสงคราม ได้เริ่มต้นด้วยการเพาะเห็ด โดยซื้อก้อนเชื้อมาเปิดแต่พบว่าจะต้องมีการลงทุนและมีความยุ่งยากในการสร้าง โรงเรือน ถึงแม้มีข้อมูลว่าการเพาะในโรงเรือนเห็ดจะออกดอกได้ดี แต่ดูแล้วไม่ค่อยสะอาดจึงได้พยายามค้นหาวิธีการให้ที่ลงทุนต่ำ มีวิธีการเพาะที่ง่ายและสะอาดปลอดภัย ได้ดอกเห็ดที่มีคุณภาพดี ที่บ้านคุณสถาพรมีโอ่งแตกอยู่และไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์ จึงได้นำมาทดลองเพาะเห็ด</p>
<p>วิธีการเพาะเห็ดโอ่ง จึงเกิดขึ้นโดยไม่ต้องใช้โรงเรือนโดยเน้นเพื่อการบริโภค ในครัวเรือน เพราะจะได้เห็ดที่มีความสด คุณภาพดีและรสชาติอร่อย โดยใช้โอ่งเก่า โอ่งแตกและโอ่งร้าวเป็นที่เพาะ สำหรับวัสดุอื่น ๆ ก็ไม่ยุ่งยากเพียงแต่ซื้อก้อนเชื้อเห็ดที่ต้องการจะเพาะ กระสอบป่านใส่ข้าวสารหรือตาข่ายพรางแสงสีดำและบัวรดน้ำเท่านั้น ขั้นตอนการเพาะอันดับแรกจะต้องเลือกสถานที่ใช้เพาะควรเป็นใต้ร่มไม้หรือ บริเวณที่มีร่มเงา เมื่อได้สถานที่แล้ว ก็วางโอ่งในลักษณะเอียงนอนลงกับพื้นนำตะแกรงวางก้อน เชื้อเห็ดตามขนาดของโอ่งด้านล่าง นำก้อนเชื้อเห็ดมาวางบนตะแกรงที่เตรียมไว้ในโอ่ง</p>
<p>โดยใช้ก้อนเชื้อเห็ดตามขนาดของโอ่ง รดน้ำสะอาดวันละ 1 ครั้ง ใช้กระสอบป่านหรือตาข่ายพรางแสงสีดำคลุมปากโอ่ง คลุมไว้นานประมาณ 1-2 อาทิตย์ จะเริ่มเก็บเห็ดออกมารับประทานได้เป็นประจำทุกวัน เก็บเห็ดได้ทุกวันจนกว่าจะหมดนานประมาณ 1-3 เดือน คุณภาพของเห็ดที่เพาะได้ในโอ่งมีคุณภาพดีไม่แพ้ที่เพาะในโรงเรือน.</p>
<p>ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ</p>
<p>http://www.dailynews.co.th</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปลูกมันเทศ โชว์สีใบ สร้างอาชีพ</title>
		<link>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8-%e0%b9%82%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%9a-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8-%e0%b9%82%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%9a-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Sep 2010 09:43:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาชีพด้านเกษตรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[IPOMOEA BATATAS LAMK]]></category>
		<category><![CDATA[ขยายพันธุ์ด้วยหัว]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกเป็นไม้ประดับ]]></category>
		<category><![CDATA[พฤกษศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[มันเทศออสเตรเลีย]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category>
		<category><![CDATA[เถาต้มดื่ม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://108thaijob.com/?p=2984</guid>
		<description><![CDATA[มันเทศออสเตรเลีย นอกจากจะปลูกเก็บหัวเป็นอาหารแล้ว ปัจจุบันมีผู้นำเข้า มาขยายพันธุ์ขายปลูกเป็นไม้ประดับเพื่อโชว์สีสันของใบกำลังได้รับความนิยม อย่างกว้างขวาง
ในทางพฤกษศาสตร์ ของมันเทศทั่วไปที่ปลูก เพื่อเอาหัวขึ้นมาเป็นอาหาร หรือขายเป็นสินค้านั้น จะมีหัวขนาดใหญ่ เปลือกหัวเป็นสีแดงหรือสีขาว เนื้อในมีหลายสี เช่น สีขาว สีม่วง และสีเหลือง ต้มหรือนึ่งให้สุก รับประทานรสชาติหวานอร่อยมาก สามารถปรุงอาหารได้หลายอย่าง เช่น แกงมัสมั่น แกงกะหรี่ แกงกะทิ แกง ไตปลา ทำขนมหลายชนิด ยอดอ่อนยังนำไปแกงส้ม และลวกจิ้มน้ำพริกชนิดต่างๆได้อีกด้วย
ซึ่งมันเทศที่กล่าวถึงข้างต้น ต้นและใบจะ เป็นสีเขียว ยอดอ่อนเป็นสีน้ำตาลเข้ม นิยมปลูกเพื่อ เก็บหัวเป็นสินค้าเศรษฐกิจเกือบทุกภาค มีหลายสายพันธุ์ แต่สำหรับ มันเทศออสเตรเลีย จะมีความแตกต่าง คือ ต้นและใบ จะเป็นสีแดงคล้ายสีของใบเมเปิ้ลสวยงามน่าชมมาก เลยทำให้ “มันเทศออสเตรเลีย” นอกจากจะปลูกเก็บหัวเป็นอาหารแล้ว ปัจจุบันมีผู้นำเข้า มาขยายพันธุ์ขายปลูกเป็นไม้ประดับเพื่อโชว์สีสันของใบกำลังได้รับความนิยม อย่างกว้างขวาง
มันเทศออสเตรเลีย หรือ IPOMOEA BATATAS LAMK อยู่ในวงศ์ CONVOLVULACEAE เป็นไม้ล้มลุก มีหัวใต้ดิน หัวเป็นรูป กระสวย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มันเทศออสเตรเลีย นอกจากจะปลูกเก็บหัวเป็นอาหารแล้ว ปัจจุบันมีผู้นำเข้า มาขยายพันธุ์ขายปลูกเป็นไม้ประดับเพื่อโชว์สีสันของใบกำลังได้รับความนิยม อย่างกว้างขวาง<span id="more-2984"></span></p>
<p>ในทางพฤกษศาสตร์ ของมันเทศทั่วไปที่ปลูก เพื่อเอาหัวขึ้นมาเป็นอาหาร หรือขายเป็นสินค้านั้น จะมีหัวขนาดใหญ่ เปลือกหัวเป็นสีแดงหรือสีขาว เนื้อในมีหลายสี เช่น สีขาว สีม่วง และสีเหลือง ต้มหรือนึ่งให้สุก รับประทานรสชาติหวานอร่อยมาก สามารถปรุงอาหารได้หลายอย่าง เช่น แกงมัสมั่น แกงกะหรี่ แกงกะทิ แกง ไตปลา ทำขนมหลายชนิด ยอดอ่อนยังนำไปแกงส้ม และลวกจิ้มน้ำพริกชนิดต่างๆได้อีกด้วย</p>
