<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>รวมข้อมูลสำหรับการหางาน สมัครงาน การสัมภาษณ์งาน &#187; อาชีพแก้จน</title>
	<atom:link href="http://108thaijob.com/category/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://108thaijob.com</link>
	<description>รวมข้อมูลสำหรับการหางาน สมัครงาน การสัมภาษณ์งาน และแนะนำอาชีพที่น่าสนใจ</description>
	<lastBuildDate>Wed, 24 Nov 2010 04:30:33 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>เลือกซื้อ ปลาหมอสี ขายเสริมรายได้</title>
		<link>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad-%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b5-%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%-2/</link>
		<comments>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad-%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b5-%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%-2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 09 Sep 2010 09:13:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาชีพแก้จน]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาสวยงาม]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาหมอสี]]></category>
		<category><![CDATA[ลูกกุ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารสด]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารสำเร็จรูป]]></category>
		<category><![CDATA[เพาะพันธุ์ปลาหมอสี]]></category>
		<category><![CDATA[ไรทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ไส้เดือน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://108thaijob.com/?p=3016</guid>
		<description><![CDATA[ปลาหมอสี จัดเป็นปลาสวยงามที่คนไทยนิยมนำมาเลี้ยงมากที่สุดชนิดหนึ่ง นอกจากจะเป็นปลาที่มีความสวยงามแล้ว ในเรื่องของการเลี้ยงดูจัดเป็นปลาสวยงามชนิดหนึ่งที่เลี้ยงง่ายและเป็นปลา ที่มีความอดทนสูง กินอาหารง่าย
ปัจจุบัน ปลาหมอสี จัดเป็นปลาสวยงามที่คนไทยนิยมนำมาเลี้ยงมากที่สุดชนิดหนึ่ง นอกจากจะเป็นปลาที่มีความสวยงามแล้ว ในเรื่องของการเลี้ยงดูจัดเป็นปลาสวยงามชนิดหนึ่งที่เลี้ยงง่ายและเป็นปลา ที่มีความอดทนสูง กินอาหารง่าย
ไม่ว่าจะเป็นอาหารสด ลูกกุ้ง ไรทะเล ไส้เดือน หรือที่สะดวกที่สุดคือ อาหารสำเร็จรูป
จุดสำคัญของการเลี้ยงปลาหมอสี
คือการถ่ายน้ำ อาทิตย์หนึ่งให้ถ่าย น้ำออก 10% เพื่อเปลี่ยนสภาพของน้ำให้ ดีขึ้นหรืออย่างน้อยที่สุดจะต้องมีการถ่ายน้ำเดือนละครั้ง นอกจากนั้นผู้เลี้ยงควรจะต้องรู้จักลักษณะนิสัยของปลาหมอสีซึ่งจัดเป็นปลาที่ค่อนข้างรักถิ่น หวงที่อยู่และมีความก้าวร้าว เมื่อมีปลาตัวอื่นหลงเข้าไปในถิ่นหรือพื้นที่ที่ปลาหมอสีได้สร้างอาณาจักร เอาไว้จะโดนไล่กัดทันที และนี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ไม่ควรเลี้ยงปลาหมอสีรวมกันหลายตัวภายในตู้เดียวกัน
คุณปกเกล้า วณิตย์ธนาคม คนเมืองชาละวัน จังหวัดพิจิตร เริ่มต้นเลี้ยงปลาหมอสีด้วยความชอบส่วนตัว เริ่มจากเลี้ยงไว้ดูเล่น จนปัจจุบันสนใจเลี้ยงอย่างจริงจังสามารถเพาะพันธุ์ปลาหมอสีออกจำหน่ายได้ คุณปกเกล้า บอกว่า พ่อ-แม่พันธุ์ที่จะนำมาเพาะจะต้องมีอายุตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป แม่ปลาหมอสี 1 ตัวจะให้ลูกได้เฉลี่ย 500-1,000 ตัว และช่วงฤดูกาลเพาะจะทำในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น เนื่องจากปลาหมอสีไม่ชอบสภาพอากาศเย็น (ฤดูหนาว จะไม่เพาะเลย เนื่องจากเปอร์เซ็นต์การ ติดน้อยมากหรือถ้าติดโอกาสจะรอดก็ยากมาก) ในช่วงฤดูฝนก็พอเพาะได้แต่จะต้องใช้ฮีทเตอร์ช่วย ใน

การเลือกซื้อปลาหมอสีมาเลี้ยง
เริ่มจากพิจารณาที่ลูกตาของปลาจะต้องมีลูกตาใส ไม่เป็นสีขาวขุ่น มองหน้าตรงแล้วระดับของตาสองข้างควรจะเท่ากัน ส่วนของครีบบนคือส่วนของกระโดงบนควรมีระดับความสูงไล่ระดับจากต่ำไปหาสูง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ปลาหมอสี จัดเป็นปลาสวยงามที่คนไทยนิยมนำมาเลี้ยงมากที่สุดชนิดหนึ่ง นอกจากจะเป็นปลาที่มีความสวยงามแล้ว ในเรื่องของการเลี้ยงดูจัดเป็นปลาสวยงามชนิดหนึ่งที่เลี้ยงง่ายและเป็นปลา ที่มีความอดทนสูง กินอาหารง่าย<span id="more-3016"></span></p>
<p>ปัจจุบัน <strong>ปลาหมอสี</strong> จัดเป็น<strong>ปลาสวยงาม</strong>ที่คนไทยนิยมนำมาเลี้ยงมากที่สุดชนิดหนึ่ง นอกจากจะเป็นปลาที่มีความสวยงามแล้ว ในเรื่องของการเลี้ยงดูจัดเป็นปลาสวยงามชนิดหนึ่งที่เลี้ยงง่ายและเป็นปลา ที่มีความอดทนสูง กินอาหารง่าย</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็น<strong>อาหารสด ลูกกุ้ง ไรทะเล ไส้เดือน</strong> หรือที่สะดวกที่สุดคือ <strong>อาหารสำเร็จรูป</strong></p>
<h3>จุดสำคัญของการเลี้ยงปลาหมอสี</h3>
<p>คือการถ่ายน้ำ อาทิตย์หนึ่งให้ถ่าย น้ำออก 10% เพื่อเปลี่ยนสภาพของน้ำให้ ดีขึ้นหรืออย่างน้อยที่สุดจะต้องมีการถ่ายน้ำเดือนละครั้ง นอกจากนั้นผู้เลี้ยงควรจะต้องรู้จักลักษณะนิสัยของ<strong>ปลาหมอสี</strong>ซึ่งจัดเป็นปลาที่ค่อนข้างรักถิ่น หวงที่อยู่และมีความก้าวร้าว เมื่อมีปลาตัวอื่นหลงเข้าไปในถิ่นหรือพื้นที่ที่ปลาหมอสีได้สร้างอาณาจักร เอาไว้จะโดนไล่กัดทันที และนี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ไม่ควรเลี้ยงปลาหมอสีรวมกันหลายตัวภายในตู้เดียวกัน</p>
<p>คุณปกเกล้า วณิตย์ธนาคม คนเมืองชาละวัน จังหวัดพิจิตร เริ่มต้นเลี้ยง<strong>ปลาหมอสี</strong>ด้วยความชอบส่วนตัว เริ่มจากเลี้ยงไว้ดูเล่น จนปัจจุบันสนใจเลี้ยงอย่างจริงจังสามารถ<strong>เพาะพันธุ์ปลาหมอสี</strong>ออกจำหน่ายได้ คุณปกเกล้า บอกว่า <strong>พ่อ-แม่พันธุ์</strong>ที่จะนำมาเพาะจะต้องมีอายุตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป <strong>แม่ปลาหมอสี</strong> 1 ตัวจะให้ลูกได้เฉลี่ย 500-1,000 ตัว และช่วง<strong>ฤดูกาลเพาะ</strong>จะทำในช่วง<strong>ฤดูร้อน</strong>เท่านั้น เนื่องจาก<strong>ปลาหมอสี</strong>ไม่ชอบสภาพอากาศเย็น (ฤดูหนาว จะไม่เพาะเลย เนื่องจากเปอร์เซ็นต์การ ติดน้อยมากหรือถ้าติดโอกาสจะรอดก็ยากมาก) ในช่วงฤดูฝนก็พอเพาะได้แต่จะต้องใช้<strong>ฮีทเตอร์</strong>ช่วย ใน</p>
<div><img title="ปลาหมอสี" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2009/11/fish-color1.jpg" alt="ปลาหมอสี" /></div>
<h3>การเลือกซื้อปลาหมอสีมาเลี้ยง</h3>
<p>เริ่มจากพิจารณาที่<strong>ลูกตาของปลา</strong>จะต้องมีลูกตาใส ไม่เป็นสีขาวขุ่น มองหน้าตรงแล้วระดับของตาสองข้างควรจะเท่ากัน ส่วนของครีบบนคือส่วนของกระโดงบนควรมีระดับความสูงไล่ระดับจากต่ำไปหาสูง เมื่อดูจากส่วนหัวของปลานั้น กระโดงจะเริ่ม ที่บริเวณใกล้ ๆ กับลูกตา ของปลา ถ้าเป็น<strong>ปลาหมอสี</strong>ที่มีลักษณะที่ดีส่วนของหางควรจะกางแผ่ได้เต็มที่ ข้อหางไม่คด ส่วนของลำตัวโดยทั่วไปแล้ว คนไทยมักจะนิยมเลี้ยง<strong>ปลาหมอสี</strong>ที่มีลักษณะลำตัวสั้นและกว้างมากกว่าปลาที่มี ลักษณะลำตัวยาวและแคบ โหนกหรือหัวที่โหนกนูนของปลา ควรจะดูว่าโหนกของปลาที่จะซื้อมาเลี้ยงนั้นได้สมดุลซ้าย-ขวา หรือไม่ ลวดลายบนลำตัว<strong>ปลาหมอสี</strong>นับเป็นลักษณะเด่นและสร้างความสวยงามให้ตัวปลามากที่ สุดอย่างหนึ่ง ซึ่งจะขึ้นอยู่กับประเภทของปลาเป็นสำคัญ บางพื้นที่ปลา ที่มีลำตัวแดงอาจจะขายดีกว่าปลามุกที่มีเกล็ดเงา</p>
<h3>สรุปถึงวิธีการเลือกซื้อปลาหมอสี</h3>
<p>มาเลี้ยงในตู้เป็นปลาสวยงามนั้นให้ดูลักษณะ 3 ประการ คือ ดูทรง ดูสีและดูหัว เป็นปลา ที่มีทรงสั้น ลำตัวมีสีแดงสดและหัวใหญ่ขนาดลูกกอล์ฟหรือลูกส้มเช้งหรือส้มเขียวหวาน</p>
<p><span style="font-size: xx-small;">ที่มา : <a rel="nofollow" href="http://www.dailynews.co.th/" target="_blank">เดลินิวส์</a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad-%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b5-%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ จากท้องถิ่น</title>
		<link>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/</link>
		<comments>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 15 Aug 2010 06:29:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาชีพแก้จน]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมขบเคี้ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่มน้ำผัก]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่มเสริมสุขภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://108thaijob.com/?p=2908</guid>
