Category: เทคนิคการสัมภาษณ์งาน

ธ.ค. 27 2009

10 คำถามสัมภาษณ์งานที่ตอบยากที่สุด

ช่วงเวลาแห่งการสัมภาษณ์งานเป็นช่วงเวลาแห่งความท้าทายอย่างมากสำหรับผู้หางาน จะตอบคำถามอย่างไรให้ประทับใจผู้สัมภาษณ์และได้งานในที่สุด นอกจากคำถามพื้นฐานที่มักจะต้องถูกถามอยู่เสมอ เช่น ช่วยเล่าเกี่ยวกับตัวคุณให้กรรมการรู้จักคุณมากขึ้นอีก ทำไมคุณจึงสมัครงานกับเรา คุณคิดว่าอะไรคือคุณสมบัติพิเศษที่ทำให้คุณเหมาะกับงานนี้ คุณอาจจะพบกับคำถามที่ตอบยากที่สุด ซึ่งคุณจะต้องเตรียมตัวมาอย่างดีเพื่อที่จะสามารถตอบคำถามได้อย่างชาญฉลาด กับ 10 ตัวอย่างของคำถามที่ตอบยากที่สุด ซึ่งเรารวบรวมมาไว้ให้คุณที่นี่แล้ว Read more »

ธ.ค. 26 2009

สัมภาษณ์งาน ให้ได้งาน ทำอย่างไร

ก่อนการไปสัมภาษณ์งานทุกครั้งนั้น เราต้องเตรียมตัวโดยการหาข้อมูลต่าง ๆ เช่นตำแหน่งงานที่เราสมัคร ข้อมูลของบริษัทที่เราไปสัมภาษณ์ เรื่องการแต่งกายต่างๆ การเตรียมตัวในการตอบคำถามต่างๆ เช่นอาจจะลองถามคำถาม แล้วลองตอบดู นอกจากนี้ก่อนวันสัมภาษณ์จริงควรไปสำรวจสถานที่ที่เราจะต้องไปสัมภาษณ์ เพื่อวันที่ต้องเดินทางจริง จะได้ไม่หลงทาง หรือหาสถานที่ไม่เจอ ก่อนไปสัมภาษณ์และวันสัมภาษณ์ตลอดจนเอกสารในการสมัครงานนั้นมีอะไรบ้าง มาดูกันเลยนะคะ Read more »

ธ.ค. 26 2009

เทคนิคการสัมภาษณ์งานแบบวัด Competency

ในปัจจุบันจึงมีแนวความคิดในเรื่องของการกำหนดคุณสมบัติที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานหรือที่เรียกว่า Competency ก็คือ หากจะรับพนักงานเข้ามาทำงานในตำแหน่งงานนั้น ๆ แล้ว ต้องการคุณสมบัติใดหรือต้องการศักยภาพใดจากผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งบ้าง เพื่อที่จะนำไปใช้ในการสร้างความสำเร็จให้เกิดกับองค์กร Read more »

ธ.ค. 26 2009

เทคนิคการสัมภาษณ์งาน

โดยปกติแล้วในการสัมภาษณ์บุคคลเข้าทำงาน ถ้าผู้สัมภาษณ์มีการเตรียมตัวดีหรือมีประสบการณ์มามากพอสมควร ลักษณะการตั้งคำถามของเขาจะตั้งเป็นชุด ๆ ไปเลยทีเดียว และส่วนใหญ่จะตั้งคำถามตามแบบพิมพ์ของใบสมัคร โดยมีการตั้งคำถามเริ่มต้นจากนั้นก็จะตั้งคำถามเพื่อตรวจสอบคำตอบจากคำตอบที่คุณตอบไป ซึ่งเป็นการถามแบบขยายขอบเขตของเรื่องนั้นไปเรื่อย ๆ โดยที่ผู้ถูกสัมภาษณ์อาจจะไม่รู้ตัว ซึ่งคำถามเหล่านี้หากผู้รับการสัมภาษณ์เตรียมตัวไว้ไม่ดี หรือมิได้ให้ข้อความตามความเป็นจริงหรือเป็นคนที่ขาดจุดยืน มักจุตกม้าตายโดยไม่รู้ตัว Read more »

ธ.ค. 18 2009

ชนิดและกรรมวิธีของการสัมภาษณ์งาน

(Interview Method)
การสัมภาษณ์งานมีชนิด รูปแบบ และกรรมวิธีหลายอย่างด้วยกัน ซึ่งผู้สมัครจำเป็นต้องทราบก่อนเข้าทำการสัมภาษณ์ว่าเป็นการสัมภาษณ์ชนิดไหน เพื่อว่าจะได้เตรียมตัวล่วงหน้าได้อย่างถูกต้องในทางปฏิบัติ สำหรับชนิดและกรรมวิธีของการสัมภาษณ์งานที่ให้ไว้ข้างล่าง ต่างเป็นกรรมวิธีที่นิยมใช้กันทั่วไป ในการสัมภาษณ์งานยุคปัจจุบัน ดังนั้นผู้สมัครจำเป็นต้องทำความเข้าใจกับชนิดและกรรมวิธีเหล่านี้เสียก่อน Read more »

ธ.ค. 18 2009

การสอบสัมภาษณ์ (Interview)

(ด่านสุดท้ายที่สำคัญที่สุดที่จะชี้ขาดว่าจะได้งานหรือไม่)
การสอบสัมภาษณ์ (Interview) ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญอีกขั้นตอนหนึ่งของการสมัครงาน เพราะโดยส่วนใหญ่บริษัทหรือหน่วยงานต่างๆมักใช้การสัมภาษณ์ เพื่อการตัดสินใจว่าบุคคลนั้นมีความเหมาะสมที่จะเข้าไปทำงานในตำแหน่งที่สมัครมากน้อยเพียงใด การสอบสัมภาษณ์ไม่ใช่เพียงเพื่อการสอบถามหรือพูดคุยอย่างเดียว Read more »

ธ.ค. 18 2009

การสัมภาษณ์งานขั้นเทพ

จากการที่เปลี่ยนงานมา 4 ครั้งตลอดการเรียน 2 ปี (1.5 เทอม/ครั้ง) เลยมีบทความแนะนำสัมภาษณ์งานมาแนะนำครับ (ลอกเค้ามา) Read more »