<p>ซึ่งมันเทศที่กล่าวถึงข้างต้น ต้นและใบจะ เป็นสีเขียว ยอดอ่อนเป็นสีน้ำตาลเข้ม นิยมปลูกเพื่อ เก็บหัวเป็นสินค้าเศรษฐกิจเกือบทุกภาค มีหลายสายพันธุ์ แต่สำหรับ <strong>มันเทศออสเตรเลีย</strong> จะมีความแตกต่าง คือ ต้นและใบ จะเป็นสีแดงคล้ายสีของใบเมเปิ้ลสวยงามน่าชมมาก เลยทำให้ “มันเทศออสเตรเลีย” นอกจากจะปลูกเก็บหัวเป็นอาหารแล้ว ปัจจุบันมีผู้นำเข้า มาขยายพันธุ์ขายปลูกเป็นไม้ประดับเพื่อโชว์สีสันของใบกำลังได้รับความนิยม อย่างกว้างขวาง</p>
<p><strong>มันเทศออสเตรเลีย หรือ IPOMOEA BATATAS LAMK</strong> อยู่ในวงศ์ CONVOLVULACEAE เป็นไม้ล้มลุก มีหัวใต้ดิน หัวเป็นรูป กระสวย หัวยาว ลำต้นและใบเป็นสี แดงตามที่กล่าวข้างต้น ลำต้นเลื้อยบนดิน หรือตั้งตรง สูงได้ถึง 1.5 เมตร แตกกิ่งก้านเยอะ มีข้อและมีรากอากาศบริเวณข้อ ทุกส่วนของต้นมียางขาว</p>
<p>ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับตามข้อ ก้านใบยาวเป็นสีแดง ใบรูปรีกว้างคล้ายใบโพธิ์ ปลายแหลม โคนเว้าลึกเป็นรูปหัวใจ เส้นแขนงใบแทงขึ้นจากโคนใบ ใบเป็นสีแดง มีขนละเอียดสีแดงทั่วทั้งใบ ใบอ่อนเป็นสีเขียวปนขาว เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีแดงและใบมีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้ เวลามีใบดก ดูสวยงามน่ารักมาก</p>
<p>ดอกออกเป็นช่อตามง่ามใบ ก้านช่อดอกแข็ง กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง หรือรูปกรวย เป็นสีม่วงอ่อน “ผล” รูปไข่ มี 4 ช่อง ขนาดเล็ก มีเมล็ด ขยายพันธุ์ด้วยหัว ซึ่ง มันเทศออสเตรเลีย มีขายที่ตลาดนัด ไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 2 แผง “ป้าแอ๊ด-คุณขวัญ” ราคาสอบถามกันเอง นิยมปลูกลงกระถาง ทำโครงให้ต้นหรือเถาไต่ ตั้งประดับในที่มีแดดส่องถึงทั้งวัน ดูสวยงามแปลกตามาก</p>
<h3>สรรพคุณของมันเทศ</h3>
<p>ชนิดที่มีต้นและใบสีเขียวคือ ใบตำพอกฝี ต้นหรือ เถาต้มดื่มแก้ไขข้ออักเสบ หัวแห้งชงน้ำชาดื่ม แก้กระหายน้ำ บำรุงม้าม ไต แก้เมาคลื่นเวลานั่งเรือ น้ำคั้นจากหัวสดทาแก้แผลไฟไหม้ ทั้งต้นและหัวมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้ดีมากครับ</p>
<p><span style="font-size: xx-small;">ที่มา : <a rel="nofollow" href="http://www.thairath.co.th/" target="_blank">ไทยรัฐ</a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8-%e0%b9%82%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%9a-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผักปลอดสารพิษ ในกระสอบเก่า สร้างรายได้</title>
		<link>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a9-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%80/</link>
		<comments>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a9-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%80/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Sep 2010 09:42:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาชีพด้านเกษตรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำหมักชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ปุ๋ยหมัก]]></category>
		<category><![CDATA[ปุ๋ยหมักจุลินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[ปุ๋ยหมักจุลินทรีย์โบกาฉิ]]></category>
		<category><![CDATA[ผักปลอดสารพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรแบบพอเพียง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://108thaijob.com/?p=2982</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากงานประจำมาเริ่มต้นทำงานเกษตรแบบพอเพียง โดยการปลูกผักแบบปลอดสารพิษในกระสอบเก่า ดินที่จะนำมาใส่กระสอบนั้นก็จะต้องผสมให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ โดยเน้นวัสดุปลูกที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น ถ้าผสมปุ๋ยหมักจุลินทรีย์โบกาฉิได้ด้วยก็จะยิ่งดี 
คุณโสทร รอดคงที่ บัณฑิตหนุ่มจากคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยา เขตปัตตานี หันหลังจากงานประจำมาเริ่มต้นทำงานเกษตรแบบพอเพียง โดยการปลูกผักแบบปลอดสารพิษในกระสอบเก่า โดยแนะนำว่าสามารถใช้ได้ทั้งกระสอบปุ๋ย กระสอบอาหารสัตว์ กระสอบแป้งสาลี หรือกระสอบต่าง ๆ ขนาดใดก็ได้ ยกเว้นกระสอบป่าน สำหรับกระสอบปุ๋ยบางชนิดที่น้ำซึมผ่านยากนั้นควรนำมาเจาะรูให้สามารถระบายน้ำได้ก่อน แต่ถ้าเป็นกระสอบที่น้ำซึมผ่านได้ดี ก็นำมาใช้ได้เลย