		<description><![CDATA[ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเสริมสุขภาพ ได้แก่ เครื่องดื่มจากผักพื้นบ้าน ขนมขบเคี้ยวแบบแท่งเพื่อสุขภาพ ล้วนเป็นการนำวัตถุดิบในการผลิตจากในประเทศและล้วนมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้รักสุขภาพ
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเสริมสุขภาพ ได้แก่ เครื่องดื่มจากผักพื้นบ้าน : น้ำผักเชียงดา น้ำผักหวานบ้าน น้ำว่านหางจระเข้พร้อมดื่ม และ ขนมขบเคี้ยวแบบแท่งเพื่อสุขภาพ แต่ละผลิตภัณฑ์ล้วนเป็นการนำวัตถุดิบในการผลิตจากในประเทศและล้วนมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้รักสุขภาพ ที่สำคัญพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ภาคเอกชน ขอจำแนกแต่ละผลิตภัณฑ์ดังนี้
เครื่องดื่มจากผักพื้นบ้าน จาก น้ำผักเชียงดา และ น้ำผักหวานบ้าน ที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระธรรมชาติ และมีประสิทธิภาพในการลดระดับน้ำตาลในเลือด จึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน อีกทั้งผลิตภัณฑ์นี้ยังให้แคลอรีต่ำกว่าผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันที่จำหน่าย ในท้องตลาด โดย วว.ได้พัฒนาน้ำผักเชียงดาและผักหวานบ้าน ชนิดละ 2 สูตร คือ สูตรธรรมชาติและสูตรน้ำผึ้งผสมมะนาว โดยใช้สารที่ให้ความ หวานแทนน้ำตาล ให้พลังงานเพียง 15 กิโลแคลอรีต่อหน่วยบริโภค (220 มิลลิลิตร) และมีปริมาณโซเดียมต่ำเพียง 10 มิลลิกรัมเมื่อเทียบผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันในท้องตลาดที่ให้พลังงานระหว่าง 45-70 กิโลแคลอรี และมีเกลือโซเดียมระหว่าง 20-55 มิลลิกรัม นับว่าเครื่องดื่มน้ำผักดังกล่าวเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้รักสุขภาพที่ต้อง การเสริมสารต้านอนุมูลอิสระ รวมทั้งช่วยควบคุมระดับน้ำ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเสริมสุขภาพ ได้แก่ เครื่องดื่มจากผักพื้นบ้าน ขนมขบเคี้ยวแบบแท่งเพื่อสุขภาพ ล้วนเป็นการนำวัตถุดิบในการผลิตจากในประเทศและล้วนมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้รักสุขภาพ<span id="more-2908"></span></p>
<p>สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พัฒนา<strong>ผลิตภัณฑ์อาหาร</strong>และ<strong>เครื่องดื่มเสริมสุขภาพ </strong>ได้แก่ เครื่องดื่มจากผักพื้นบ้าน : น้ำผักเชียงดา น้ำผักหวานบ้าน น้ำว่านหางจระเข้พร้อมดื่ม และ <strong>ขนมขบเคี้ยว</strong>แบบแท่งเพื่อสุขภาพ แต่ละผลิตภัณฑ์ล้วนเป็นการนำวัตถุดิบในการผลิตจากในประเทศและล้วนมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้รักสุขภาพ ที่สำคัญพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ภาคเอกชน ขอจำแนกแต่ละผลิตภัณฑ์ดังนี้</p>
<p><strong>เครื่องดื่มจากผักพื้นบ้าน</strong> จาก น้ำผักเชียงดา และ น้ำผักหวานบ้าน ที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระธรรมชาติ และมีประสิทธิภาพในการลดระดับน้ำตาลในเลือด จึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน อีกทั้งผลิตภัณฑ์นี้ยังให้แคลอรีต่ำกว่าผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันที่จำหน่าย ในท้องตลาด โดย วว.ได้พัฒนาน้ำผักเชียงดาและผักหวานบ้าน ชนิดละ 2 สูตร คือ สูตรธรรมชาติและสูตรน้ำผึ้งผสมมะนาว โดยใช้สารที่ให้ความ หวานแทนน้ำตาล ให้พลังงานเพียง 15 กิโลแคลอรีต่อหน่วยบริโภค (220 มิลลิลิตร) และมีปริมาณโซเดียมต่ำเพียง 10 มิลลิกรัมเมื่อเทียบผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันในท้องตลาดที่ให้พลังงานระหว่าง 45-70 กิโลแคลอรี และมีเกลือโซเดียมระหว่าง 20-55 มิลลิกรัม นับว่า<strong>เครื่องดื่มน้ำผัก</strong>ดังกล่าวเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้รักสุขภาพที่ต้อง การเสริมสารต้านอนุมูลอิสระ รวมทั้งช่วยควบคุมระดับน้ำ ตาลและจำกัดพลังงานที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน</p>
<div><img title="เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2010/06/drink-to-health2.jpg" alt="เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ" /></div>
<p>ว่านหางจระเข้พร้อมดื่ม ใช้ว่านหางจระเข้เป็นส่วนประกอบหลัก และเสริมรสชาติผลิตภัณฑ์ด้วยน้ำผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามิน เช่น ส้ม ฝรั่ง สับปะรด โดยผลิตภัณฑ์ยังคงคุณค่าของว่านหางจระเข้ อย่างครบครัน ช่วยบำรุงร่างกายเนื่องจากการอ่อนเพลียพักผ่อนน้อย และยังเป็นยาระบายอ่อน ๆ ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายของร่างกายเป็นปกติ อีกทั้งยังช่วยบรรเทาโรคกระเพาะอาหารอักเสบอีกด้วย มี 2 สูตร ได้แก่ น้ำว่านหางจระเข้พร้อมดื่มจากผลไม้เข้มข้น (สีส้มออกเหลือง) และ น้ำว่านหางจระเข้พร้อมดื่มจากผลไม้ธรรมชาติ (สีเขียวอ่อน) โดยเลือกใช้น้ำตาลฟรุกโตส เป็นสารให้ความหวาน รวมทั้ง ยังได้พัฒนาเป็นเครื่องดื่ม ชนิดผง มี 2 สูตร ได้แก่ เครื่องดื่มชนิดผงกลิ่นมะตูมและกลิ่นเก๊กฮวย</p>
<p><strong>ขนมขบเคี้ยว</strong>แบบแท่งเพื่อสุขภาพ ซี-ไรซ์ ใช้วัตถุดิบหลักที่หาได้จากภายในประเทศ ได้แก่ ข้าวและธัญพืช เช่น ถั่วลิสง งา เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน อัลมอนด์ ผลไม้อบแห้ง และน้ำผึ้ง โดยผลิตภัณฑ์ได้ปรับแต่งกลิ่น รสชาติและ เนื้อสัมผัสของขนมและเสริมคุณค่าทางโภชนาการให้เหมาะสมกับวัยของกลุ่มผู้ บริโภค 3 วัย ได้แก่ วัยเด็ก วัยทำงาน และวัยสูงอายุ เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า ทางโภชนาการครบถ้วนทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ใยอาหาร แร่ธาตุ วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ แต่มีปริมาณไขมันและน้ำตาลต่ำ เหมาะสำหรับนำไปรับประทาน ทดแทนมื้ออาหารหรือทานเล่นในยามว่าง</p>
<p>วว.พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยี<strong>ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเสริมสุขภาพ</strong> ให้แก่ภาคเอกชน เพื่อนำผลิตในเชิงพาณิชย์ สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โทร. 0-2577-9000 หรือคอลเซ็นเตอร์ วว. โทร. 0-2579-3000 ในวันและเวลา</p>
<div><img title="เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2010/06/drink-to-health1.jpg" alt="เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ" /></div>
<p><span style="font-size: xx-small;">ที่มา : <a rel="nofollow" href="http://www.dailynews.co.th/" target="_blank">เดลินิวส์</a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>น้ำนมข้าวกล้องงอก รายได้เสริม</title>
		<link>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 12 Aug 2010 06:24:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาชีพแก้จน]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวกล้องงอก]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวเหนียว]]></category>
		<category><![CDATA[คุณค่าทางโภชนา]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำข้าวกล้องงอก]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำนม]]></category>
		<category><![CDATA[รายได้เสริม]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างเงิน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://108thaijob.com/?p=2898</guid>
		<description><![CDATA[สูตรน้ำนมข้าวกล้องงอกของกลุ่มแม่บ้านที่นี่มีข้อสังเกตว่า หากเป็นข้าวกล้องเก่าจะมีการใส่ข้าวเหนียวด้วย และหากเป็นข้าวกล้องใหม่ก็ไม่ ต้องใส่ข้าวเหนียว แต่โดยปกติโดยทั่วไปแล้วเขาใช้ข้าวกล้องใหม่กัน นอกจากนี้น้ำข้าวกล้องงอกของที่นี่มีกลิ่นใบเตย
ราษฎรสระแก้วอยู่เย็นเป็นสุข
เมื่อปี พ.ศ. 2520-2521 บริเวณพื้นที่ราบเชิงเขาบรรทัด ในเขต อ.นาดี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี และ อ.เมืองสระแก้ว อ.วัฒนานคร อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นเขตรอยต่อ 4 จังหวัด คือ จ.ปราจีนบุรี จ.สระแก้ว จ.นครราชสีมา และ จ.บุรีรัมย์ เป็นพื้นที่ที่ มีปัญหาต่อความมั่นคงของประเทศเป็นอย่างมาก กล่าวคือ พื้นที่ที่เคยเป็นป่าสงวนแห่งชาติที่อุดมสมบูรณ์ ได้ถูกราษฎรบุกรุก แผ้วถาง เพื่อปลูกพืชไร่เป็นจำนวนมาก จนทำให้พื้นที่บริเวณนี้ กลายเป็นป่าเสื่อมโทรม จนสิ้นสภาพป่า ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ และขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและการเพาะปลูก
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ จึงมีพระราชดำริให้มีการพัฒนาพื้นที่ราบเชิงเขา โดยทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ ม.จ.จักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ องคมนตรี ประสานงานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อวางโครงการพัฒนาพื้นที่ราบเชิงเขา จังหวัดปราจีนบุรี ตามพระราชดำริโดยร่วมมือกับกองทัพภาคที่ 1 จังหวัดปราจีนบุรี กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สูตรน้ำนมข้าวกล้องงอกของกลุ่มแม่บ้านที่นี่มีข้อสังเกตว่า หากเป็นข้าวกล้องเก่าจะมีการใส่ข้าวเหนียวด้วย และหากเป็นข้าวกล้องใหม่ก็ไม่ ต้องใส่ข้าวเหนียว แต่โดยปกติโดยทั่วไปแล้วเขาใช้ข้าวกล้องใหม่กัน นอกจากนี้น้ำข้าวกล้องงอกของที่นี่มีกลิ่นใบเตย<span id="more-2898"></span></p>
<p>ราษฎรสระแก้วอยู่เย็นเป็นสุข</p>
<p>เมื่อปี พ.ศ. 2520-2521 บริเวณพื้นที่ราบเชิงเขาบรรทัด ในเขต อ.นาดี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี และ อ.เมืองสระแก้ว อ.วัฒนานคร อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นเขตรอยต่อ 4 จังหวัด คือ จ.ปราจีนบุรี จ.สระแก้ว จ.นครราชสีมา และ จ.บุรีรัมย์ เป็นพื้นที่ที่ มีปัญหาต่อความมั่นคงของประเทศเป็นอย่างมาก กล่าวคือ พื้นที่ที่เคยเป็นป่าสงวนแห่งชาติที่อุดมสมบูรณ์ ได้ถูกราษฎรบุกรุก แผ้วถาง เพื่อปลูกพืชไร่เป็นจำนวนมาก จนทำให้พื้นที่บริเวณนี้ กลายเป็นป่าเสื่อมโทรม จนสิ้นสภาพป่า ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ และขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและการเพาะปลูก</p>
<p>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ จึงมีพระราชดำริให้มีการพัฒนาพื้นที่ราบเชิงเขา โดยทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ ม.จ.จักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ องคมนตรี ประสานงานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อวางโครงการพัฒนาพื้นที่ราบเชิงเขา จังหวัดปราจีนบุรี ตามพระราชดำริโดยร่วมมือกับกองทัพภาคที่ 1 จังหวัดปราจีนบุรี กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ เข้าดำเนินการตามโครงการ โดยเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม 2521</p>
<p>ในส่วนของ จ.สระแก้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้มีการพัฒนาพื้นที่ราบเชิงเขาโดยพระราชทานแนวทางการพัฒนา ไว้ 3 ด้าน คือ 1. การพัฒนา ด้านจิตใจของราษฎร 2. การพัฒนาทาง ด้านความรู้การประกอบอาชีพ 3. การจัดสรรที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย</p>
<p>เมื่อทาง กรมกิจการพลเรือนทหารบก กองทัพบก พาสื่อมวลชนสัญจรตามรอยเบื้องพระยุคลบาท โครงการพัฒนาที่ราบเชิงเขาจังหวัดสระแก้วตามแนวพระราชดำริ มีโอกาสแวะไปดู โรงสีข้าวพระราชทาน บ้านคลองทราย ตั้ง อยู่ ณ ต.หนอง ตะเคียนบอน อ.วัฒนานคร</p>
<p>สำหรับโรงสีข้าวพระราชทานบ้านคลองทรายเป็นโครงการหนึ่งในโครงการพัฒนา พื้นที่ราบเชิงเขาจังหวัดสระแก้ว-ปราจีนบุรี ตามแนวพระราชดำริ โดยเริ่มทดลองสีข้าวตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2529 มีแม่บ้านเกษตรกรที่มีสีหน้าเบิกบานแจ่มใสและยินดีต้อนรับ นำ <strong>น้ำข้าวกล้องงอก </strong>มาให้ชิมจึงเรียนถามสูตรจากตัวแทนแม่บ้านเกษตรกรมาเผื่อว่าใครจะทำตามก็ไม่ยากอะไร สำหรับข้าวกล้องงอกนั้นมีข้อมูลระบุว่า ลักษณะการงอกของข้าวที่มีคุณค่าทางโภชนาการคือ จะมีการงอกแค่ตุ่มเล็ก ๆ เท่านั้น</p>
<div><img title="น้ำนมข้าวกล้องงอก" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2009/10/water-brown-rice.jpg" alt="น้ำนมข้าวกล้องงอก" /></div>
<h3>สูตรน้ำนมข้าวกล้องงอก</h3>
<p>ของกลุ่มแม่บ้านที่นี่มีข้อสังเกตว่าหากเป็นข้าวกล้องเก่าจะมีการใส่ข้าวเหนียวด้วย และหากเป็นข้าวกล้องใหม่ก็ไม่ ต้องใส่ข้าวเหนียว แต่โดยปกติโดยทั่วไปแล้วเขาใช้ข้าวกล้องใหม่กัน นอกจากนี้น้ำข้าวกล้องงอกของที่นี่มีกลิ่นใบเตยเนื่องจากมีขั้นตอนหนึ่งใช้ ใบเตยมาเป็นองค์ประกอบเพื่อให้ได้กลิ่นหอม แต่เราว่ากลิ่นหอมของข้าวกล้องงอกก็หอมเป็นธรรมชาติดีอยู่แล้ว แล้วอีกอย่างที่นี่เขาใส่ครีมเทียมด้วยเพื่อเพิ่มความมัน</p>
<p>จากอดีตราษฎรที่อาศัยอยู่บริเวณนี้มีแต่ความทุกข์ยากและหวาดหวั่น หากปัจจุบันเห็นได้ชัดเจนว่า ด้วยพระมหากรุณาธิ คุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ราษฎรปราศจากทุกข์ใด ๆ โดยสิ้นเชิง</p>
<h3>ส่วนประกอบของน้ำข้าวกล้องงอก</h3>
<p>แต่ละสำนักก็คล้าย ๆ กัน ขอนำสูตรของกรมการข้าว เจ้าตำรับมาให้พิจารณาก็แล้วกัน นางลัดดาวัลย์ กรรณนุช ผอ.สำนักพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าว <strong>เปิดเผยสูตรการทำน้ำข้าวกล้องงอกว่า </strong>เริ่มจากเมล็ดข้าวกล้องใหม่ 100 กรัม หรือ 1 ขีด จะต้องซาวน้ำล้างเอากรวดทรายออกก่อนหนึ่งครั้ง แล้วนำไปแช่น้ำประมาณ 1 ลิตร ทิ้งไว้ประมาณ 5-6 ชม. ก็จะเกิดเป็นตุ่มงอกสีขาวขึ้นมาที่เมล็ดข้าวพอมองเห็น จากนั้นให้เอาขึ้นนำมาผึ่งให้แห้ง แล้วนำไปต้มใช้ไฟปานกลางให้เดือด แต่อย่าให้เดือดมาก เพราะถ้าร้อนมากเกินไป สารกาบ้าจะถูกทำลายมาก หากเดือดพอดีให้เคี่ยวไปสัก 15-20 นาที สารกาบ้าจะยังอยู่ในข้าวถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นปริมาณเพียงพอต่อร่างกาย เสร็จแล้วใช้ผ้าขาวบางหรือกระชอนกรองน้ำเพื่อนำมารับประทาน และสามารถเพิ่มรสชาติโดยโรยเกลือป่นให้ออกเค็มเล็กน้อย</p>
<p>เหมือนที่บอก หากจะทำก็ไม่ยากเลย เห็นเขาทำจำหน่ายตามตลาดก็ดูเหมือนคนจะนิยมรับประทานกันมาก <strong>สามารถสร้างงาน สร้างเงิน</strong> ได้เช่นกัน</p>
<p><span style="font-size: xx-small;">ที่มา : <a rel="nofollow" href="http://www.dailynews.co.th/" target="_blank">เดลินิวส์</a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เสื้อผ้ายีนส์เก่า แปลงสไตล์แบบใหม่</title>
		<link>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99/%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%aa/</link>
		<comments>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99/%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%aa/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Jul 2010 07:38:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาชีพแก้จน]]></category>
		<category><![CDATA[ช่องทางทำกิน]]></category>
		<category><![CDATA[ผ้ายีน]]></category>
		<category><![CDATA[ออกแบบแฟชั่นผ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เสื้อผ้ายีน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://108thaijob.com/?p=2829</guid>
		<description><![CDATA[การปรับประยุกต์เพื่อความแปลกใหม่น่าจะเป็นสิ่งดี โดยเฉพาะกับยีนเก่า เพราะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้เสื้อผ้า และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมไปในตัวเพราะเสื้อผ้าเก่าก็นำมาดัดแปลงใช้ใหม่ได้
กระแสดูแลสิ่งแวดล้อมแทรกเข้ามาในชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้น จากปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงมากขึ้น และกระแสนี้ยังเข้าสู่แวดวงอาชีพ การค้าขาย การทำธุรกิจด้วย ซึ่งจากกระแสนี้นี่เองนักศึกษารายหนึ่งก็ได้คิดค้นการ ดัดแปลงเสื้อผ้าเก่า โดยเฉพาะผ้ายีน นำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อเป็นการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า และลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้งมีประโยชน์ และก็เป็นอีก ช่องทางทำกิน สร้างอาชีพได้ด้วย
แอน-ฐิติมา พุทธบูชา นักศึกษาสาขาวิชาออกแบบแฟชั่นผ้าและเครื่องแต่งกาย คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) พระนคร มองว่า เสื้อผ้ายีนได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นค่อนข้างมากเสมอมา นับว่าเป็นตลาดค่อนข้างใหญ่ทีเดียว แต่ตลาดวัยรุ่นนั้นเป็นตลาดที่มาเร็วไปเร็ว ดังนั้นการปรับประยุกต์เพื่อความแปลกใหม่น่าจะเป็นสิ่งดี โดยเฉพาะกับยีนเก่า เพราะ 1.เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้เสื้อผ้า และ 2.ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมไปในตัวเพราะเสื้อผ้าเก่าก็นำมาดัดแปลงใช้ใหม่ได้