ธ.ค. 15 2009

การสัมภาษณ์งานแบบใช้คณะผู้เชี่ยวชาญ

(Panel or Board Interview)
การสัมภาษณ์งานชนิดนี้ ?ผู้สัมภาษณ์? จะเป็น ?กลุ่มบุคคล? ที่ได้รับการแต่งตั้งหรือได้รับเลือกให้ทำหน้าที่นี้โดยเฉพาะ โดยปรกติการสัมภาษณ์ชนิดที่ใช้ผู้เชี่ยวชาญ มักจะเกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่สำคัญๆ เท่านั้น และเหตุผลที่ต้องใช้กลุ่มผู้เชี่ยวชาญก็เพราะต้องการให้เป็นการเลือกเฟ้นที่ดีและสมบูรณ์ที่สุด ดังนั้นหากท่านทราบว่าจะต้องรับการสัมภาษณ์ด้วยวิธีนี้แล้ว ก็จำเป็นต้องเตรียมตัวและวางแนวทางการตอบคำถามให้ดีที่สุดเท่าที่สามารถจะทำได้
อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครจะต้องเข้าใจว่าการสัมภาษณ์งานแบบใช้กลุ่มคณะผู้เชี่ยวชาญนี้ ยังแบ่งออกเป็นแบบย่อยอีกสองแบบด้วยกันคือ
การสัมภาษณ์งานแบบอิสระ (Free Interview)
การสัมภาษณ์แบบจัดรูปแบบคำถามที่มีความสัมพันธ์ต่อกัน (Structured Interview)

ที่มา Jobworking

ธ.ค. 15 2009

การสัมภาษณ์งานทางโทรศัพท์

(Phone Interview)
การสัมภาษณ์งานทางโทรศัพท์นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นการสอบถามธรรมดา เพื่อต้องการทราบว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนดไว้หรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อจะได้ทำการคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติไม่เพียงพอออกไป การสัมภาษณ์ชนิดนี้บางครั้งก็เรียก ?Screening Interview? ซึ่งหมายถึงการกลั่นกรองเอาผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ นัดไปสอบสัมภาษณ์แบบใดแบบหนึ่งที่หน่วยงานหรือที่บริษัทต่อไป
ขอให้เข้าใจว่าการสัมภาษณ์งานทางโทรศัพท์จะดูเป็นสิ่งง่ายๆ ที่สามารถกระทำได้ทุกเวลาก็ตาม แต่สำหรับผู้สมัครงานแล้วถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดก็ได้ ทั้งนี้ เพราะหากท่านล้มเหลวใน ขั้นตอนแรกของการสัมภาษณ์งานนี้แล้ว โอกาสที่ท่านจะได้งานนั้นก็หมดไปทันทีโดยปริยาย

ที่มา Jobworking

ธ.ค. 15 2009

การสัมภาษณ์งานแบบบุคคลต่อบุคคล

(Individual Interview)
การสัมภาษณ์งานแบบบุคคลต่อบุคคลเป็นชนิดที่ใช้กันทั่วไปสำหรับหน่วยงานหรือบริษัทที่ต้องการ คัดเลือกพนักงานในระดับทั่วๆ ไป ซึ่งการสัมภาษณ์ดังกล่าวนี้ “ผู้สัมภาษณ์” จะติดต่อนัดหมายให้ “ผู้สมัคร” ไปทำการสัมภาษณ์ตัวต่อตัว ในตำแหน่งงานที่ไม่ค่อยมีความสำคัญนักที่ “ผู้สัมภาษณ์” สามารถพิจารณาและตัดสินใจได้ด้วยตนเอง Read more »

ธ.ค. 14 2009

การสัมภาษณ์งานโดยตัวแทนหางาน

(Employment Agency)
การสัมภาษณ์งานชนิดนี้ ทางบริษัทหรือหน่วยงานมอบให้เป็นหน้าที่ของตัวแทนจัดหางาน ทั้งหมด ดังนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับการสัมภาษณ์งานอื่นๆ ทั้งหมด จะเห็นว่าง่ายต่อผู้สมัครมากที่สุด ทั้งนี้ เพราะตัวแทนจัดหางานไม่จำเป็นต้องซักถามอะไรมากนักนอกจากคุณสมบัติตามที่ทางหน่วยงานกำหนดเอาไว้เท่านั้น Read more »

ธ.ค. 14 2009

การสัมภาษณ์แบบขึ้นอยู่กับสถานการณ์

(Situational Interview)
การสัมภาษณ์ชนิดนี้เป็นการทดสอบการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของผู้สมัคร ผู้สัมภาษณ์จะตั้งปัญหาเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในขณะที่ปฏิบัติงานจริงๆ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการทดสอบว่า ผู้สมัครมีไหวพริบปฏิภาณในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีแค่ไหน Read more »

ธ.ค. 14 2009

การสัมภาษณ์แบบจัดรูปแบบคำถามที่มีความสัมพันธ์ต่อกัน

(Structured Interview)
การสัมภาษณ์ในลักษณะนี้ คณะผู้สัมภาษณ์แต่ละคนจะต้องตั้งคำถามให้มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน กับคำถามของผู้อื่นหรือไม่ ก็อาจมอบหน้าที่ให้ผู้สัมภาษณ์แต่ละคนทำการสัมภาษณ์ในแต่ละด้านของข้อกำหนดในคุณสมบัติของผู้สมัคร อย่างเช่นประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา การศึกษา กิจกรรมพิเศษ ฯลฯ Read more »