ดินที่จะนำมาใส่กระสอบนั้นก็ จะต้องผสมให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ โดยเน้นวัสดุปลูกที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น เช่น ปุ๋ยคอกเก่า ปุ๋ยหมัก แกลบ แกลบเผา เศษใบไม้ ฯลฯ คลุกเคล้าให้เข้ากัน คุณโสทรแนะว่า ถ้าผสมปุ๋ยหมักจุลินทรีย์โบกาฉิได้ด้วยก็จะยิ่งดี

วิธีการทำปุ๋ยหมักจุลินทรีย์
คือ นำปุ๋ยคอกเก่า 1 ส่วน ผสมกับรำละเอียด 1 ส่วน ผสมกับแกลบหรือหญ้าแห้ง ฟางแห้ง ทะลายปาล์ม หรืออื่น ๆ 1 ส่วน คลุกเคล้ากันให้ทั่ว จากนั้นนำกากน้ำตาล 40 ซีซี ละลายน้ำ 10 ลิตร ใส่จุลินทรีย์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากงานประจำมาเริ่มต้นทำงานเกษตรแบบพอเพียง โดยการปลูกผักแบบปลอดสารพิษในกระสอบเก่า ดินที่จะนำมาใส่กระสอบนั้นก็จะต้องผสมให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ โดยเน้นวัสดุปลูกที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น ถ้าผสมปุ๋ยหมักจุลินทรีย์โบกาฉิได้ด้วยก็จะยิ่งดี <span id="more-2982"></span></p>
<p>คุณโสทร รอดคงที่ บัณฑิตหนุ่มจากคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยา เขตปัตตานี หันหลังจากงานประจำมาเริ่มต้นทำงาน<strong>เกษตรแบบพอเพียง</strong> โดย<strong>การปลูกผักแบบปลอดสารพิษ</strong>ในกระสอบเก่า โดยแนะนำว่าสามารถใช้ได้ทั้ง<strong>กระสอบปุ๋ย</strong> <strong>กระสอบอาหารสัตว์</strong> <strong>กระสอบแป้งสาลี</strong> หรือกระสอบต่าง ๆ ขนาดใดก็ได้ <strong>ยกเว้นกระสอบป่าน</strong> สำหรับกระสอบปุ๋ยบางชนิดที่น้ำซึมผ่านยากนั้นควรนำมาเจาะรูให้สามารถระบายน้ำได้ก่อน แต่ถ้าเป็นกระสอบที่น้ำซึมผ่านได้ดี ก็นำมาใช้ได้เลย</p>
<p>ดินที่จะนำมาใส่กระสอบนั้นก็ จะต้องผสมให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ โดยเน้นวัสดุปลูกที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น เช่น <strong>ปุ๋ยคอกเก่า</strong> <strong>ปุ๋ยหมัก</strong> <strong>แกลบ</strong><strong> แกลบเผา</strong> <strong>เศษใบไม้</strong> ฯลฯ คลุกเคล้าให้เข้ากัน คุณโสทรแนะว่า ถ้าผสม<strong>ปุ๋ยหมักจุลินทรีย์โบกาฉิ</strong>ได้ด้วยก็จะยิ่งดี</p>
<div><img title="ผักปลอดสารพิษ" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2009/10/toxic-free-vegetables01.jpg" alt="ผักปลอดสารพิษ" /></div>
<h3>วิธีการทำปุ๋ยหมักจุลินทรีย์</h3>
<p>คือ นำปุ๋ยคอกเก่า 1 ส่วน ผสมกับ<strong>รำ</strong>ละเอียด 1 ส่วน ผสมกับ<strong>แกลบ</strong>หรือ<strong>หญ้าแห้ง ฟางแห้ง ทะลายปาล์ม</strong> หรืออื่น ๆ 1 ส่วน คลุกเคล้ากันให้ทั่ว จากนั้นนำ<strong>กากน้ำตาล</strong> 40 ซีซี ละลายน้ำ 10 ลิตร ใส่จุลินทรีย์ 40 ซีซี คนให้เข้ากัน</p>
<p>หลังจากนั้นนำน้ำที่ได้ไปราดคลุกเคล้ากับวัสดุที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ทดสอบว่า วัสดุปลูกใช้ได้หรือยัง ทดสอบโดยใช้มือขยำวัสดุปลูกดู หากยังมีน้ำไหลออกระหว่างนิ้ว แสดงว่าวัสดุปลูกแฉะเกินไป ให้เพิ่มวัสดุเข้าไปอีก ถ้าขยำเป็นก้อน แล้วปล่อยมือ ถ้าก้อนไม่แตกออกมาแสดงว่าพอดี ถ้าปล่อยมือแล้วก้อนวัสดุแตกทันที แสดงว่าวัสดุยังแห้งเกินไป ให้ราด<strong>น้ำจุลินทรีย์</strong>เพิ่มลงไป หมักวัสดุดังกล่าวโดยการกองไว้ในที่ร่ม ใช้กระสอบป่านคลุม ควรกลับกองวันละ 1 ครั้ง กลับกองปุ๋ยเรื่อยไปจนกว่าจะเย็น ซึ่ง<strong>ปุ๋ยหมักจุลินทรีย์</strong> จะนำมาใช้ได้ก็ราว 7-10 วัน</p>
<p>ก่อนที่จะใส่วัสดุปลูกลงในกระสอบนั้น ผู้ปลูกจะต้องรู้ก่อนว่าจะปลูกผักชนิดใด เพื่อใส่ดินให้เหมาะกับชนิดผักนั้น ๆ เช่น ถ้าปลูกผักที่มีรากยาว อย่าง<strong>พริก มะเขือเทศ มะเขือเปราง มะเขือยาว</strong> ฯลฯ เราก็ต้องพับหรือม้วนปากกระสอบลงมาแล้วใส่ดินปลูกให้สูง 20-25 ซม. ถ้าปลูกผักที่มีรากสั้น อย่างผักกินใบ พวก<strong>คะน้า กวางตุ้ง ฮ่องเต้</strong> ฯลฯ ก็ใส่ดินน้อยลงมาให้สูงสัก 10-15 เซนติเมตร แต่การวางกระสอบในแนวตั้งจะทำให้ได้พื้นที่ในการปลูกน้อย แนะนำให้ใช้</p>
<div><img title="ผักปลอดสารพิษ" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2009/10/toxic-free-vegetables02.jpg" alt="ผักปลอดสารพิษ" /></div>
<h3>วิธีการใส่ดิน</h3>
<p>ในกระสอบประมาณครึ่งกระสอบแล้วมัดปากกระสอบด้วยเชือก วางกระสอบให้นอนลง จากนั้นก็ทำการเจาะรูที่กระสอบ อุปกรณ์ในการเจาะ หากระป๋องปลากระป๋องมาทาบแล้วใช้มีดคัตเตอร์ตัดเป็นวงกลม เพื่อให้หยอด<strong>เมล็ดผัก</strong>ได้ โดยจำนวนรูที่เจาะก็ตามความเหมาะสมประมาณ 9-12 รู แล้วแต่ขนาดของกระสอบ จากนั้นนำเมล็ดผักมาหยอดปลูกได้ทันที รดน้ำเช้า-เย็น เมื่อต้นผักงอก มีใบจริง 2-3 ใบ ก็ให้รด<strong>น้ำหมักชีวภาพ</strong></p>