เรื่องการดัดแปลงนั้น ฐิติมาบอกว่า ไม่ใช่เรื่องยาก หากมีฝีมือทางการตัดเย็บเสื้อผ้า มีความคิดสร้างสรรค์ ก็สามารถทำได้เลย ซึ่งหากมีตลาดวางขาย หรือมีทำเลรับดัดแปลง กิจการดัดแปลงเสื้อผ้านี้ก็น่าจะไปได้สวย เพราะกระแสของเสื้อผ้าดัดแปลงมีอยู่ในกลุ่มวัยรุ่นเสมอ และที่สำคัญเสื้อผ้าที่เป็นยีนเก่านั้นสามารถนำมาดัดแปลงได้ทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยีน กางเกงยีน กระโปรงยีน 
สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ในการดัดแปลง หลัก ๆ คือจักรเย็บผ้าที่เป็นจักรอุตสาหกรรม หรือจักรถีบธรรมดาก็ได้ รวมถึงอุปกรณ์เย็บ อาทิ เข็ม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การปรับประยุกต์เพื่อความแปลกใหม่น่าจะเป็นสิ่งดี โดยเฉพาะกับยีนเก่า เพราะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้เสื้อผ้า และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมไปในตัวเพราะเสื้อผ้าเก่าก็นำมาดัดแปลงใช้ใหม่ได้</p>
<p>กระแสดูแลสิ่งแวดล้อมแทรกเข้ามาในชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้น จากปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงมากขึ้น และกระแสนี้ยังเข้าสู่แวดวงอาชีพ การค้าขาย การทำธุรกิจด้วย ซึ่งจากกระแสนี้นี่เองนักศึกษารายหนึ่งก็ได้คิดค้นการ ดัดแปลงเสื้อผ้าเก่า โดยเฉพาะ<strong>ผ้ายีน</strong> นำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อเป็นการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า และลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้งมีประโยชน์ และก็เป็นอีก <strong>ช่องทางทำกิน</strong> สร้างอาชีพได้ด้วย<span id="more-2829"></span></p>
<p>แอน-ฐิติมา พุทธบูชา นักศึกษาสาขาวิชาออกแบบแฟชั่นผ้าและเครื่องแต่งกาย คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) พระนคร มองว่า <strong>เสื้อผ้ายีน</strong>ได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นค่อนข้างมากเสมอมา นับว่าเป็นตลาดค่อนข้างใหญ่ทีเดียว แต่ตลาดวัยรุ่นนั้นเป็นตลาดที่มาเร็วไปเร็ว ดังนั้นการปรับประยุกต์เพื่อความแปลกใหม่น่าจะเป็นสิ่งดี โดยเฉพาะกับยีนเก่า เพราะ 1.เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้เสื้อผ้า และ 2.ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมไปในตัวเพราะเสื้อผ้าเก่าก็นำมาดัดแปลงใช้ใหม่ได้</p>
<p>เรื่องการดัดแปลงนั้น ฐิติมาบอกว่า ไม่ใช่เรื่องยาก หากมีฝีมือทางการตัดเย็บเสื้อผ้า มีความคิดสร้างสรรค์ ก็สามารถทำได้เลย ซึ่งหากมีตลาดวางขาย หรือมีทำเลรับดัดแปลง กิจการดัดแปลงเสื้อผ้านี้ก็น่าจะไปได้สวย เพราะกระแสของเสื้อผ้าดัดแปลงมีอยู่ในกลุ่มวัยรุ่นเสมอ และที่สำคัญเสื้อผ้าที่เป็นยีนเก่านั้นสามารถนำมาดัดแปลงได้ทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็น<strong>เสื้อยีน กางเกงยีน กระโปรงยีน </strong><br />
สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ในการดัดแปลง หลัก ๆ คือจักรเย็บผ้าที่เป็นจักรอุตสาหกรรม หรือจักรถีบธรรมดาก็ได้ รวมถึงอุปกรณ์เย็บ อาทิ เข็ม ด้าย กรรไกร ฯลฯ และวัสดุสำคัญก็คือ เสื้อผ้ายีนเก่า</p>
<p>ฐิติมายกตัวอย่าง พร้อมอธิบายขั้นตอน โดยตัวอย่างแรกคือการดัดแปลง ตกแต่ง<strong>กางเกงยีน</strong>ด้วยลายลูกไม้ ที่ขอบขากางเกงและปากกระเป๋ากางเกงด้านหน้าและด้านหลัง ใช้เทคนิคการดัดแปลงกางเกงและตกแต่งด้วยลูกไม้ ขั้นตอนเริ่มที่เตรียม<strong>กางเกงยีน</strong>ขายาว (ขนาดแล้วแต่ไซซ์ผู้สวมใส่) ตัดขากางเกงให้สั้นขึ้นเป็นขา 3 ส่วน พับชายขอบกางเกงขึ้น และเย็บริมผ้าชายขากางเกงให้เรียบร้อย จากนั้นสร้างลวดลายบนผ้าลูกไม้ด้วยการปักไหมด้วยมือ ผสมกับการปักลูกปัดลงบนผ้าลูกไม้ที่เตรียมไว้ ซึ่งผ้าลูกไม้นี้เป็นลูกไม้ตาข่ายแบบสำเร็จรูป มีขนาดกว้างประมาณ 5 ซม. ส่วนความยาวนั้นให้วัดจากขนาดความกว้างของขอบปลายกางเกง</p>
<p>นำ<strong>ผ้าลูกไม้</strong>ที่ปักเสร็จแล้ว เย็บติดลงบนปลายขากางเกงทั้ง 2 ข้าง และอีกส่วนหนึ่งให้สอยติดบริเวณปากกระเป๋ากางเกงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งบริเวณกระเป๋าด้านหน้านั้นให้ตัดผ้าลูกไม้เป็นรูปดอกไม้ แล้วค่อยปักลูกปัดเพื่อสร้างลวดลายลงไป ส่วนกระเป๋าด้านหลังให้ตัดผ้าลูกไม้เป็นแถบสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ แล้วค่อยปักไหม ปักลูกปัด ซึ่งการตกแต่งบริเวณกระเป๋ากางเกงนั้นให้เลือกบริเวณด้านซ้ายของกระเป๋า</p>
<p>ตัวอย่างถัดมา เป็นการดัดแปลงโดย เปลี่ยนกางเกงเป็นชุดกระโปรง ซึ่งจะค่อนข้างยากหน่อย โดยฐิติมาอธิบายว่า เริ่มด้วยการสร้างแบบชุดกระโปรงขึ้นมาก่อน ซึ่งภาษาช่างเรียกว่าการสร้างแพตเทิร์น แล้วตัดแบบออกมาเป็นชิ้น ๆ เตรียมไว้ จากนั้นให้เลาะแยกผ้าชิ้นหน้าและผ้าชิ้นหลังของ<strong>กางเกงยีน</strong>ที่เตรียมไว้ แล้วค่อยนำแบบที่ตัดไว้วางลงบนผ้าตัดผ้าตามแบบ เสร็จแล้วให้เย็บประกอบเป็นชุด ปิดท้ายที่ตกแต่งด้วยการเย็บผ้าลายดอกเพื่อต่อตรงบริเวณกลางชุดกระโปรงทั้ง ด้านหน้าและหลัง และนำผ้าลายดอกมาตัดเป็นผ้ารูปแบบสามเหลี่ยม นำมาเย็บแทรกที่ตะเข็บข้างของชุดกระโปรง เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย</p>
<p>อีกตัวอย่างเป็นการ ตกแต่งกระโปรงยีน แบบง่าย ๆ ด้วยการติดระบายลูกไม้ที่ด้านข้าง และใช้ริบบิ้นลูกไม้ร้อยเป็นโบผูกที่เอว ซึ่งวิธีทำเริ่มที่เตรียม<strong>กระโปรงยีน</strong> จากนั้นตัดผ้าลูกไม้ซึ่งมีขนาดกว้างประมาณ 5 ซม. ยาวประมาณ 40 ซม. เย็บเก็บริมลูกไม้บริเวณที่ไม่ใช่รอยหยักของลูกไม้ให้เรียบร้อย ด้วยการใช้ด้าย 1 เส้น และเย็บทับด้วยด้าย 2 เส้น ด้วยฝีเข็มที่ห่าง ซึ่งภาษาช่างเรียกว่า เย็บแล้วดึงรูดเป็นระบาย โดยเย็บเสร็จแล้วจะต้องเหลือชายด้ายเอาไว้สำหรับดึง เมื่อดึงรูดเสร็จแล้ว ผ้าลูกไม้จะมีความยาวเท่ากับ 20 ซม. ซึ่งจะต้องทำผ้าลูกไม้แบบนี้ 6 ชิ้น เสร็จแล้วนำระบายลูกไม้ที่เย็บแล้ว มาเย็บติดที่ด้านข้างของกระโปรง ให้เป็นระบายข้างละ 3 ชิ้น โดยเย็บเป็นชั้น ๆ จากนั้นใช้ริบบิ้นลูกไม้มาผูกเป็นโบที่เอว ด้วยการลอดไปตามหูกระโปรง เท่านี้ก็เรียบร้อย (ริบบิ้นลูกไม้นี้มีความกว้างประมาณ 2 ซม. ส่วนความยาวขึ้นอยู่กับความกว้างของเอว กระโปรง)</p>
<p>การทำชิ้นงานลักษณะนี้ ฐิติมาบอกว่า ถ้ามีเสื้อผ้ายีนเก่าอยู่แล้วก็ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก แต่หากจะทำเป็นการค้าก็ลองไปหาซื้อยีนเก่าที่ตลาดโรงเกลือซึ่งจะมีขายเป็น มัด ๆ ละ 50 ตัว ราคาตกประมาณตัวละ 20 บาทขึ้นไป ซึ่งเมื่อดัดแปลงประยุกต์เสร็จเรียบร้อยแล้วจะขายได้ในราคาตัวละ 100-200 บาทขึ้นไป</p>
<p>สนใจเรื่องการ <strong>ดัดแปลงเสื้อผ้ายีนเก่า</strong> ต้องการสอบถามกับ แอน-ฐิติมา พุทธบูชา ติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-6988-3016 บางทีอาจจะเป็นอาชีพที่ทำเงินให้ใครบางคนได้เป็นอย่างดีก็ได้</p>
<p><span style="font-size: xx-small;">ที่มา : เดลินิวส์<br />
<a rel="nofollow" href="http://www.dailynews.co.th/" target="_blank"></a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99/%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%aa/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขายกาแฟ ชาใบเตย เป็นรายได้เสริม</title>
		<link>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9f-%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84/</link>
		<comments>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9f-%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 14 Jul 2010 07:50:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาชีพแก้จน]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟโบราณ]]></category>
		<category><![CDATA[ของชำ]]></category>
		<category><![CDATA[จิปาถะ]]></category>
		<category><![CDATA[ชา]]></category>
		<category><![CDATA[ชาใบเตย]]></category>