ธ.ค. 13 2009

10 คำถามโหดในการสัมภาษณ์

หลักในการตอบคำถามสัมภาษณ์ ควรตอบให้ตรงประเด็น กระชับ ได้ใจความ มีความคิดสร้างสรรค์รวมถึงยกตัวอย่างเพื่อให้คำตอบชัดเจนยิ่งขึ้น ที่สำคัญข้อมูลต้องถูกต้องและเป็นความจริง ซึ่งโดยทั่วไปการสัมภาษณ์ส่วนใหญ่จะใช้เวลาตั้งแต่ 20 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และตำแหน่งงานของผู้สมัคร นอกจากการเตรียมตัวตอบคำถาม ควรให้ความสำคัญเรื่องการแต่งกายและความตรงต่อเวลาด้วย
และที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้คือสิบคำถามโหดที่ต้องผ่านไปให้ได้ ลองอ่านคำแนะนำในการผ่านด่านอรหันต์เป็นแนวทาง แล้วนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับรูปแบบการสัมภาษณ์ของตัวเอง อย่าลืมว่า 10 คำถามนี้ไม่มีคำตอบใดที่ถูกหรือผิด เพราะล้วนแต่เป็นคำถามที่แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ ทัศนคติต่างๆ เกี่ยวกับงาน ที่จะบ่งบอกถึงความฉลาดในตัวคุณ Read more »

ธ.ค. 09 2009

การสัมภาษณ์งานแบบอิสระ

(Free Interview)
การสัมภาษณ์งานชนิดนี้ กลุ่มคณะ ผู้สัมภาษณ์แต่ละคนสามารถถามผู้สมัครได้ตามความต้องการ หรือจะพูดอีกนัยหนึ่งว่า ทางหน่วยงานหรือบริษัทให้อิสระในการตั้งคำถามแก่คณะผู้สัมภาษณ์เต็มที่ ดังนั้น สำหรับทางด้านผู้สมัครแล้ว การสัมภาษณ์ชนิดนี้นับว่ายากกว่าการสัมภาษณ์ชนิดอื่นๆ มากที่สุด Read more »

ธ.ค. 03 2009

ผู้สัมภาษณ์งานมองหาอะไรในตัวผู้สมัคร

ถึงแม้การรับสมัครงานในแต่ละตำแหน่ง จะต้องการผู้สมัครงานที่มีทักษะและความสามารถแตกต่างกันไปตามลักษณะของงาน แต่ทราบหรือไม่ว่า มีบุคลิกลักษณะบางอย่างที่ผู้สัมภาษณ์งานมักจะมองหาในตัวผู้สมัครงานที่เขาต้องการ ซึ่งไม่ใช่แค่การเป็นคนเก่งหรือมีความสามารถรอบด้าน Read more »

ธ.ค. 02 2009

สอบสัมภาษณ์งานเชิงพฤติกรรมให้ผ่านฉลุย

ถ้าผู้สัมภาษณ์งานตั้งคำถามว่า จะทำอย่างไรหากคุณต้องเผชิญหน้ากับลูกค้าไม่สนใจที่จะซื้อสินค้าของคุณ คุณอาจจะแต่งเรื่องขึ้นมาเพื่อตอบคำถามนั้นได้ แต่หากผู้สัมภาษณ์ตั้งคำถามในเชิงพฤติกรรม ผู้สัมภาษณ์ต้องการคำตอบที่มีการยกตัวอย่างชัดเจนว่าคุณได้เคยจัดการกับสถานการณ์นั้นหรือปัญหานั้นอย่างไรในอดีต Read more »

ธ.ค. 02 2009

10 สัญญาณที่แสดงว่าการสัมภาษณ์งานกำลังไปได้สวย

คุณเพิ่งผ่านการสัมภาษณ์งานมาหมาด ๆ ซึ่งคุณรู้สึกพอใจมาก เพราะวันนี้คุณแต่งกายดูเป็นมืออาชีพ และตอบคำถามได้อย่างมั่นใจ นั่นทำให้คุณคิดว่าคุณอาจจะได้งานในเร็ววันนี้ แม้ว่าไม่มีอะไรที่จะทำให้คุณมั่นใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าคุณพบสัญญาณ 10 ประการต่อไปนี้ คุณเตรียมตัวซื้อชุดทำงานใหม่ได้เลยค่ะ Read more »

ต.ค. 21 2009

เทคนิคมือโปรสัมภาษณ์งานแบบชัวร์

?
หากคุณมีนัดสัมภาษณ์งานเร็ว ๆ นี้ แน่ใจหรือว่างานนี้จะเป็นของคุณ คุณอาจคิดว่าความสามารถและใบปริญญาบวกกับความมั่นใจ และเป็นตัวของตัวเองน่าจะพอ อย่าเพิ่งด่วนสรุป! การสัมภาษณ์งานอาศัยทักษะและการเตรียมตัวมากกว่าที่คิด นัดสัมภาษณ์งานคือ ช่วงเวลา 15-60 นาทีของการแนะนำตัวเองต่อคนแปลกหน้าซึ่งเดิมพันด้วยความสุข และความก้าวหน้าของคุณในอนาคต คุณจะได้งานหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับช่วงเวลานี้ ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่คุณจะนำเสนอตัวเองอย่างไรถึงจะโดดเด่นเหนือผู้แข่งขันรายอื่น และทำให้ผู้สัมภาษณ์มั่นในว่าคุณน่าจะเป็นผู้ร่วมงานที่ดี แน่นอนว่าคุณต้องแสดงตัวในด้านที่ดีที่สุด และเหมาะสมกับตำแหน่งที่คุณต้องการนั้นมากที่สุด ส่วนคำแนะนำที่บอกต่อ ๆ กันมาว่าให้คุณเป็นตัวของตัวเองที่สุดนั้นใช้ไม่ได้กับนัดสัมภาษณ์งาน ดังนั้นคลีโอจึงคัดสรรวิธีที่นำเสนอตัวตนที่ดีที่สุดในเวลาไม่กี่นาที่มาฝากคุณๆ เพื่อพิชิตงานนี้ Read more »

ต.ค. 21 2009

ข้อแนะนำในการสัมภาษณ์

ตอบประเด็นที่สำคัญก่อน เมื่อถูกถามคำถาม ขอให้คุณจัดระบบความคิดในการตอบ โดยมุ่งพูดประเด็นหลักก่อนพูดอย่างอื่น มิฉะนั้นคำตอบของคุณจะวกไปวนมา Read more »