<p><span style="font-size: xx-small;">ที่มา : <a rel="nofollow" href="http://www.dailynews.co.th/newstartpage/" target="_blank">เดลินิวส์</a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a9-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%80/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เลี้ยงสาหร่ายสไปรูลิน่า Spirulina รายได้ดี</title>
		<link>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Sep 2010 09:41:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาชีพด้านเกษตรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[Spirulina Algae]]></category>
		<category><![CDATA[การเลี้ยงสาหร่าย]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจการเพาะเลี้ยงสาหร่ายสไปรูลิน่า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยสาหร่าย]]></category>
		<category><![CDATA[สาหร่ายสไปรูลิน่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://108thaijob.com/?p=2980</guid>
		<description><![CDATA[ธุรกิจการเพาะเลี้ยงสาหร่ายสไปรูลิน่า ในประเทศไทย ยังมีผู้ริเริ่มเพียงไม่ กี่รายเท่านั้น สาหร่ายสไปรูลิน่าจะสร้างรายได้ให้เป็นอย่างมาก ด้วยเม็ดเงินลงทุนที่ไม่สูงมากนัก
หลัง “ศูนย์วิจัยสาหร่าย เพื่ออาหารและพลังงาน” โรงเรียนวิรุณบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีเชียงราย มีแนวคิดวิจัยสาหร่ายสไปรูลิน่า เพื่อนำมาสกัดเป็นน้ำมันใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลโดย “วิรุณ คำภิโล” ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย ในฐานะผู้อำนวยโรงเรียนวิรุณบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีเชียงราย แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับตรงข้ามเมื่อสาหร่ายสไปรูลิน่ามีโปรตีนสูงกว่า 70% จึงแตกไลน์สร้างฟาร์มเลี้ยงสาหร่ายสไปรูลิน่าแทน เพื่อการบริโภคในระยะเริ่มต้นไปก่อน

แต่ด้วยกระแสคนรักสุขภาพปัจจุบันพบว่า สาหร่ายสไปรูลิน่า กำลังได้รับความ นิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากสาหร่ายดังกล่าวมีสรรพคุณในการรักษาโรคได้หลากหลายชนิด รับประทานง่าย คล้ายกับเป็นอาหารเสริม จึงทำให้ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับ ผลงานยืนยันทางวิชาการหลายสถาบันทั้งในและต่างประเทศออกมายืนยัน ถึงคุณสมบัติจึงการันตีถึงคุณประโยชน์ที่มากมายมหาศาล
วิรุณเล่าให้ฟังว่า ตนเองในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนวิรุณบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีเชียงราย มีนโยบายในการส่งเสริมเรื่องพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะน้ำมันไบโอดีเซล จึงตั้งศูนย์วิจัยสาหร่าย เพื่ออาหารและพลังงานขึ้นเมื่อ 4-5 เดือนที่ผ่านมา เพื่อเป็นแปลงศึกษาสำหรับนักเรียนในการเพาะเลี้ยงและศึกษาเพื่อใช้ประโยชน์ ในการผลิตน้ำมันไบโอดีเซล เนื่องจากตนเองมีโรงงานผลิตน้ำมันไบโอดีเซลจากปาล์มน้ำมันและน้ำมันใช้แล้ว ซึ่งมีกำลังการผลิตวันละ 50,000 ลิตร
ทั้งนี้ จากผลการศึกษาพบว่าสาหร่ายสไปรูลิน่ามีปริมาณน้ำมันที่สามารถนำมาสกัดทำน้ำ มันไบโอดีเซลได้เป็นอย่างดี แต่จากการทดลองเพาะเลี้ยง กลับพบว่าสาหร่ายพันธุ์ที่นำเข้ามาเพาะเลี้ยงจาก ประเทศจีนนั้นมีปริมาณสารอาหารประเภทโปรตีนค่อนข้างสูงมีกว่า 60-70% ซึ่งเหมาะสำหรับใช้เป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ ทั้ง ไก่ กุ้ง ปลา ฯลฯ ดังนั้นจึงเบนเข็มมาศึกษาสาหร่ายสไปรูลิน่าที่เพาะเลี้ยงให้เป็นอาหารแทนการ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2>ธุรกิจการเพาะเลี้ยงสาหร่ายสไปรูลิน่า ในประเทศไทย ยังมีผู้ริเริ่มเพียงไม่ กี่รายเท่านั้น สาหร่ายสไปรูลิน่าจะสร้างรายได้ให้เป็นอย่างมาก ด้วยเม็ดเงินลงทุนที่ไม่สูงมากนัก</h2>
<p>หลัง <strong>“ศูนย์วิจัยสาหร่าย เพื่ออาหารและพลังงาน”</strong> โรงเรียนวิรุณบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีเชียงราย มีแนวคิดวิจัยสาหร่ายสไปรูลิน่า เพื่อนำมาสกัดเป็นน้ำมันใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลโดย “วิรุณ คำภิโล” ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย ในฐานะผู้อำนวยโรงเรียนวิรุณบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีเชียงราย แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับตรงข้ามเมื่อสาหร่ายสไปรูลิน่ามีโปรตีนสูงกว่า 70% จึงแตกไลน์สร้างฟาร์มเลี้ยงสาหร่ายสไปรูลิน่าแทน เพื่อการบริโภคในระยะเริ่มต้นไปก่อน<span id="more-2980"></span></p>
<div><img src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2009/10/spirulina-algae1.jpg" alt="เลี้ยงสาหร่ายสไปรูลิน่า Spirulina Algae รายได้ดี" /></div>