		<category><![CDATA[ปาท่องโก๋]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านขายกาแฟโบราณ-ชาใบเตย]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคการชงกาแฟโบราณ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://108thaijob.com/?p=2775</guid>
		<description><![CDATA[ป้าพุกเปิดร้านชำ เล็กๆ ขายจิปาถะ พร้อม กาแฟโบราณ ควบคู่สร้างรายได้เสริมเรื่อยมา ล่าสุดนำความรู้ที่ได้จาก ?คม ชัด ลึก? ฝึกอาชีพ ปรับใช้กับเมนูเดิม และต่อยอดเป็นเครื่องดื่มใหม่ ชาใบเตย

จากที่ยึดอาชีพแม่ค้า มาตลอด ป้าพุก บอกว่า จึงทำให้รู้วิธีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกันได้ใช้ประสบการณ์ด้านค้าขายนี้ช่วยสามีรับเหมางานก่อสร้างควบคู่ด้วย โดยทำหน้าที่ดูแลค่าใช้จ่ายเหมือนฝ่ายการเงินของบริษัท ทำให้เข้าใจคนหาเช้ากินค่ำและคนมีรายได้น้อย
สิ่งสำคัญคือต้องเป็นคนยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ตั้งราคาสินค้าสูงเกินจริง ไม่เอาเปรียบลูกค้า แรกเริ่มที่ขายของใหม่ๆ จะมีลูกค้ามาชื้อและขอลงบัญชีเอาไว้จ่ายสิ้นเดือน เราในฐานะแม่ค้าต้องเห็นใจคนที่ไม่มี อย่างน้อยก็ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และความที่เราเข้าใจเขานั้นส่งผลให้ลูกค้ามีความเกรงใจไม่กล้าเบี้ยว? ป้าพุกอธิบายถึงหลักการเปิดร้านขายของชำเมื่อกว่า 10 ปีก่อน ก่อนเจียดหน้าร้านขายกาแฟโบราณช่วงถัดมา
เหตุผลที่ขายกาแฟเสริมนั้น ป้าพุกบอกว่า เพราะมีลูกค้าสูงอายุมาอ่านหนังสือพิมพ์ที่ร้านในช่วงเช้าเยอะ และมีหลายคนแนะให้ขายกาแฟ จึงทดลองทำโดยอาศัยเรียนรู้ด้วยตัวเอง ทั้งอ่านจากตำรา สอบถามจากผู้มีประสบการณ์ จากนั้นจึงทำขาย ปรากฏว่าขายดีมาก มีลูกค้ามาอุดหนุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากเป็นกลุ่มลูกค้าเดิมๆ แล้วก็ยังมีลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้นด้วยในปัจจุบัน อย่างยิ่งหลังเข้าร่วมฝึกอาชีพกับ ?คม ชัด ลึก? เมนูเทคนิคการชงกาแฟโบราณ? โดยคุณวิธาน ศิริเบญจวรรณ เจ้าของร้านวาสนาน้ำโบราณย่านตลิ่งชัน กทม.เมื่อเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา
?เรานำสิ่งที่ได้รับจากการอบรมหนนั้นมาปรับใช้กับที่ร้านด้วย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ป้าพุกเปิดร้านชำ เล็กๆ ขายจิปาถะ พร้อม กาแฟโบราณ ควบคู่สร้างรายได้เสริมเรื่อยมา ล่าสุดนำความรู้ที่ได้จาก ?คม ชัด ลึก? ฝึกอาชีพ ปรับใช้กับเมนูเดิม และต่อยอดเป็นเครื่องดื่มใหม่ ชาใบเตย<span id="more-2775"></span></p>
<div><img title="กาแฟ-ชาใบเตย" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2009/11/coffee-tea.jpg" alt="กาแฟ-ชาใบเตย" /></div>
<p>จากที่ยึดอาชีพแม่ค้า มาตลอด ป้าพุก บอกว่า จึงทำให้รู้<strong>วิธีการบริหารจัดการ</strong>อย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกันได้ใช้ประสบการณ์ด้านค้าขายนี้ช่วยสามีรับเหมางานก่อสร้างควบคู่ด้วย โดยทำหน้าที่ดูแลค่าใช้จ่ายเหมือนฝ่ายการเงินของบริษัท ทำให้เข้าใจคนหาเช้ากินค่ำและคนมีรายได้น้อย</p>
<p><strong>สิ่งสำคัญ</strong>คือต้องเป็นคนยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ตั้งราคาสินค้าสูงเกินจริง ไม่เอาเปรียบลูกค้า แรกเริ่มที่ขายของใหม่ๆ จะมีลูกค้ามาชื้อและขอลงบัญชีเอาไว้จ่ายสิ้นเดือน เราในฐานะแม่ค้าต้องเห็นใจคนที่ไม่มี อย่างน้อยก็ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และความที่เราเข้าใจเขานั้นส่งผลให้ลูกค้ามีความเกรงใจไม่กล้าเบี้ยว? ป้าพุกอธิบายถึงหลักการเปิดร้าน<strong>ขายของชำ</strong>เมื่อกว่า 10 ปีก่อน ก่อนเจียดหน้าร้านขาย<strong>กาแฟโบราณ</strong>ช่วงถัดมา</p>
<p>เหตุผลที่<strong>ขายกาแฟเสริม</strong>นั้น ป้าพุกบอกว่า เพราะมีลูกค้าสูงอายุมาอ่าน<strong>หนังสือพิมพ์</strong>ที่ร้านในช่วงเช้าเยอะ และมีหลายคนแนะให้<strong>ขายกาแฟ</strong> จึงทดลองทำโดยอาศัยเรียนรู้ด้วยตัวเอง ทั้งอ่านจาก<strong>ตำรา</strong> สอบถามจากผู้มีประสบการณ์ จากนั้นจึงทำขาย ปรากฏว่าขายดีมาก มีลูกค้ามาอุดหนุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากเป็นกลุ่มลูกค้าเดิมๆ แล้วก็ยังมีลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้นด้วยในปัจจุบัน อย่างยิ่งหลังเข้าร่วมฝึกอาชีพกับ <strong>?คม ชัด ลึก? </strong>เมนู<strong>เทคนิค</strong><strong>การชงกาแฟโบราณ</strong>? โดยคุณวิธาน ศิริเบญจวรรณ เจ้าของร้านวาสนาน้ำโบราณย่านตลิ่งชัน กทม.เมื่อเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา</p>
<p>?เรานำสิ่งที่ได้รับจากการอบรมหนนั้นมาปรับใช้กับที่ร้านด้วย ซึ่งนอกจาก<strong>รสชาติกาแฟ</strong>จะอร่อยถูกใจประเภทสั่งได้แล้ว การให้บริการที่ดีเราก็ทำควบคู่ด้วย ซึ่งตรงนี้ถือเป็นจุดขาย บวกกับขายไม่แพงด้วยเพียงแก้วละ 6 บาท ซึ่งเราขยับราคาขึ้นอีก 1 บาท หลังขายแก้วละ 5 บาทมานานหลายปีไม่เปลี่ยน เพราะราคาวัตถุดิบที่แพงขึ้น แต่ก็ไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับราคา ยังขายดีมากอยู่เหมือนเดิม? ป้าพุก บอกและว่าปัจจุบันได้นำความรู้จากการอบรมหนนั้นมาทำ<strong>ชาใบเตย</strong>ขายอีกชนิด ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดีพอๆ กับ<strong>กาแฟโบราณ</strong></p>
<p>ป้าพุกบอกอีกว่า จะได้รับคำชมจากลูกค้าตลอดว่าเป็น<strong>ชา</strong>ที่หอมอร่อย สามารถรับประทานกับปาท่องโก๋ได้อย่างลงตัวเช่นเดียวกับกาแฟ ซึ่งเฉพาะ<strong>ปาท่องโก๋</strong>นั้นจะขายไม่ต่ำกว่าวันละ 100 ตัว</p>
<p>?ไม่ว่าจะทำอะไรหากเราทำด้วยใจรัก ทำแล้วมีความสุข แม้ว่าเงินหรือค่าตอบแทนจะไม่มาก แต่เราก็อยู่ได้อย่างมีความสุข? นั่นเป็น<strong>คติประจำใจ</strong>ของป้าพุก ซึ่งเธอยอมรับว่า ด้วยเพราะยึดอาชีพค้าขายนี้ทำให้เธอมีรายได้ส่งเสียให้ลูกๆ ได้ร่ำเรียนจนจบปริญญากันทุกคน อย่างยิ่งการเปิดหน้า<strong>ร้านขายกาแฟโบราณ-ชาใบเตย</strong> ที่มีลูกค้าอุดหนุนอย่างต่อเนื่องและเพิ่มมากขึ้นในทุกวันนี้</p>
<p>สำหรับผู้กำลังมองหางาน หรือต้องการมี<strong>อาชีพเสริม</strong> ทาง<strong>โครงการ ?คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ?</strong> มีแผนจะเปิดอบรมหลักสูตร <strong>?เทคนิคการชงกาแฟโบราณ?</strong> นี้อีกครั้งเมื่อไหร่นั้น สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ 0-2338-3356 และ 0-2338-3357</p>
<p><span style="font-size: xx-small;">ที่มา : <a rel="nofollow" href="http://www.komchadluek.net/" target="_blank">คมชัดลึก</a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9f-%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้าวแต๋น สร้างรายได้ เลี้ยงชุมชน</title>
		<link>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%8b%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%8b%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 11 Jul 2010 07:45:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาชีพแก้จน]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมขี้มอด]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมทองม้วน]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมมันรังนก]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมโบราณ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวแต๋น]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวแต๋นน้ำแตงโม]]></category>
		<category><![CDATA[ธัญพืช]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำอ้อย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://108thaijob.com/?p=2761</guid>
		<description><![CDATA[พอเสร็จจากหน้าที่หลักกรีดยางในช่วงกลางวันวิถีชีวิตของ ป้ามิก เรืองรักษ์ ก็จะทำขนมโบราณขายควบคู่ด้วย รวมทั้ง ข้าวแต๋นน้ำแตงโม ผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญา ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นสินค้ายอดนิยมที่สร้างชื่อให้ชุมชน รวมทั้งช่วยให้สมาชิกกว่า 30 ชีวิตอยู่ดีกินดีไปด้วย
ขนมโบราณที่ป้ามิกใช้ เวลาว่างสร้างสรรค์นั้น อาทิ ขนมขี้มอด ขนมทองม้วน และขนมมันรังนก ช่วงแรกทำคนเดียวขายคนเดียว กระทั่งปี 2546 สินค้าเริ่มขายได้ จึงชักชวนเพื่อนบ้านที่ว่างจากงานรวมเป็น กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปอาหารบ้านหนองปริง ทำและขายดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ระยะหลังตลาดแข่งขันสูงจึงคิดเปลี่ยนไปทำขนมอื่นแทน บวกกับเกษตรอำเภอแนะให้ทำ ข้าวแต๋นน้ำแตงโม เห็นว่าเป็นของใหม่จึงตัดสินใจลงมือทำ