ต.ค. 21 2009

เทคนิคการสัมภาษณ์

ถ้าคุณอยากเป็นหนึ่งในคนที่ต้องการได้งานที่ชอบและดีทำแล้วล่ะก็ สิ่งที่คุณต้องให้ความสำคัญและมีผลโดยตรงก็คือ การสัมภาษณ์ ซึ่งเรามีข้อแนะนำดีๆเกี่ยวกับการสัมภาษณ์งานมาฝากกันค่ะ Read more »

พ.ย. 06 2008

10 คำถามที่ยากที่สุดที่คุณต้องพบ เมื่อสัมภาษณ์งาน

คุณต้องค้นหาคำตอบอย่าง หนักเพื่อให้ได้คำตอบที่ถูกต้อง ภูมิหลังของบริษัท หน้าที่รับผิดชอบของงาน จุดอ่อน/จุดแข็ง รวมถึงเป้าหมายในการทำงานของคุณ

#10: ทำไมคุณถึงสนใจสมัครตำแหน่งนี้ ในบริษัทนี้
คำตอบที่ใช้ไม่ได้: “เพราะว่าผมต้องการเงินและ/หรือประสบการณ์” เพราะนี้จะหมายความว่าคุณจะใช้บริษัทนี้เป็นเหมือนสถานีผ่านทางไปสู่สิ่งที่ ดีกว่า สิ่งที่ต้องจดจำ: ทุกบริษัทต้องการพนักงานที่ทำงานในบริษัทเป็นระยะเวลายาวนาน

คุณต้องค้นหาคำตอบอย่าง หนักเพื่อให้ได้คำตอบที่ถูกต้อง ภูมิหลังของบริษัท หน้าที่รับผิดชอบของงาน จุดอ่อน/จุดแข็ง รวมถึงเป้าหมายในการทำงานของคุณ

#10: ทำไมคุณถึงสนใจสมัครตำแหน่งนี้ ในบริษัทนี้
คำตอบที่ใช้ไม่ได้: “เพราะว่าผมต้องการเงินและ/หรือประสบการณ์” เพราะนี้จะหมายความว่าคุณจะใช้บริษัทนี้เป็นเหมือนสถานีผ่านทางไปสู่สิ่งที่ ดีกว่า สิ่งที่ต้องจดจำ: ทุกบริษัทต้องการพนักงานที่ทำงานในบริษัทเป็นระยะเวลายาวนาน
คำตอบที่ดี: ก่อนอื่นต้องตรวจสอบตัวคุณเองก่อนว่าคุณค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทและงาน ที่คุณสมัครเป็นอย่างดี อธิบายว่าคุณเหมาะสมกับตำแหน่งที่สมัครอย่างไร รวมถึงโอกาสของงานนี้จะช่วยคุณพัฒนาทักษะและความสามารถได้อย่างไร พูดถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาของคุณ (หรือกิจกรรมที่ทำเมื่อเรียน) ที่คุณรักและมีความเชี่ยวชาญ
“(บริษัท ก) เป็นที่รู้จักกันอย่างดีในเรื่อง (จุดแข็งของบริษัท) ผมต้องการทำงานกับบริษัทที่มีการทำงานแบบนี้ (งาน) นี้จะช่วยพัฒนาทักษะของผมในส่วน (ความสามารถและความสามารถพิเศษอื่นๆ)”

#9: คุณลาออกจากตำแหน่งงานปัจจุบันด้วยสาเหตุใด และคุณประทับใจอะไรกับบริษัทล่าสุดที่คุณทำงาน
ห้ามพูดถึงเจ้านายคนเก่าของคุณในทางที่ไม่ดี การยุ่งในสิ่งที่ไม่ถูกเรื่องและการลอบกัดจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวคุณเอง ทำให้ภาพของคุณดูไม่ดี ในทางกลับกัน ให้เน้นถึงสิ่งที่คุณได้เรียนรู้จากบริษัทก่อนหน้านี้ ให้เน้นว่าเพราะว่าคุณมองหาความท้าทายที่มากขึ้น และถึงเวลาที่ต้องปรับเปลี่ยนตัวคุณเองแล้ว

#8: สิ่งที่คุณคาดหวังจากตำแหน่งงานนี้ ให้คุณเข้าใจถึงหน้าที่รับผิดชอบของงานก่อน เข้าใจถึงแรงกดดันที่เกิดขึ้น
แล้วตอบว่าคุณต้องการเรียนรู้ความรับผิดชอบเหล่านี้และอยากจะเผชิญหน้ากับคว ามกดดันทั้งหลายที่มี

#7: ในห้าปีข้างหน้า คุณมองภาพตัวคุณเองว่าเป็นอย่างไร
สำหรับผู้จัดการหลายราย คำถามนี้เป็นคำถามที่ท้าทายอย่างมากว่าคุณจะตอบให้ตัวเองได้เกิดหรือตายไปเล ย! โปรดตรวจสอบว่าคุณเห็นความก้าวหน้าในอาชีพการงานที่ดี ก่อนที่จะเข้าสัมภาษณ์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคุณมีเป้าหมายที่คุณกำหนดไว้

#6: คุณคิดว่าคุณจะช่วยหน่วยงานนี้ได้ดีที่สุดที่จุดไหน
ให้คุณคิดให้ดีว่าคุณมีความเก่งในเรื่องใด จำไว้ว่าการอบรมและประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาของคุณจะช่วยคุณได้ โดยคิดว่าจะนำประสบการณ์เหล่านั้นมาช่วยคุณให้มากที่สุดได้อย่างไร และนำไปใช้ให้ตรงกับความต้องการของบริษัท และกับงานที่คุณสมัครด้วย

#5: คุณจัดการกับคำวิจารณ์อย่างไร ทั้งจากเจ้านาย หรือจากเพื่อนร่วมงาน
จงยอมรับว่าคำวิจารณ์ล้วนทำให้เจ็บปวด แต่ก็เป็นครูที่ดีด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างที่ผ่านมาซึ่งคุณได้รับคำวิจารณ์ในทางลบ และแม้ว่าคุณจะเจ็บปวดกับคำวิจารณ์เหล่านั้น แต่คุณก็เผชิญหน้ากับมัน และนำคำวิจารณ์เหล่านั้นมาปรับปรุงตัวคุณเอง