<p>แต่ด้วยกระแสคนรักสุขภาพปัจจุบันพบว่า <strong>สาหร่ายสไปรูลิน่า</strong> กำลังได้รับความ นิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากสาหร่ายดังกล่าวมีสรรพคุณในการรักษาโรคได้หลากหลายชนิด รับประทานง่าย คล้ายกับเป็นอาหารเสริม จึงทำให้ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับ ผลงานยืนยันทางวิชาการหลายสถาบันทั้งในและต่างประเทศออกมายืนยัน ถึงคุณสมบัติจึงการันตีถึงคุณประโยชน์ที่มากมายมหาศาล</p>
<p>วิรุณเล่าให้ฟังว่า ตนเองในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนวิรุณบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีเชียงราย มีนโยบายในการส่งเสริมเรื่องพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะน้ำมันไบโอดีเซล จึงตั้งศูนย์วิจัยสาหร่าย เพื่ออาหารและพลังงานขึ้นเมื่อ 4-5 เดือนที่ผ่านมา เพื่อเป็นแปลงศึกษาสำหรับนักเรียนในการเพาะเลี้ยงและศึกษาเพื่อใช้ประโยชน์ ในการผลิตน้ำมันไบโอดีเซล เนื่องจากตนเองมีโรงงานผลิตน้ำมันไบโอดีเซลจากปาล์มน้ำมันและน้ำมันใช้แล้ว ซึ่งมีกำลังการผลิตวันละ 50,000 ลิตร</p>
<p>ทั้งนี้ จากผลการศึกษาพบว่าสาหร่ายสไปรูลิน่ามีปริมาณน้ำมันที่สามารถนำมาสกัดทำน้ำ มันไบโอดีเซลได้เป็นอย่างดี แต่จากการทดลองเพาะเลี้ยง กลับพบว่าสาหร่ายพันธุ์ที่นำเข้ามาเพาะเลี้ยงจาก ประเทศจีนนั้นมีปริมาณสารอาหารประเภทโปรตีนค่อนข้างสูงมีกว่า 60-70% ซึ่งเหมาะสำหรับใช้เป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ ทั้ง ไก่ กุ้ง ปลา ฯลฯ ดังนั้นจึงเบนเข็มมาศึกษาสาหร่ายสไปรูลิน่าที่เพาะเลี้ยงให้เป็นอาหารแทนการ นำมาสกัดเป็นน้ำมัน</p>
<p>สำหรับบ่อเลี้ยงสาหร่ายสไปรูลิน่าขณะนี้ตั้งอยู่ที่ อ.แม่สาย มีจำนวน 22 บ่อ ขนาดกว้าง 5*50 เมตร เนื้อที่ประมาณ 3-4 ไร่ พื้นที่ยังมีขนาดเล็ก แต่ได้มาตรฐานผ่านการควบคุม เนื่องจากยังเป็นฟาร์มทดลอง ส่วนเงินลงทุนในการทำบ่อเลี้ยงสาหร่ายนั้นเพียงไม่กี่หมื่นบาทเท่านั้นแต่ รายได้ที่คืนกลับมาค่อนข้างสูง ทั้งนี้ การเลี้ยงสำหร่ายที่ศูนย์วิจัยสาหร่ายนี้จะใช้กำลังของนักเรียนที่ยากจนและ ขาดแคลนรายได้ส่วนหนึ่งมาเป็นบุคคลากร เพื่อเป็นการส่งเสริมการสร้างรายได้ให้แก่นักเรียน พร้อมกับต่อยอดความรู้เพิ่มเติมอีกด้วย</p>
<p>วิรุณกล่าวอีกว่า ในส่วนของกำลังการผลิตหากเป็นสาหร่ายสดจะสามารถเก็บผลผลิตได้วันละ 400-500 กิโลกรัม แต่เมื่อผ่านกระบวนการอบแห้งแล้วจะเหลือน้ำหนัก 50 กิโลกรัม หากเป็นสาหร่ายสดจะจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 40 บาท แต่หากอบแห้งแล้วราคาจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 700 บาท ทั้งนี้ ในอนาคตอาจจะมีการต่อยอดสร้างแบรนด์จำหน่ายเอง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ธุรกิจการเพาะเลี้ยงสาหร่ายสไปรูลิน่าในประเทศไทยยังมีผู้ริเริ่มเพียงไม่ กี่รายเท่านั้น จึงน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งกว่าในอนาคตหากมีการประชาสัมพันธ์รณรงค์อย่าง ต่อเนื่อง และมีผลงานทางวิชาการยืนยันว่าสาหร่ายดังกล่าวมีคุณประโยชน์มหาศาล สาหร่ายสไปรูลิน่าจะสร้างรายได้ให้เป็นอย่างมาก ด้วยเม็ดเงินลงทุนที่ไม่สูงมากนัก</p>
<p>“วรัทยา ไชยลังกา”<br />
<span style="font-size: xx-small;"><a rel="nofollow" href="http://www.komchadluek.net/" target="_blank">คมชัดลึก</a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีปลูกต้นพริก ผลผลิตดี เสริมรายได้</title>
		<link>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81-%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%9-2/</link>
		<comments>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81-%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%9-2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 31 Aug 2010 09:40:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาชีพด้านเกษตรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ปุ๋ยเคมี]]></category>
		<category><![CDATA[ปุ๋ยแอมโมเนียซัลเฟต]]></category>
		<category><![CDATA[พืชผัก]]></category>
		<category><![CDATA[ฟูราดาน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีปลูกต้นพริก]]></category>
		<category><![CDATA[ออไธไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[เมล็ดพริก]]></category>
		<category><![CDATA[ไดเทน เอ็ม 45]]></category>
		<category><![CDATA[ไดโฟลา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://108thaijob.com/?p=2978</guid>