กว่าจะลงตัวเป็น ข้าวแต๋น ที่มีรสชาติกลมกล่อมดังว่านั้น ป้ามิกบอกว่า ต้องใช้เวลาทดลองทำอยู่นานเกือบเดือน ในที่สุดก็ได้เป็นข้าวแต๋นน้ำแตงโม 3 รสให้เลือกคือ หวาน เค็ม และธัญพืช ส่วนราคาขายเริ่มตั้งแต่ 7-25 บาท โดยสามารถหาซื้อได้ตามร้านค้า ร้านของฝากใน จ.พัทลุง ตรัง กระบี่ ภูเก็ต ยะลา ปัตตานี และศูนย์โอท็อปทั่วไป
?การันตีคุณภาพสินค้าด้วยเครื่องหมายฮาลาล มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) โอท็อป 4 ดาว ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>พอเสร็จจากหน้าที่หลักกรีดยางในช่วงกลางวันวิถีชีวิตของ ป้ามิก เรืองรักษ์ ก็จะทำขนมโบราณขายควบคู่ด้วย รวมทั้ง ข้าวแต๋นน้ำแตงโม ผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญา ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นสินค้ายอดนิยมที่สร้างชื่อให้ชุมชน รวมทั้งช่วยให้สมาชิกกว่า 30 ชีวิตอยู่ดีกินดีไปด้วย<span id="more-2761"></span></p>
<p><strong>ขนมโบราณ</strong>ที่ป้ามิกใช้ เวลาว่างสร้างสรรค์นั้น อาทิ <strong>ขนมขี้มอด ขนมทองม้วน และขนมมันรังนก</strong> ช่วงแรกทำคนเดียวขายคนเดียว กระทั่งปี 2546 สินค้าเริ่มขายได้ จึงชักชวนเพื่อนบ้านที่ว่างจากงานรวมเป็น กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปอาหารบ้านหนองปริง ทำและขายดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ระยะหลังตลาดแข่งขันสูงจึงคิดเปลี่ยนไปทำขนมอื่นแทน บวกกับเกษตรอำเภอแนะให้ทำ <strong>ข้าวแต๋นน้ำแตงโม</strong> เห็นว่าเป็นของใหม่จึงตัดสินใจลงมือทำ</p>
<p>กว่าจะลงตัวเป็น <strong>ข้าวแต๋น</strong> ที่มีรสชาติกลมกล่อมดังว่านั้น ป้ามิกบอกว่า ต้องใช้เวลาทดลองทำอยู่นานเกือบเดือน ในที่สุดก็ได้เป็น<strong>ข้าวแต๋นน้ำแตงโม</strong> 3 รสให้เลือกคือ <strong>หวาน เค็ม และธัญพืช</strong> ส่วนราคาขายเริ่มตั้งแต่ 7-25 บาท โดยสามารถหาซื้อได้ตามร้านค้า ร้านของฝากใน จ.พัทลุง ตรัง กระบี่ ภูเก็ต ยะลา ปัตตานี และศูนย์โอท็อปทั่วไป</p>
<p>?การันตีคุณภาพสินค้าด้วย<strong>เครื่องหมายฮาลาล มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) โอท็อป 4 ดาว</strong> ผ่านการรับรองจาก<strong>คณะกรรมการอาหารและยา (อย.)</strong> สิ่งเหล่านี้คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้สินค้ากลุ่มติดตลาดเร็วกว่าที่คิด? ป้ามิก กล่าว</p>
<h3>ขั้นตอนการทำข้าวแต๋นน้ำแตงโม</h3>
<p>เริ่มจากเตรียมน้ำแตงโม ตวงข้าวเหนียวตามปริมาณที่ต้องการนำไปล้างด้วยน้ำสะอาด จากนั้นแช่ด้วยน้ำแตงโมทิ้งไว้ 6 ชั่วโมง ก่อนนำมานึ่งจนข้าวสุก ตักใส่ภาชนะเติมน้ำแตงโมต้มสุกกับน้ำอ้อยสดลงไป ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล คลุกเคล้าให้เข้ากัน นำไปอัดลงบนแม่พิมพ์ ก่อนนำเข้าตู้อบความร้อนที่ 150 องศาเซลเซียส 2 ชั่วโมง แล้วจึงนำมาทอดใช้ไฟปานกลาง พลิกไปมาให้เม็ดข้าวพองและสุกจนทั่วแผ่นจึงยกขึ้น นำไปราดด้วยน้ำตาลปี๊บเคี่ยว ส่วนหน้า<strong>ธัญพืช</strong>ราดด้วย<strong>งาขาว งาดำ และเม็ดมะม่วงหิมพานต์</strong> วางไว้จนอุณหภูมิเย็น ก่อนแพ็กบรรจุภัณฑ์วางจำหน่าย</p>
<p>?<strong>ข้าวเหนียว</strong>นึ่งจะต้องไม่ให้นิ่มหรือแข็งจนเกินไป ส่วนใหญ่นิยมเอา<strong>น้ำอ้อย</strong>ไปเคี่ยวกับ<strong>น้ำตาลปี๊บ</strong>แล้วค่อยเอามาราดหน้า แต่ของเราใช้<strong>น้ำอ้อย</strong>สดมาคลุกเคล้ากับข้าวเหนียวสุกผสม<strong>น้ำแตงโม</strong>ก่อนนำไปอัดลง บนแม่พิมพ์ แล้วค่อยราดหน้าด้วยน้ำตาลปี๊บเคี่ยว เวลารับประทานจะได้ทั้งกลิ่นและรสชาติของ<strong>น้ำอ้อย น้ำแตงโม</strong> จากข้าวเหนียว? ป้ามิก อธิบายเคล็ดลับ</p>
<p>แม้จะเป็นความสำเร็จที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงช่วงข้ามคืน แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ป้ามิกและสมาชิกกลุ่มอีกกว่า 30 ชีวิต ก็ไม่ได้ย่อท้อ ช่วยกันคิดช่วยกันทำ จนตอบโจทย์ผู้บริโภคได้สำเร็จ สามารถสร้างรายได้รวมถึง 3 แสนบาทต่อเดือน ขณะที่สมาชิกได้รับ 5,000-6,000 บาทต่อเดือน นับเป็นรายได้ไม่น้อยเลยทีเดียว สนใจเรียนรู้<strong>กรรมวิธีการทำ</strong> สอบถามได้ที่กลุ่มโทร.08-9512-2405 ป้ามิกและเพื่อนสมาชิกยินดีเผยเทคนิคเคล็ดลับการทำแก่ทุกคน</p>
<p><span style="font-size: xx-small;">ที่มา : <a rel="nofollow" href="http://www.komchadluek.net/" target="_blank">คมชัดลึก</a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%8b%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กาแฟสด สร้างอาชีำพ</title>
		<link>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%aa%e0%b8%94-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%b3%e0%b8%9e/</link>
		<comments>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%aa%e0%b8%94-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%b3%e0%b8%9e/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 03 Jul 2010 09:25:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาชีพแก้จน]]></category>
		<category><![CDATA[การบดกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟสด]]></category>
		<category><![CDATA[ชามะนาว]]></category>
		<category><![CDATA[ซำบายดีกาแฟสด]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำปั่นเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สมูตตี้สตรอเบอร์รี่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://108thaijob.com/?p=2730</guid>
		<description><![CDATA[หลังจาก ?ธภัทร ผางจันดา? ข้าราชการประจำ สังกัดปกครองจังหวัดขอนแก่น เข้ารับการอบรมกับ คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ เมื่อปลายปี 2550 หลักสูตรกาแฟสด และวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2551 ได้ลงทุนเปิดร้าน ซำบายกาแฟสด
ช่วงแรกที่เปิดร้าน เธอจะให้ มิ่งขวัญ ผางจันดา น้องสาววัย 31 ปี ดูแลร้านวันจันทร์-ศุกร์ ส่วนธภัทรจะมาดูแลหลังเลิกงาน และวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ แต่ระยะหลังธภัทรจำต้องศึกษาต่อจึงไม่มีเวลาเข้ามาดูแลร้าน จึงให้น้องสาว มิ่งขวัญ เข้ามาดูแลร้าน โดยมีเธอยังคอยควบคุมเรื่องรสชาติให้คงเส้นคงวาอยู่เสมอ
มิ่งขวัญ เล่าว่า หลังเรียนจบปริญญาตรี ก็เข้าทำงานที่บริษัทเอกชนในกรุงเทพฯ เป็นเวลา 7 ปี กระทั่งพี่สาวไปฝึกอบรมทำกาแฟสด กับ คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ และลงทุนเปิดร้าน ต่อมาเมื่อเปิดได้ 5-6 เดือน พี่สาวก็ชวนให้มาอยู่ที่ร้าน และถ่ายทอดความรู้ที่เรียนมาและจากประสบการณ์จริงให้ตน ทั้งการบดกาแฟ การกลั่น การชง และส่วนผสมต่างๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2>หลังจาก ?ธภัทร ผางจันดา? ข้าราชการประจำ สังกัดปกครองจังหวัดขอนแก่น เข้ารับการอบรมกับ คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ เมื่อปลายปี 2550 หลักสูตรกาแฟสด และวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2551 ได้ลงทุนเปิดร้าน ซำบายกาแฟสด<span id="more-2730"></span></h2>
<div>ช่วงแรกที่เปิดร้าน เธอจะให้ มิ่งขวัญ ผางจันดา น้องสาววัย 31 ปี ดูแลร้านวันจันทร์-ศุกร์ ส่วนธภัทรจะมาดูแลหลังเลิกงาน และวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ แต่ระยะหลังธภัทรจำต้องศึกษาต่อจึงไม่มีเวลาเข้ามาดูแลร้าน จึงให้น้องสาว มิ่งขวัญ เข้ามาดูแลร้าน โดยมีเธอยังคอยควบคุมเรื่องรสชาติให้คงเส้นคงวาอยู่เสมอ</div>
<p>มิ่งขวัญ เล่าว่า หลังเรียนจบปริญญาตรี ก็เข้าทำงานที่บริษัทเอกชนในกรุงเทพฯ เป็นเวลา 7 ปี กระทั่งพี่สาวไปฝึกอบรมทำ<strong>กาแฟสด</strong> กับ<strong> คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ</strong> และลงทุนเปิดร้าน ต่อมาเมื่อเปิดได้ 5-6 เดือน พี่สาวก็ชวนให้มาอยู่ที่ร้าน และถ่ายทอดความรู้ที่เรียนมาและจากประสบการณ์จริงให้ตน ทั้ง<strong>การบดกาแฟ การกลั่น การชง</strong> และส่วนผสมต่างๆ ตามมาตรฐาน ปัจจุบันสามารถทำได้ทุกเมนู</p>