#4: คุณจัดการกับความกดดันอย่างไร
ขอให้พูดตามตรง: ไม่มีใครเป็นคนวิเศษเลิศเลอ ข้อแรก ให้อธิบายประเภทของความกดดันที่คุณคุ้นเคยและสามารถจัดการกับมันได้โดยง่าย (เช่น กำหนดเวลาในการทำงาน) จากนั้นยอมรับว่าแรงกดดันประเภทนี้ทำให้คุณจัดการกับสถานการณ์ที่เลวร้ายได้ (เช่น คิดงานไม่ออกเพราะบรรยากาศในการทำงานไม่เอื้ออำนวย) แต่ให้พูดปิดประเด็นในแง่บวก โดยยกตัวอย่างวิธีการปรับปรุงจุดอ่อนเหล่านั้นของคุณ

#3: คุณคิดว่าคุณจะปรับปรุงตัวคุณเองได้อย่างไร ทั้งในแง่ของทักษะความสามารถ หรือ ในด้านอุปนิสัย
คำถามนี้แยกย่อยมาจากข้อ #2. ผู้สัมภาษณ์ต้องการความซื่อสัตย์ ไม่ใช่การโกหกพกลม มองตัวคุณเอง ดูว่าสิ่งไหนที่คุณต้องการปรับปรุง เป็นเรื่องทักษะด้านการสื่อสาร ความรอบรู้ หรือความสัมพันธ์กับผู้อื่นในสังคม ให้คุณยอมรับในเรื่องจุดอ่อนของตัวคุณเอง และพูดปิดประเด็นว่าคุณกำลังปรับปรุงตัวคุณเองให้ดีขึ้น (เข้าอบรมเพิ่มเติมในโรงเรียน การสมัครเป็นสมาชิกชมรถทั่วๆ ไป เป็นต้น)

#2: สิ่งที่คุณสามารถทุ่มเทให้กับบริษัท ที่ผู้อื่นไม่สามารถทำได้
คำถามนี้เปิดโอกาสให้คุณแสดงคุณสมบัติเด่นของคุณเอง ในการสัมภาษณ์งาน คุณต้องขายตัวคุณเอง นำประสบการณ์ ความสามารถ และอุปนิสัยของคุณมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ให้คุณ เป็นคนที่บริษัทต้องการ คิดย้อนกลับไปถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาที่ไม่มีใครจะนึกถึง หรือเมื่อคุณมีไอเดียอันบรรเจิดซึ่งทำให้ทุกคนหลงใหลได้ปลื้มมาแล้ว

#1: คำถามที่นิยมถามมากที่สุด คือ ทำไมบริษัทเราจึงต้องจ้างคุณ
คำตอบที่ถูกต้องหนึ่งคำตอบสำหรับคำถามนี้ คือ “ผมจะช่วยให้บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น”

ตอบคำถาม 9 ข้อแรกให้ดี และคุณจะไม่ต้องลำบากเมื่อถึงคำถามในข้อนี้ เพราะคุณได้พิสูจน์คุณค่าของตัวคุณเองไว้ใน 9 ข้อแรกแล้ว!!

ต.ค. 27 2008

เตรียมพร้อมก่อนสัมภาษณ์งาน

หาข้อมูลของบริษัทให้มากที่สุด

สิ่งแรกที่ต้องลงมือทำ คือรวบรวมข้อมูลต่างๆของบริษัทนี้ให้มากที่สุด เพราะคำถามยอดฮิตมากที่สุดคำถามหนึ่งก็คือ ทำไมคุณถึงมาเลือกสมัครงานกับบริษัทเรา” เรื่องหลักๆ ที่ต้องรู้คือข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่บริษัททำอยู่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของเขาเป็นใคร บริษัทอยู่ในธุรกิจสายนี้มานานแค่ไหนแล้ว ยิ่งถ้าบริษัทเขามีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง “ควร” อย่างยิ่งที่ต้องค้นข้อมูลในเว็บไซต์ให้ละเอียดก่อนไปสัมภาษณ์งาน

?

ศึกษาหน้าที่และขอบเขตของงาน

ดูทุกแง่มุม โดยเฉพาะในส่วนความรู้ความสามารถที่เขาต้องการสำหรับตำแหน่งงาน เพื่อคิดหาคำตอบที่จะแสดงให้ผู้สัมภาษณ์เห็นว่า คุณมีความรู้และทักษะตามที่เขาต้องการ รวมทั้งอาจพูดถึงประสบการณ์เกี่ยวกับทักษะนั้นๆที่เคยทำในอดีตนอกจากนั้นสิ่งสำคัญที่ต้องทำคือ การทำรายการจุดแข็งและข้อดีต่างๆ ของตัวเองออกมาให้ชัดเจนทั้งเรื่องบุคลิกภาพส่วนตัว และความสามารถในหน้าที่การงาน โดยโยงจุดแข็งที่คุณมี ให้เข้ากับสิ่งที่บริษัทต้องการให้ได้ ซักซ้อมให้ดีว่าจะตอบสิ่งเหล่านี้ ให้ได้ใจความและประทับใจผู้สัมภาษณ์ได้อย่างไรเมื่อต้องเจอคำถามที่ว่า ลองให้เหตุผลดีๆ เกี่ยวกับคุณซิว่าทำไมเราต้องเลือกคุณ”

?

หารายละเอียดการสัมภาษณ์ให้มากที่สุด

เมื่อได้รับโทรศัพท์ให้ไปสัมภาษณ์งาน อย่ามัวแต่ดีใจลืมถามรายละเอียดสำคัญต่างๆ เรื่องหลักๆ คือ วัน เวลาสถานที่ส่วนที่ควรถามเพิ่มเติมคือระยะเวลาในการสัมภาษณ์ว่ามากน้อยเพียงใด ใครเป็นผู้สัมภาษณ์สิ่งเหล่านี้จะพอทำให้คุณพอคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้บ้าง และเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสมกับระยะเวลาและการวางตัวต่อหน้าผู้สัมภาษณ์ได้ดียิ่งขึ้น

?