		<description><![CDATA[พริกเป็นพืชผักที่มีความสำคัญชนิดหนึ่ง เพราะทุกครัวเรือนต่างต้องใช้พริกในการประกอบอาหาร ซึ่งการปลูกต้นพริกทำได้หลายวิธี วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์ ขอแนะเคล็ดลับวิธีการปลูกต้นพริก
พริกเป็นพืชผักที่มีความสำคัญชนิดหนึ่ง เพราะทุกครัวเรือนต่างต้องใช้พริกในการประกอบอาหาร ซึ่งการปลูกต้นพริกทำได้หลายวิธี วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์ ขอแนะเคล็ดลับ
วิธีการปลูกต้นพริก
เริ่มจากเพาะเมล็ดพริกหยอดในหลุมโดยตรงหลุมละ 3-5 เมล็ด ซึ่งวิธีนี้นิยมปลูกในแปลงขนาดใหญ่ จุดอ่อนของการปลูกวิธีนี้ คือ ต้นพริกอ่อนแอ อาจจะถูกมดและแมลงอื่นๆกัดกินใบ
- เพาะเมล็ดพริกให้งอกก่อนแล้วนำไปปลูกในหลุม กลบด้วยดินบางๆ สำหรับวิธีการเพาะ คือ นำเมล็ดพันธุ์ไปแช่ไว้ในน้ำ จากนั้นนำผ้าชุบน้ำหมาดๆมาห่อทิ้งไว้ประมาณ 2-3 วัน เมล็ดก็จะงอกแล้วนำไปปลูก
- เพาะเมล็ดในแปลงเพาะก่อน แปลงเพาะควรใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ปริมาณ 100 กรัม/ตารางเมตร ขุดดินลึกประมาณ 5-8 นิ้ว แนะควรใช้ฟูราดานในการเพาะด้วย หลังจากหว่านเมล็ดแล้วประมาณ 10 วัน เมื่อต้นพริกมีอายุได้ 18 วัน ให้รดด้วยน้ำผสมปุ๋ยแอมโมเนียซัลเฟต อัตราส่วน 1 กรัม/น้ำ 200 ซีซี. แล้วรดน้ำตามทันที หากเมล็ดไหนที่ยังไม่งอก ให้นำไปคลุกยาป้องกันกำจัดเชื้อรา ได้แก่ ออไธไซด์ เพื่อป้องกันโรคเร่าควรรดด้วยไดโฟลาแทน 80 หรือไดเทน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>พริกเป็นพืชผักที่มีความสำคัญชนิดหนึ่ง เพราะทุกครัวเรือนต่างต้องใช้พริกในการประกอบอาหาร ซึ่งการปลูกต้นพริกทำได้หลายวิธี วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์ ขอแนะเคล็ดลับวิธีการปลูกต้นพริก<span id="more-2978"></span></p>
<p><strong>พริก</strong>เป็น<strong>พืชผัก</strong>ที่มีความสำคัญชนิดหนึ่ง เพราะทุกครัวเรือนต่างต้องใช้พริกในการประกอบอาหาร ซึ่ง<strong>การปลูกต้นพริก</strong>ทำได้หลายวิธี วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์ ขอแนะเคล็ดลับ</p>
<h3>วิธีการปลูกต้นพริก</h3>
<p>เริ่มจากเพาะ<strong>เมล็ดพริก</strong>หยอดในหลุมโดยตรงหลุมละ 3-5 เมล็ด ซึ่งวิธีนี้นิยมปลูกในแปลงขนาดใหญ่ จุดอ่อนของ<strong>การปลูกวิธี</strong>นี้ คือ <strong>ต้นพริก</strong>อ่อนแอ อาจจะถูกมดและแมลงอื่นๆกัดกินใบ</p>
<p>- <strong>เพาะเมล็ดพริก</strong>ให้งอกก่อนแล้วนำไปปลูกในหลุม กลบด้วยดินบางๆ สำหรับวิธีการเพาะ คือ นำเมล็ดพันธุ์ไปแช่ไว้ในน้ำ จากนั้นนำผ้าชุบน้ำหมาดๆมาห่อทิ้งไว้ประมาณ 2-3 วัน เมล็ดก็จะงอกแล้วนำไปปลูก</p>
<p>- <strong>เพาะเมล็ด</strong>ในแปลงเพาะก่อน แปลงเพาะควรใส่<strong>ปุ๋ยเคมี</strong>สูตร 15-15-15 ปริมาณ 100 กรัม/ตารางเมตร ขุดดินลึกประมาณ 5-8 นิ้ว แนะควรใช้<strong>ฟูราดาน</strong>ในการเพาะด้วย หลังจากหว่านเมล็ดแล้วประมาณ 10 วัน เมื่อต้นพริกมีอายุได้ 18 วัน ให้รดด้วยน้ำผสม<strong>ปุ๋ยแอมโมเนียซัลเฟต</strong> อัตราส่วน 1 กรัม/น้ำ 200 ซีซี. แล้วรดน้ำตามทันที หากเมล็ดไหนที่ยังไม่งอก ให้นำไปคลุกยาป้องกันกำจัด<strong>เชื้อรา</strong> ได้แก่ <strong>ออไธไซด์</strong> เพื่อป้องกันโรคเร่าควรรดด้วย<strong>ไดโฟลา</strong>แทน 80 หรือ<strong>ไดเทน เอ็ม 45</strong></p>
<p>วิธีง่ายๆ ลองนำไปใช้กันดูได้<br />
<span style="font-size: xx-small;">ที่มา : <a rel="nofollow" href="http://www.dailynews.co.th/" target="_blank">เดลินิวส์</a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81-%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%9-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปลูกผักเหมียงขาย รายได้เสริม</title>
		<link>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 31 Aug 2010 09:40:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาชีพด้านเกษตรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ผักเหมียง]]></category>
		<category><![CDATA[พืชผักกินใบ]]></category>
		<category><![CDATA[หารายได้เสริม]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://108thaijob.com/?p=2976</guid>
		<description><![CDATA[ผักเหมียง รสชาติมันและอร่อยแล้ว หากรับประทานต่อเนื่องยังมีสรรพคุณทางยา แก้โรคความดันและโรคเบาหวานได้ด้วย สามารถปลูกขายเป็นรายได้เสริม
ด้วยที่มองว่า ผักเหมียง เป็นพืชผักกินใบ โดยนำเอายอดอ่อนหรือใบอ่อนมาทำเป็นอาหารในหลากหลายเมนู และการปลูกควรปลูกในที่ร่ม ดินร่วนซุย มีความอุดมสมบูรณ์สูง และมีฝนตกชุกและต่อเนื่อง เหล่านี้เป็นแรงผลักให้เหล่าเกษตรกรใน พื้นที่ 5 หมู่บ้าน ต.หนองธง อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ร่วม 20 ราย ปลูกผักชนิดนี้มากขึ้น โดยปลูกแซมสวนยางพารา สวนมะพร้าว และสวนสมรม หรือสวนเกษตรผสมผสาน สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างงาม