<p>เธอบอกว่า สำหรับเมนูที่มีไว้บริการลูกค้าตั้งแต่เริ่มเปิดร้านถึงปัจจุบัน ได้แก่ <strong>ซำบายกาแฟสด</strong> <strong>น้ำปั่นเพื่อสุขภาพ ขนมปังปิ้ง ชามะนาว</strong> ฯลฯ ส่วนราคายังคงเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง คือเริ่มที่ 25-40 บาท แต่หลังจากที่เข้ามาบริหารอย่างเต็มตัวก็ได้เพิ่มเมนู <strong>ซำบายดี</strong> ขึ้นใหม่ ก็คือนำเอา<strong>กาแฟสดผสมกับชา</strong> โดยจะมีกลิ่นของกาแฟเป็นตัวนำแต่ให้รสชาติที่กลมกล่อม ปัจจุบันเมนูนี้ได้รับความนิยมอย่างมากจากลูกค้า</p>
<p>เรายังเพิ่มเมนูใหม่คือ <strong>สมูตตี้สตรอเบอร์รี่</strong> โดยนำ<strong>โยเกิร์ต</strong>มาปั่นผสมกับ<strong>สตรอเบอร์รี่</strong>และใส่วิปครีม เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้าซึ่งมีหลายกลุ่ม บางคนก็ต้องการ<strong>กาแฟสด</strong>ใส่วิปครีม จากปกติแก้วละ 30-35 บาท ก็เพิ่มเป็น 40-45 บาท?</p>
<div><img title="ซำบายดีกาแฟสด" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2009/11/fresh-coffee1.jpg" alt="ซำบายดีกาแฟสด" /></div>
<p>แม้ว่า มิ่งขวัญ จะมารับช่วงต่อจากพี่สาว แต่ก็ยังคงเน้นคุณภาพมาตรฐานตามที่พี่สาวได้ฝึกอบรมมา ขณะเดียวกันพี่สาวก็จะคอยควบคุมคุณภาพการปรุงอย่างต่อเนื่องทำให้<strong>กาแฟสดซำบายดี</strong>จากพี่สู่น้องรสชาติไม่มีผิดเพี้ยน ยังกลมกล่อม ถูกปากผู้บริโภคทั้งขาประจำ ขาจร เหมือนเดิม</p>
<p>สำหรับกลุ่มลูกค้าของร้านยังมีหลากหลาย โดยช่วงเที่ยงวันจะเป็นกลุ่มคนทำงานและกลุ่มนักธุรกิจที่มานั่งร้านเป็นสถานที่พูดคุย ส่วนตอนเย็นก็จะเป็นกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่มาช็อปปิ้งห้างสรรพสินค้าแล้ว แวะมากิน<strong>กาแฟสด</strong></p>
<p>ขณะนี้วัตถุดิบ<strong>ร้านกาแฟสด</strong> ปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 20% ทั้งนม น้ำตาลทราย ครีมเทียม แต่ว่าทางร้านยังคงราคาเดิม ขณะที่คุณภาพก็พยายามปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น ก็มีลูกค้าบางรายเสนอให้ปรับเพิ่มราคาเล็กน้อย แต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ เห็นควรขายในราคาที่สบายกระเป๋าลูกค้า ซึ่งเราก็ไม่เดือดร้อนน่าจะดีกว่า</p>
<p>สำหรับยอดขายของร้าน หากเป็นวันธรรมดายอดขายเฉลี่ยวันละ 15-20 แก้ว หากเป็นช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ยอดขายวันละ 30-40 แก้ว โดยเฉลี่ยจะมียอดขายเดือนละ 2 หมื่นบาท ซึ่งถือว่าเป็นอาชีพที่เลี้ยงตัวเองได้อย่างไม่ขัดสน</p>
<p>แม้ว่า มิ่งขวัญ จะได้รับการถ่ายทอดหลัก<strong>สูตรกาแฟสด</strong>จากพี่สาวและบริหารร้านกาแฟสดอย่างเต็มตัว แต่เธอก็ไม่หยุดนิ่ง หากมีเวลาว่างจะออกตระเวนชิม<strong>ร้านชากาแฟ นมสด</strong> ในเขตเทศบาลเพื่อนำมาปรับปรุงเมนูที่ร้าน คาดว่าต้นปีหน้าจะมีเมนูใหม่ๆ ออกมาให้ลูกค้าได้ชิมกัน</p>
<p>สำหรับผู้ที่อยากมีกิจการ<strong>ร้านกาแฟสด</strong> เล็กๆ ลงทุนไม่มาก ตลาดยังเปิดกว้าง ไม่ควรพลาดที่จะเข้ารับการฝึกอบรมกับโครงการของ ?คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ? ส่วนจะเป็นวันไหนนั้น สอบถามรายละเอียดที่โทร.0-2338-3356 และ 0-2338-3357</p>
<p><span style="font-size: xx-small;">ที่มา : คมชัดลึก<a rel="nofollow" href="http://www.komchadluek.net/" target="_blank"></a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%aa%e0%b8%94-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%b3%e0%b8%9e/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หัวกะโหลกอินดี้ อาชีพเสริม</title>
		<link>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%aa/</link>
		<comments>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%aa/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 01 Jul 2010 09:22:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาชีพแก้จน]]></category>
		<category><![CDATA[ช่องทางทำกิน]]></category>
		<category><![CDATA[ซิลิโคน]]></category>
		<category><![CDATA[หัวกะโหลกอินดี้]]></category>
		<category><![CDATA[เพนท์แอร์บรัช]]></category>
		<category><![CDATA[เรซิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[แนวอินดี้]]></category>
		<category><![CDATA[แล็กเกอร์]]></category>
		<category><![CDATA[โมเดล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://108thaijob.com/?p=2724</guid>
		<description><![CDATA[หัวกะโหลกอินดี้ งานหล่อเรซิ่นขึ้นรูปเป็นรูปหัวกะโหลกมนุษย์ที่มีขนาดเท่าของจริง แล้วนำมาใส่ลวดลายต่าง ๆ ลงไปบนหัวกะโหลกเพื่อเป็นการลดความน่ากลัวลง สามารถนำไปทำเป็นของตกแต่งบ้าน หรือสถานที่ต่าง ๆ ได้ และถือเป็น ชิ้นงานที่แปลกแหวกตลาด

หัวกะโหลกอินดี้ เป็นชื่อเรียกผลงาน งานหล่อเรซิ่นขึ้นรูปเป็นรูปหัวกะโหลกมนุษย์ที่มีขนาดเท่าของจริง แล้วนำมาใส่ลวดลายต่าง ๆ ลงไปบนหัวกะโหลกเพื่อเป็นการลดความน่ากลัวลง สามารถนำไปทำเป็นของตกแต่งบ้าน หรือสถานที่ต่าง ๆ ได้ และถือเป็น ช่องทางทำกิน ด้วยชิ้นงานที่แปลกแหวกตลาด?

กอล์ฟ-ธนายุทธ คำรักษ์ เป็นผู้เชี่ยวชาญการทำโมเดลงานหล่อเรซิ่นที่มีประสบการณ์กว่า 8 ปี และเป็นเจ้าของไอเดีย หัวกะโหลกอินดี้ ที่ทำจากเรซิ่น เพนท์แอร์บรัชเป็นลวดลายต่าง ๆ เป็นงานอาร์ตเอาไว้ตกแต่งโชว์แนวอินดี้ โดยเจ้าของผลงานเล่าว่า เรียนมาทางด้านออกแบบ แต่มีความสนใจในเรื่องของโมเดลมาตั้งแต่ยังเรียนอยู่ หลังจากที่จบมาก็ไปทำงานออกแบบกราฟิกรถยนต์ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ทำอยู่ 1 ปีก็เริ่มเบื่อ อยากทำงานที่ตัวเองชอบ คือโมเดล จึงตัดสินใจลาออกแล้วศึกษางานโมเดลอย่างจริงจัง
ต่อมาก็ได้ไปเป็น บก.อยู่ที่นิตยสารฮอบบี้ โมเดล เป็นนิตยสารเกี่ยวกับโมเดล รับผิดชอบเขียนคอลัมน์เกี่ยวกับโมเดลรุ่นต่าง ๆ ซึ่งตอนนั้นรู้แต่ทฤษฎี ยังไม่มีความรู้เรื่องการทำ จึงมีความสนใจที่จะเรียนรู้วิธีการทำด้วย จึงได้เริ่มศึกษาวิธีการทำโมเดลจากทางอินเทอร์เน็ตและจากคนที่เชี่ยวชาญ ฝึกหัดทำ สะสมประสบการณ์อยู่ 1 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2>หัวกะโหลกอินดี้ งานหล่อเรซิ่นขึ้นรูปเป็นรูปหัวกะโหลกมนุษย์ที่มีขนาดเท่าของจริง แล้วนำมาใส่ลวดลายต่าง ๆ ลงไปบนหัวกะโหลกเพื่อเป็นการลดความน่ากลัวลง สามารถนำไปทำเป็นของตกแต่งบ้าน หรือสถานที่ต่าง ๆ ได้ และถือเป็น ชิ้นงานที่แปลกแหวกตลาด</h2>
<div><span id="more-2724"></span></div>
<p><strong>หัวกะโหลกอินดี้</strong> เป็นชื่อเรียกผลงาน งานหล่อ<strong>เรซิ่น</strong>ขึ้นรูปเป็นรูปหัวกะโหลกมนุษย์ที่มีขนาดเท่าของจริง แล้วนำมาใส่ลวดลายต่าง ๆ ลงไปบนหัวกะโหลกเพื่อเป็นการลดความน่ากลัวลง สามารถนำไปทำเป็นของตกแต่งบ้าน หรือสถานที่ต่าง ๆ ได้ และถือเป็น<strong> ช่องทางทำกิน </strong>ด้วยชิ้นงานที่แปลกแหวกตลาด?</p>
<div><img title="หัวกะโหลกอินดี้" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2009/11/cranium-indies2.jpg" alt="หัวกะโหลกอินดี้" /></div>
<p>กอล์ฟ-ธนายุทธ คำรักษ์ เป็นผู้เชี่ยวชาญการทำโมเดลงานหล่อเรซิ่นที่มีประสบการณ์กว่า 8 ปี และเป็นเจ้าของไอเดีย <strong>หัวกะโหลกอินดี้</strong> ที่ทำจาก<strong>เรซิ่น</strong> <strong>เพนท์แอร์บรัช</strong>เป็นลวดลายต่าง ๆ เป็นงานอาร์ตเอาไว้<strong>ตกแต่งโชว์แนวอินดี้ </strong>โดยเจ้าของผลงานเล่าว่า เรียนมาทางด้านออกแบบ แต่มีความสนใจในเรื่องของ<strong>โมเดล</strong>มาตั้งแต่ยังเรียนอยู่ หลังจากที่จบมาก็ไปทำงานออกแบบกราฟิกรถยนต์ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ทำอยู่ 1 ปีก็เริ่มเบื่อ อยากทำงานที่ตัวเองชอบ คือ<strong>โมเดล</strong> จึงตัดสินใจลาออกแล้วศึกษางาน<strong>โมเดล</strong>อย่างจริงจัง</p>
<p>ต่อมาก็ได้ไปเป็น บก.อยู่ที่นิตยสารฮอบบี้ <strong>โมเดล</strong> เป็นนิตยสารเกี่ยวกับ<strong>โมเดล</strong> รับผิดชอบเขียนคอลัมน์เกี่ยวกับ<strong>โมเดล</strong>รุ่นต่าง ๆ ซึ่งตอนนั้นรู้แต่ทฤษฎี ยังไม่มีความรู้เรื่องการทำ จึงมีความสนใจที่จะเรียนรู้วิธีการทำด้วย จึงได้เริ่มศึกษาวิธีการทำ<strong>โมเดล</strong>จากทางอินเทอร์เน็ตและจากคนที่เชี่ยวชาญ ฝึกหัดทำ สะสมประสบการณ์อยู่ 1 ปี ก็ออกมาทำ<strong>โมเดล</strong>ให้กับชาวต่างชาติที่มาลงทุนเปิดร้านให้ ทำอยู่ได้ 1 ปี ก็ออกมาเปิดร้านทำธุรกิจของตัวเอง ทำ<strong>โมเดล</strong>รูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งรับประกอบ<strong>โมเดล</strong> และรับทำ<strong>แอร์บรัช</strong>ลงบนวัสดุทุกชนิด รับหล่อ<strong>เรซิ่น</strong></p>