?

ซักซ้อมตอบคำถามยอดฮิต

การมีเวลาซักซ้อมคำตอบในวันสัมภาษณ์งานจะทำให้คุณมีความมั่นใจมากพอในสถานการณ์จริงโดยคำถามยอฮิตมักจะมีดังต่อไปนี้

* พื้นฐานการศึกษาและประสบการณ์ที่ผ่านมามีอิทธิพลต่อคุณในปัจจุบันอย่างไรบ้าง

* ลองให้นิยามของ “ความสำเร็จ” มาซิ

* งานที่คุณคิดว่าท้าทายและยากที่สุดที่คุณเคยทำสำเร็จคืออะไร

* คุณจัดการกับงานที่มีเดดไลน์อย่างไร

* ลองเล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวเองให้เราฟังบ้างได้ไหม

* ทำไมคุณถึงตัดสินใจลาออกจากงานเก่าเสียล่ะ

* ทำไมคุณถึงคิดว่าตัวเองเหมาะสมสำหรับตำแหน่งงานที่บริษัทของเรา

* อีก 5 ปีข้างหน้า คุณอยากเห็นภาพตัวเองเป็นอย่างไร

ตอบคำถามให้กระชับ ชัดเจน และตรงกับความเป็นจริง อีกเรื่องหนี่งที่ต้องเตรียมคิดคือ การเจรจาตกลงเรื่องเงินเดือนหากทางบริษัทไม่ได้ระบุเงินเดือนไว้ หรือว่าพูดว่า “ขึ้นอยู่กับประสบการณ์” พยายามหาข้อมูลจากตำแหน่งงานใกล้เคียงในธุรกิจเดียวกัน เพื่อดูอัตราเงินเดือนที่เหมาะสม

?

?ดูแลเรื่องเสื้อผ้าและบุคลิกให้ดูดี

การแต่งตัวและบุคลิกภาพ เป็นความประทับใจด่านแรกในการสัมภาษณ์งาน ควรเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะสม อย่าโอเว่อร์เกินไปเพราะจะทำให้กังวลกับเสื้อผ้าจนไม่เป็นอันตอบคำถาม จะทำให้เสียบุคลิกได้เพื่อให้แน่ใจอาจจะลองสวมทุกชิ้นแล้วเช็กความเรียบร้อยอีกที

?

เช็กเส้นทางและที่จอดรถให้ละเอียด

ควรโทรไปถามเส้นทางและเรื่องที่จอดรถด้วย จะได้กะเวลาและเลือกเส้นทางได้เหมาะสม หรือจะลองขับไปดูสถานที่จริงก่อนก็ดี

?

เตรียมเอกสารให้พร้อม

ไม่ว่าจะเป็นเรซูเม่ สำเนาต่างๆ พอร์ตโฟลิโอ ใบรับรองงานทุกๆแห่ง รวมทั้งปากกา กรดาษที่จำเป็น เตรียมพร้อมใส่แฟ้มไปให้เรียบร้อย และโทรไปยืนยันกับฝ่ายบุคคลอีกทีว่าเราจะไปวันนี้เวลานี้อย่างแน่นอน จะทำให้เราดูน่าเชื่อถือขึ้นหากทำตามขั้นตอนเหล่าน้ครบแล้ว ทีเหลือก็แค่นอนหลับให้สนิท จะได้ตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นพร้อมสำหรับการสัมภาษณ์ทุกรูปแบบด้วยความมั่นใจ?

ต.ค. 10 2008

10 คำถามยอดฮิต ในการ สัมภาษณ์งาน

10 คำถาม ที่เค้านิยมจะถามกัน โดยมากที่คุณ ควรจะเตรียมพร้อม เพราะอย่างน้อย ถ้าไม่ได้ คำถามอื่น ก็ยังพอมีคำถามที่เราตอบแล้ว ฟังดูเข้าท่าเข้าทางบ้าง ฉะนั้นคำถามที่คุณ ควรจะรู้ มีดังต่อไปนี้
1.ทำไมคุณจึงอยากทำงานที่นี่

การที่จะทำงานทีไหนก็ตาม ผู้สัมภาษณ์จะต้องถามความเป็นมา ว่าทำไม คุณต้องการ ที่จะทำงาน ในบริษัทของเค้า และคำถามนี้ก็เป็น สิ่งที่คุณควร ทราบ และคุณก็ควรจะรู้ถึงเหตุผลของคุณอย่างแท้จริง ไม่ไช่ตอบไปสุ่มสี่สุ่มห้า เช่นคุณอาจจะตอบว่า

“ดิฉันมีความสนใจในระบบการทำงานของที่นี่มาก และก็ทราบมาว่า ทางบริษัท ได้เปิดโอกาสให้พนักงานทุกคน ได้แสดงความสามารถ ได้อย่างเต็มที่ค่ะ และดิฉันยังทราบมาอีกว่า ที่บริษัทรับฟังข้อเสนอ ของพนักงานทุกคน และ พร้อมจะแก้ไขถ้าข้อเสนอนั้น จะสามารถ พัฒนา ให้บริษัทให้มีความมั่นคง และหน้าเชื่อถือยิ่งขึ้นค่ะ”

2.ทำไมคุณถึงออกจากงานที่เคยทำอยู่

คำถามนี้จะง่ายมาก สำหรับน้อง ๆ ที่ยังไม่เคยทำงานมาก่อน แต่จะเป็นคำถาม ที่ยากมาก สำหรับคนที่เคย มีประสบการณ์ ในการทำงานมาแล้ว และเป็น คำถามที่ตรงประเด็น มากเลยทีเดียว เพราะหากคุณพอใจ ต่องานที่ทำอยู่ คุณคงไม่ต้องหางานใหม่ ทำหรอกจริงไหมล่ะ คำถามนี้จึงเป็นคำถาม ที่คุณ ต้องเตรียมตัวอย่างมาก เลยทีเดียว ตัวอย่างเช่น

“ผมอยากจะเรียนรู้ถึงงานสายใหม่ ที่น่าจะเหมาะสมกับตัวผม มากกว่า ที่ผม เคยทำอยู่ครับ และผมคิดว่างานที่นี้ เหมาะสมกับผม และผม พร้อมที่จะทำงาน ตรงนี้มากที่สุด”