หนึ่งในนั้นคือ ลุงรุ่น หลิบแก้ว ในวัย 50 ปีเศษ เกษตรกรพื้นที่หมู่ 9 ต.หนองธง อ.ป่าบอน เล่าว่า จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดทำให้เกษตรกรในพื้นที่ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนยางพาราต่างประสบปัญหาความเดือดร้อน เนื่องจากต้นยางให้ปริมาณน้ำยางลดน้อยรายได้ของครอบครัวจึงลดลง เพื่อเป็นการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ครอบครัวของตนจึงอาศัยเก็บยอดผักเหมียง ที่ปลูกแซมในร่องสวนยางพารา บนเนื้อที่ 4 ไร่ เก็บขายวันละ 8-10 กิโลกรัม ในราคากิโลกรัมละ 50 บาท
ผักเหมียงเป็นพืชที่ชอบร่มเงา จึงสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสวนยางพารา เพราะอาศัยร่มเงาและปุ๋ยจากต้นยางพารา ทำให้ผักเหมียงเจริญงอกงามได้ในเวลาที่รวดเร็ว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผักเหมียง รสชาติมันและอร่อยแล้ว หากรับประทานต่อเนื่องยังมีสรรพคุณทางยา แก้โรคความดันและโรคเบาหวานได้ด้วย สามารถปลูกขายเป็นรายได้เสริม<span id="more-2976"></span></p>
<p>ด้วยที่มองว่า <strong>ผักเหมียง</strong> เป็น<strong>พืชผักกินใบ</strong> โดยนำเอายอดอ่อนหรือใบอ่อนมาทำเป็นอาหารในหลากหลายเมนู และการปลูกควรปลูกในที่ร่ม ดินร่วนซุย มีความอุดมสมบูรณ์สูง และมีฝนตกชุกและต่อเนื่อง เหล่านี้เป็นแรงผลักให้เหล่าเกษตรกรใน พื้นที่ 5 หมู่บ้าน ต.หนองธง อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ร่วม 20 ราย ปลูกผักชนิดนี้มากขึ้น โดยปลูกแซมสวนยางพารา สวนมะพร้าว และสวนสมรม หรือสวนเกษตรผสมผสาน สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างงาม</p>
<p>หนึ่งในนั้นคือ ลุงรุ่น หลิบแก้ว ในวัย 50 ปีเศษ เกษตรกรพื้นที่หมู่ 9 ต.หนองธง อ.ป่าบอน เล่าว่า จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดทำให้เกษตรกรในพื้นที่ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนยางพาราต่างประสบปัญหาความเดือดร้อน เนื่องจากต้นยางให้ปริมาณน้ำยางลดน้อยรายได้ของครอบครัวจึงลดลง เพื่อเป็นการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ครอบครัวของตนจึงอาศัยเก็บยอด<strong>ผักเหมียง</strong> ที่ปลูกแซมในร่องสวนยางพารา บนเนื้อที่ 4 ไร่ เก็บขายวันละ 8-10 กิโลกรัม ในราคากิโลกรัมละ 50 บาท</p>
<p><strong>ผักเหมียง</strong>เป็นพืชที่ชอบร่มเงา จึงสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสวนยางพารา เพราะอาศัยร่มเงาและปุ๋ยจากต้นยางพารา ทำให้<strong>ผักเหมียง</strong>เจริญงอกงามได้ในเวลาที่รวดเร็ว จนสามารถเก็บขายมีรายได้ทุกวัน โดยลูกค้าส่วนใหญ่จะนิยมนำไปผัดน้ำมันหอย หรือลวกกะทิ รับประทานเป็นเครื่องเคียงกับน้ำพริกมะนาว รสชาติอร่อยมาก ลุงรุ่น แจง</p>
<p>ลุงรุ่น เล่าด้วยว่า นอกเหนือจากเก็บยอด<strong>ผักเหมียง</strong>ขายแล้ว ครอบครัวของตนยังตอนกิ่งพันธุ์<strong>ผักเหมียง</strong> ขายด้วยในราคา ต้นละ 10 บาท ซึ่งล่าสุดมีลูกค้าทั้งในและต่างจังหวัด แห่ซื้อต้นพันธุ์กันจำนวนมาก เนื่องจาก<strong>ผักเหมียง</strong> นอกเหนือจากมีรสชาติ มันและอร่อยแล้ว หากรับประทานต่อเนื่องยังมีสรรพคุณทางยา แก้โรคความดันและโรคเบาหวานได้ด้วย</p>
<p><span style="font-size: xx-small;">ที่มา : <a rel="nofollow" href="http://www.komchadluek.net/" target="_blank">คมชัดลึก</a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปลูกผักไร้ดิน เสริมรายได้</title>
		<link>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84/</link>
		<comments>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 Aug 2010 09:39:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาชีพด้านเกษตรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ผักปลอดสารพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[ผักไร้ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ผักไฮโดรโพนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[หารายได้เสริม]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://108thaijob.com/?p=2974</guid>
		<description><![CDATA[ปลูกผักไร้ดิน หรือไฮโดรโพนิกส์ เสริมรายได้ แนวโน้มความต้องการตลาดมากขึ้น เป็นผักปลอดสารพิษ ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคหรือแม้แต่ตัวของเกษตรกรเอง