และที่สำคัญ คุณห้ามนำข้อเสีย ที่คุณได้รู้จาก บริษัทเก่า มาพูดเด็ดขาด เพราะสิ่งนั้น อาจทำให้คะแนน แห่งความเชื่อถือ ของคุณ ลดลงก็ได้

3.ลองเล่าประวัติของคุณแบบย่อ ๆ

การที่จะทำงานร่วมกันได้นั้น สิ่งที่สำคัญ ก็จะเป็นเรี่อง ข้อมูลส่วนตัว ประวัติ ความเป็นมา เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สามารถบ่งบอกถึง นิสัยใจคอของคุณได้ และ สามารถบอกถึง ความเหมาะสม กับงานด้านนี้ของคุณ ในการตอบคำถาม จึงควรอยู่ในแง่ของ การทำงาน บุคลิกภาพส่วนตัว และแง่คิดของชีวิต บ้างนิดหน่อย คุณไม่ควรจะเล่าประวัติชีวิตของคุณให้มากเกินไป เพราะการพูดมากเกินไป อาจจะทำให้เกิดผลเสียแก่ตัวคุณเอง เช่น

” ผมเป็นคนเคารพเวลา ไม่ชอบให้ใครรอ เพราะฉะนั้นเวลาในการ ทำงานของผม จะตรงต่อเวลาเสมอ แต่ผมก็มีข้อเสียนะครับ คือเวลา ที่ผมรอใคร แล้วคนคนนั้น ไม่มาสักที ผมก็มักจะควบคุมอารมณ์ ของตัวเอง ไม่ค่อยได้ทั้ง ๆ ที่เหตุผลของเค้า เป็นเหตุผลที่น่าฟังมาก ก็ตาม และตอนนี้ผมกำลังหาวิธี เพื่อแก้ไข ข้อบกพร่องของผมอยู่ครับ”

4.คุณคิดจะทำอะไรให้กับบริษัทมากที่สุด

คำถามนี้จะทำให้คุณบอกถึง ความสามารถของคุณ ที่จะทำให้กับบริษัท ได้มากน้อยแค่ไหน ในการบอกถึงคุณสมบัติ ที่คุณสามารถทำได้นั้น ไม่ถือว่า เป็นการโอ้อวดว่า คุณเก่งแต่อย่างไร แต่สิ่งที่คุณพูดนั้น จะสามารถสร้าง น้ำหนัก ในการตอบคำถามให้แก่คุณได้

5.จะมีปัญหาอะไรไหมหากต้องทำงานล่วงเวลา

เจอคำถามนี้เข้า ก็ทำให้อึ้งเอาการ อยู่ทีเดียว ก็แหมใครอยากจะไป ทำงาน ล่วงเวลา หากไม่ได้ อะไรตอบแทนบ้างเลย ฉะนั้นในการตอบคำถามนี้ คุณควรจะกล่าวถึง ความพร้อมเสมอ ในการทำงานล่วงเวลา ถึงแม้ว่า ค่าตอบแทน อาจจะน้อยมาก หรือในการทำงานล่วงเวลา จะไปตรงกับ ตารางนัดสำคัญ กับคนพิเศษของคุณก็ตาม

“เพื่อให้งานประสบความสำเร็จ ผมก็พร้อมจะทำงาน ล่วงเวลาเสมอ”

6.เรื่องทั่ว ๆ ไป

ในการสัมภาษณ์คุณอาจจะต้องพูดถึง เรื่องปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ข่าวทาง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม และค่านิยม ที่เกิดขึ้นในเวลานั้น เป็นข่าว หนังสือพิมพ์ คำถามนี้จะแสดงให้เห็นว่า คุณให้ความสนใจกับข่าวสาร บ้านเมือง ไม่เป็นคนที่ตกข่าว สามารถพูดคุยได้ทุกเรื่อง ที่เกี่ยวกับ เหตุการณ์ปัจจุบัน การทราบข้อมูลเหล่านี้ อาจทำให้คะแนน การสัมภาษณ์ ของคุณ เพิ่มขึ้นมาก็ได้

7.ความใฝ่ฝันและโครงการในอนาคต

เป็นการพิจารณาถึง ความเอาจริงเอาจังของคุณ เพราะหากคุณสามารถบอกถึง ทิศทางในอนาคตได้ นั่นก็แสดงว่าคุณสามารถรับผิดชอบ ในงานที่ได้รับ มอบหมายอย่างดีทีเดียว ก็ขนาดอนาคตที่ไม่มีใคร สามารถรู้ได้ คุณยัง วางแผนสู่อนาคต ได้อย่างเป็นระบบ นั่นก็หมายถึงว่า คุณไม่ได้มีความคิด ย่ำอยู่กับที่จริงไหม

8. คุณมีงานอดิเรกอะไรไหม

คำถามในข้อนี้จะเจาะประเด็นว่า คุณรู้จักแบ่งเวลาของคุณ ให้เกิดประโยชน์ มากน้อยแค่ไหน และแสดงให้เห็นถึง บุคลิกของคุณว่า คุณเป็นคนอย่างไร ร่าเริง เปิดเผย หรือเก็บตัว เช่น ถ้าคุณตอบว่า คุณชอบอ่านหนังสือ คุณอาจจะ ถูกถาม ต่อว่า หนังสือเล่มล่าสุดที่คุณอ่าน คือเรื่องอะไร และอาจให้คุณวิจารณ์ ถึงหนังสือเล่มนั้น ในการถามคำถามนี้ ยังสามารถได้รู้ถึง ความละเอียด อ่อนของคุณ การรู้จักสังเกต การมีปฏิภาณไหวพริบ กระทั่ง การใช้ชีวิต ร่วมกับคนอื่น ๆ อีกด้วย

9. คุณต้องการเงินเดือนเท่าไหร่

เป็นเรื่องที่ยากมาก ในการตอบคำถามนี้ ถ้าหากว่า งานที่คุณไปสมัคร ระบุ เงินเดือนไว้แล้ว ก็เกิดความสบายใจหน่อย แต่ถ้าไม่ได้ระบุถึง อัตรา ค่าจ้างเลย ก็แย่หน่อย ทางที่ดีคุณควรตอบ ตามอัตราเงินเดือน ที่คนทั่วไป ได้รับกัน เช่น อาจจะถามเพื่อน ที่ทำงาน เหมือนกับตำแหน่ง ที่คุณสมัคร หรือตอบตาม เงินเดือนราชการ ที่คุณทราบก็ได้ แต่ถ้าหากผู้สัมภาษณ์ เสนอเงินเดือน มาสูง หรือต่ำกว่า อัตราที่คุณรู้ คุณก็อย่าพึ่งตอบตกลง คุณอาจจะขอเวลาในการ พิจารณาสัก 3 วัน แล้วค่อยให้คำตอบ เพราะถ้า เกิดคุณตอบตกลงไปแล้ว และคุณมาขอขึ้นทีหลังก็เหมือนกับว่า คุณเป็นคนโลเล ไม่น่าเชื่อถือก็ได้

10. คุณมีข้อสงสัยอะไรอีกไหม

เจอคำถามนี้ก็บ่งบอกว่า การสัมภาษณ์ได้สิ้นสุดลง แต่ในการตอบคำถาม ข้อสุดท้ายนี้ จะตอบอย่างไรดี ที่จะแสดงว่า เราไม่เป็นคนไม่ฉลาดออกมา เช่น คุณอาจถามย้ำ เรื่องเวลาการทำงานก็ได้

“ผมอยากทราบเวลา ที่แน่นอน ในการทำงานของผมครับ”

หรือคุณอาจจะไม่ต้องการถามอะไรก็ได้ เพราะการ ไม่ได้ถามก็เท่ากับว่า คุณได้ทราบข้อมูล ของบริษัทมากพอแล้ว แต่ถ้าเกิด สงสัยจริง ๆ ก็ควรตั้ง คำถามที่ฟังแล้วดูดี และถูกใจนายจ้างของคุณ ให้มากที่สุด
คำถามที่พูดมาข้างต้นนี้ดู ดูแล้วไม่ยากเลยใช่ไหม สำหรับการเตรียมตัว ในการ สัมภาษณ์ของคุณ แค่คุณมีความพร้อมกับ 10 คำถามเด็ด ๆ นี้ คุณก็สามารถ ชนะใจ กรรมการ ได้แล้ว อย่างน้อยมันคงมีสักคำถามล่ะ ที่ตรงกับการเตรียมตัวของคุณ และสร้าง ความมั่นใจ ในการตอบคำถามของคุณได้ แล้วอย่าลืมนำไป ปฏิบัติดูนะ เพราะสิ่งนี้ เป็นเส้นทาง ที่จะทำให้คุณสามารถได้รับ คัดเลือกเป็นพนักงาน ในบริษัทที่คุณใฝ่ฝัน ได้อย่างภาคภูมิใจ

ที่มา : tumcivil.com

ต.ค. 09 2008

คำแนะนำในการสัมภาษณ์

1. ไม่ควรรับนัดสัมภาษณ์วันละหลายๆบริษัทเพราะอาจเกิดเหตุติดขัดหลายประการ หรือผู้สมัครอาจเกิดความเมื่อยล้าในการรับการสัมภาษณ์กับบริษัทหลัง ๆ ได้

2. อย่าทักทายผู้สมภาษณ์ด้วยการจับมือถ้าเขาไม่ยื่นมาทักทายก่อน

3. กรณีผู้สัมภาษณ์เชิญให้นั่งควรกล่าวคำขอบคุณอย่านั่งเฉย ๆ

4. ไม่ควรถามเกี่ยวกับวันหยุด วันพักผ่อน การมาสาย หรือการกลับก่อนเวลา เพราะเป็นการสร้างภาพพจน์ว่าผุ้สมัครงานอย่ากทำงานส้อย ๆ ชอบหยุดงาน

5. ไม่ควรสวมแว่นกันแดดหรือใช้มือปิดปากเวลาพูดหรือกุมมือบนตักแน่น

6. ไม่ควรแสดงอาการประหม่า มือสั่น เท้าสั่น ทำตัวตื่นเต้นเสียงสั่น ควรสูดลมหายใจลึก ๆ และทำใจให้สบายก่อนและระหว่างการสัมภาษณ์

7. ไม่ควรแสดงอาการกระตือรือร้นว่าอยากได้งาน จนดูลนลาน พึงระลึกไว้เสมอว่าเรามีข้อดีที่บริษัทต้องการ จึงเรียนกตัวสัมภาษณ์

8. ไม่ควรแย่งพูดขณะให้สัมภาษณ์หรือถามคำถามผู้สัมภาษณ์มากเกินไป

9. ไม่ควรถามเรื่องเงินเดือนจนกว่าผู้สัมภาษณ์จะพิใจตัวเราเสียก่อน และโดยทั่วไปผู้สัมภาษณ์จะต้องถามอยู่แล้ว

10. ไม่ควรพูดในสิ่งที่ไม่เป็นความจริงเพราะผู้สัมภาษณ์อาจจับข้อเท็จจริงได้ไม่ยาก

11. ไม่ควรตอบว่าไม่รู้ไม่ทราบ นอกจากคิดหาคำตอบไม่ได้จริง ๆ

12. ไม่ควรนินทาหรือตำหนินายเก่า

13. อย่าใช้คำสบถ คำแสลง คำย่อ คำผวน ฯลฯ ที่ไม่เหมาะอย่างยิ่งในการให้สัมภาษณ์

14. อย่าใช้คำที่ไม่สุภาพ/คำหยาบคาย

15. ไม่ควรชวนพ่อแม่/เพื่อนหรือนำสัตว์เลี้ยงไปรอสัมภาษณ์ด้วย เพราะผู้สัมภาษณ์จะรู้สึกว่า ผู้สมัครไม่มีความมั่นใจในตนเอง ต้องมีพี่เลี้ยงคอยดูแลหรือยังไม่เป็นผู้ใหญ่พอที่จะรับผิดชอบงานได้