เพื่อตอบสนองกลุ่มผู้คนที่รักสุขภาพ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ ไกรภูมิ โตทับเที่ย หนึ่งในทายาทตระกูลดังเจ้าของธุรกิจ ปุ้มปุ้ย-ปลายิ้” เบนเข็มสู่วงการเกษตร ในนาม สวนผักสวัสดี ซึ่งยึดทำเลพื้นที่ใจกลางเมืองตรัง ปลูกผักไฮโดรโพนิกส์ส่งขาย ภายใต้ยี่ห้อ ผักลอยฟ้า
ปลูกผักไร้ดินในโรงเรือน มุ้งตาข่าย มีกระบะใส่โฟมเจาะเป็นช่องๆ วางต้นกล้าให้รากลงไปแช่ในสารละลายธาตุอาหาร พร้อมปั๊มอากาศเพื่อให้ออกซิเจนแก่รากผัก ซึ่งจะช่วยแก้สารพิษตกค้างอันจะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคและผู้ปลูก ไกรภูมิ แจง
ทั้งนี้ ไกรภูมิ ในวัยเกือบ 30 ปี ยอมรับว่า ที่สนใจปลูกผักไร้ดิน หรือไฮโดรโพนิกส์ เพราะมองว่าแนวโน้มจะเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น ที่สำคัญเป็นผักปลอดสารพิษ จึงไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคหรือแม้แต่ตัวของเกษตรกรเอง
ปลูกได้ 2-3 ปีแล้ว มีผักกาดขาว คะน้า ผักรับประทานกับสลัด โดยสร้างเป็นโรงเรือนมีมุ้งตาข่ายปิดมิดชิด จึงไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดแมลง ผักจึงเติบโตเร็วกว่าการปลูกในดิน เพราะได้รับสารครบถ้วนในสัดส่วนที่พอเหมาะ ผลคือ นอกจากทำให้ได้ผลผลิตสูงแล้ว ยังมีรสชาติดีด้วย ไกรภูมิ แจง
พร้อมยอมรับว่า การปลูกผักแบบนี้ควบคุมปัจจัยต่างๆ ได้ง่ายกว่า แถมลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม ฝนแล้งได้ และใช้พื้นที่ปลูกน้อย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2>ปลูกผักไร้ดิน หรือไฮโดรโพนิกส์ เสริมรายได้ แนวโน้มความต้องการตลาดมากขึ้น เป็นผักปลอดสารพิษ ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคหรือแม้แต่ตัวของเกษตรกรเอง<span id="more-2974"></span></h2>
<div><img title="ผักไร้ดิน" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2010/08/organic-vegetables.jpg" alt="ผักไร้ดิน" /></div>
<p>เพื่อตอบสนองกลุ่มผู้คนที่รักสุขภาพ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ ไกรภูมิ โตทับเที่ย หนึ่งในทายาทตระกูลดังเจ้าของธุรกิจ ปุ้มปุ้ย-ปลายิ้” เบนเข็มสู่วงการเกษตร ในนาม สวนผักสวัสดี ซึ่งยึดทำเลพื้นที่ใจกลางเมืองตรัง ปลูก<strong>ผักไฮโดรโพนิกส์</strong>ส่งขาย ภายใต้ยี่ห้อ ผักลอยฟ้า</p>
<p>ปลูก<strong>ผักไร้ดิน</strong>ในโรงเรือน มุ้งตาข่าย มีกระบะใส่โฟมเจาะเป็นช่องๆ วางต้นกล้าให้รากลงไปแช่ในสารละลายธาตุอาหาร พร้อมปั๊มอากาศเพื่อให้ออกซิเจนแก่รากผัก ซึ่งจะช่วยแก้สารพิษตกค้างอันจะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคและผู้ปลูก ไกรภูมิ แจง</p>
<p>ทั้งนี้ ไกรภูมิ ในวัยเกือบ 30 ปี ยอมรับว่า ที่สนใจปลูก<strong>ผักไร้ดิน</strong> หรือ<strong>ไฮโดรโพนิกส์</strong> เพราะมองว่าแนวโน้มจะเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น ที่สำคัญเป็น<strong>ผักปลอดสารพิษ</strong> จึงไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคหรือแม้แต่ตัวของเกษตรกรเอง</p>
<p>ปลูกได้ 2-3 ปีแล้ว มีผักกาดขาว คะน้า ผักรับประทานกับสลัด โดยสร้างเป็นโรงเรือนมีมุ้งตาข่ายปิดมิดชิด จึงไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดแมลง ผักจึงเติบโตเร็วกว่าการปลูกในดิน เพราะได้รับสารครบถ้วนในสัดส่วนที่พอเหมาะ ผลคือ นอกจากทำให้ได้ผลผลิตสูงแล้ว ยังมีรสชาติดีด้วย ไกรภูมิ แจง</p>
<p>พร้อมยอมรับว่า การปลูกผักแบบนี้ควบคุมปัจจัยต่างๆ ได้ง่ายกว่า แถมลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม ฝนแล้งได้ และใช้พื้นที่ปลูกน้อย ปลูกใหม่ได้ทันทีหลังเก็บเกี่ยว โดยไม่ต้องรอฤดูกาล ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการกำจัดวัชพืช หรือเลือกปลูกได้ในช่วงที่ผักราคาแพง</p>
<div><img title="ผักไร้ดิน" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2010/08/organic-vegetables1.jpg" alt="ผักไร้ดิน" /></div>
<p>ข้อจำกัด คือ การลงทุนในการก่อสร้างโรงเรือนและอุปกรณ์ต่างๆ ครั้งแรกจะสูงมาก ส่วนปุ๋ยและสารละลายธาตุอาหารที่นำมาใช้ก็มีราคาสูง เนื่องจากต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศโดยตรง ไกรภูมิ ยอมรับและว่า</p>
<p>ไกรภูมิกล่าวว่า ปัจจุบันผักชนิดนี้ในเมืองตรังกำลังเป็นที่นิยมของผู้คนในวงกว้าง เนื่องจากมั่นใจว่าผลผลิตปลอดสารพิษ เพราะลดสารเคมีกำจัดวัชพืชได้ถึง 99% ลดการใช้น้ำเมื่อเทียบกับปลูกผักในดินได้ถึง 98% ลดการใช้ปุ๋ยเคมีได้ถึง 95% แถมเพิ่มผลผลิตได้มากถึง 45%</p>
<p><span style="font-size: xx-small;">ที่มา : <a rel="nofollow" href="http://www.komchadluek.net/" target="_blank">คมชัดลึก</a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