<p>เพราะเป็นคนที่ชอบทำ<strong>โมเดล</strong>แนวน่ากลัว ๆ และชอบศึกษา<strong>โมเดล </strong>ของมนุษย์ ก็เห็นว่าชิ้นส่วนกะโหลกมนุษย์เป็นส่วนที่มีความสวยงามที่สุด จึงเกิดไอเดียที่จะทำงาน<strong>หล่อเรซิ่น</strong>เป็นหัวกะโหลกมนุษย์ขึ้นมา</p>
<p>?ทดลองทำเป็นงานหล่อเรซิ่นขึ้นมา เป็นงาน<strong>หล่อเรซิ่น</strong>แบบกลวง ทำขึ้นมาให้มีขนาดเท่าของจริง ซึ่งตอนแรกนั้นเราทำและลงสีให้เหมือนธรรมชาติ ดูเป็นหัวกะโหลกมนุษย์จริง ๆ ภายหลังจึงปรับรูปแบบด้วย?</p>
<p>งาน<strong>เรซิ่น</strong>หัวกะโหลกมนุษย์เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมอยู่มากในช่วงแรก แต่พอหลัง ๆ ก็เริ่มได้รับความนิยมลดลง จึงต้องมาคิดไอเดียใหม่ ๆ ใส่เข้าไป จนมาเกิดไอเดียที่จะนำลวดลายต่าง ๆ <strong>เพนท์ลงบนกะโหลก</strong> เพื่อเป็นการลดความน่ากลัวของหัวกะโหลกลงไป เพื่อให้ดูเป็นงานที่น่าสะสม นำไปตกแต่งได้</p>
<p>กอล์ฟกล่าวต่อว่า <strong>หัวกะโหลกอินดี้เพนท์ลาย</strong>ของเขานั้นจะมีแบบเดียวลายเดียว ไม่มีการทำซ้ำลายเดิม ทำให้ลูกค้าที่ซื้อไปมั่นใจได้ว่าสินค้าชิ้นนั้น ๆ จะมีอยู่ชิ้นเดียวในโลก นี่ถือเป็นจุดขาย</p>
<h3>อุปกรณ์ในการทำหลัก ๆ</h3>
<p>มีดังนี้? ปั๊มลม, หัวพ่น, สีพ่นอุตสาห กรรม, คัตเตอร์, กระดาษทราย, ปูนปลาสเตอร์, ยางซิลิโคน, ดินสำหรับปั้นขึ้นรูป, พู่กัน, ดินสอ, กรรไกร เป็นต้น</p>
<p>ปั๊มลมนั้นใช้ขนาดประมาณ 3-5 ลิตร หัวพ่นสีนั้นอย่างน้อยควรมี 2 ขนาด คือหัวเล็กและปานกลาง ส่วนสีพ่นซื้อแต่แม่สีมาผสมเอง และสีหลัก ๆ ก็ได้ อาทิ แดง เหลือง น้ำเงิน ขาว และดำ ส่วนดินสำหรับปั้นขึ้นรูปจะใช้ดินเหนียว ดินน้ำมัน หรือขี้ผึ้งก็ได้</p>
<h3>ขั้นตอนการทำ</h3>
<p>เริ่มจากการทำแม่พิมพ์ก่อนเป็นอันดับแรก โดยการนำดินเหนียวหรือดินน้ำมันหรือขี้ผึ้งมาทำการปั้นขึ้นรูปให้เป็นกะโหลก มีขนาดสัดส่วนเท่าของจริง รายละเอียดก็ต้องเหมือน ซึ่งการปั้นขึ้นรูปนี้เป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ความชำนาญมากหน่อย ถือว่าเป็นขั้นตอนที่ยากขั้นตอนหนึ่งสำหรับมือใหม่</p>
<p>ปั้นขึ้นรูปเสร็จแล้วก็ผสมยางซิลิโคนที่ใช้สำหรับทำแบบพิมพ์ ทาโปะลงบนแบบปั้นให้ทั่วจากนั้นทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 2 ชั่วโมง เมื่อ<strong>ซิลิโคน</strong>แห้งก็ผสมปูนปลาสเตอร์มาโปะทับลงบนยาง<strong>ซิลิโคน</strong>อีกครั้งให้ทั่ว เพื่อทำให้พิมพ์อยู่ทรงไม่เคลื่อนที่ พอปูนแห้งก็ให้ใช้คัตเตอร์ทำการผ่าครึ่ง เท่านี้ก็จะได้พิมพ์ที่เป็นรูปหัวกะโหลก</p>
<p>จากนั้นนำพิมพ์ที่ได้มาประกบกัน เจาะรูสำหรับใส่<strong>เรซิ่น</strong> เนื่องจากการหล่อหัวกะโหลกเป็นการหล่อ<strong>เรซิ่น</strong>แบบกลวง เพราะฉะนั้นการเท<strong>เรซิ่น</strong>ใส่ในแม่พิมพ์จะต้องไม่เทจนเต็ม โดยผสม<strong>เรซิ่น</strong>ให้ได้ประมาณ 1 แก้ว เทใส่ลงในแม่พิมพ์ แล้วทำการกลิ้งแม่พิมพ์ไปให้รอบเพื่อให้<strong>เรซิ่น</strong>เข้ารูปเป็นหัวกะโหลก</p>
<p>ทิ้งไว้รอให้<strong>เรซิ่น</strong>แห้ง ก็ทำการแกะบล็อกออก ก็จะได้หัวกะโหลกที่มีลักษณะกลวงเหมือนจริง ใช้กระดาษทรายขัดแต่งให้เรียบร้อย ขั้นตอนต่อไปก็เป็นการลงลาย ถ้าเป็นมือใหม่ก็ใช้กระดาษลอกลายลงไปก่อนแล้วจึงค่อยทำการพ่น<strong>แอร์บรัช</strong>ลงสีก็ ได้ ลงสีเสร็จแล้วก็พ่นเคลือบเงาด้วย<strong>แล็กเกอร์</strong> เท่านี้ก็เรียบร้อย</p>
<p>ทุนเบื้องต้นในการทำเรซิ่นกะโหลกอยู่ที่ประมาณ 25,000 บาท เป็นค่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ส่วนราคาขายถ้าเป็นแบบไม่มีลายก็ 1,200 บาท ถ้าลงลวดลายก็ 1,600 บาท โดยทุนวัสดุไม่เกิน 50% ของราคาขาย</p>
<p>ใครสนใจงานอาร์ตแนว ๆ อย่าง <strong>หัวกะโหลกอินดี้</strong> ต้องการติดต่อกับกอล์ฟ ก็สามารถโทรฯไปได้ที่เบอร์ 08-1285-3925 ซึ่งนอกจากงาน<strong>หัวกะโหลกอินดี้</strong>แล้ว กอล์ฟยังรับทำ<strong>โมเดล</strong> รับประกอบ<strong>โมเดล</strong>ทุกชนิด รับเพนท์สีลงลายบนวัสดุต่าง ๆ ด้วย<strong>แอร์บรัช </strong>และยังรับสอนอีกด้วย.</p>
<p><span style="font-size: xx-small;">ที่มา : เดลินิวส์<a rel="nofollow" href="http://www.dailynews.co.th/" target="_blank"></a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%aa/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หัดทำ แจ่วบอง อาชีพเสริม</title>
		<link>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b3-%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b3-%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 Jun 2010 14:24:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาชีพแก้จน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริก]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาร้า]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาร้าบอง]]></category>
		<category><![CDATA[แจ่ว]]></category>
		<category><![CDATA[แจ่วบอง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://108thaijob.com/?p=2692</guid>
		<description><![CDATA[แจ่วบอง เป็นน้ำพริกอีสานที่ชาวบ้านชาวช่องรู้จักกันดีเป็นอย่างยิ่ง อันว่า แจ่ว แปลว่า น้ำพริก แต่คำว่า บอง แปลว่าอะไรไม่รู้เหมือนกัน แจ่วบอง เรียกอีกอย่างว่า ปลาร้าบอง ที่ตอนนี้สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ผลิตและผู้จำหน่ายเป็นอย่างดี

แจ่วบอง เป็นน้ำพริกอีสานที่ชาวบ้านชาวช่องรู้จักกันดีเป็นอย่างยิ่ง อันว่า แจ่ว แปลว่า น้ำพริก แต่คำว่า บอง แปลว่าอะไรไม่รู้เหมือนกัน แจ่วบอง เรียกอีกอย่างว่า ปลาร้าบอง ที่ตอนนี้สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ผลิตและผู้จำหน่ายเป็นอย่างดี เพราะมันมีรสชาติที่แซบหลาย ด้วยเหตุฉะนี้ จึงต้องรับประทานกับผัก เพื่อคลายความเผ็ดร้อนลง

นางอัจฉรา เดชพรรณา ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรวิสาหกิจชุมชนนาจารย์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เล่าให้ฟังว่า กลุ่มฯ มีสมาชิก 20 คน แปรรูปปลาร้า เป็นปลาร้าบอง ด้วยการนำเครื่องปรุงต่าง ๆ เข้าไปผสมหลายรูปแบบ ทำให้ได้หลายรสหลายสูตร เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกรสได้ตามอารมณ์ อยาก ตามความชอบ เรียกได้ว่า ชอบแบบไหนมีให้เลือกได้หลายแบบ
การทำปลาร้าถือเป็นภูมิปัญญาของคนอีสาน ในการถนอมอาหารไว้กินนาน ๆ ซึ่งได้จากการนำปลามาทำความสะอาด คลุกด้วยเกลือและรำอ่อนและข้าวคั่ว ก่อนนำไปหมักในไหหรือภาชนะที่ปิดฝาให้แน่นสนิท เป็นเวลาประมาณ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2>แจ่วบอง เป็นน้ำพริกอีสานที่ชาวบ้านชาวช่องรู้จักกันดีเป็นอย่างยิ่ง อันว่า แจ่ว แปลว่า น้ำพริก แต่คำว่า บอง แปลว่าอะไรไม่รู้เหมือนกัน แจ่วบอง เรียกอีกอย่างว่า ปลาร้าบอง ที่ตอนนี้สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ผลิตและผู้จำหน่ายเป็นอย่างดี<span id="more-2692"></span></h2>
<div><img title="แจ่วบอง" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2009/12/bon-transparent.jpg" alt="แจ่วบอง" /></div>
<p><strong>แจ่วบอง</strong> เป็นน้ำพริกอีสานที่ชาวบ้านชาวช่องรู้จักกันดีเป็นอย่างยิ่ง อันว่า<strong> แจ่ว </strong>แปลว่า<strong> น้ำพริก</strong> แต่คำว่า<strong> บอง </strong>แปลว่าอะไรไม่รู้เหมือนกัน <strong>แจ่วบอง</strong> เรียกอีกอย่างว่า<strong> ปลาร้าบอง</strong> ที่ตอนนี้สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ผลิตและผู้จำหน่ายเป็นอย่างดี เพราะมันมีรสชาติที่แซบหลาย ด้วยเหตุฉะนี้ จึงต้องรับประทานกับผัก เพื่อคลายความเผ็ดร้อนลง</p>
<div><img title="แจ่วบอง" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2009/12/bon-transparent1.jpg" alt="แจ่วบอง" /></div>
<p>นางอัจฉรา เดชพรรณา ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรวิสาหกิจชุมชนนาจารย์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เล่าให้ฟังว่า กลุ่มฯ มีสมาชิก 20 คน แปรรูป<strong>ปลาร้า </strong>เป็น<strong>ปลาร้าบอง</strong> ด้วยการนำเครื่องปรุงต่าง ๆ เข้าไปผสมหลายรูปแบบ ทำให้ได้หลายรสหลายสูตร เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกรสได้ตามอารมณ์ อยาก ตามความชอบ เรียกได้ว่า ชอบแบบไหนมีให้เลือกได้หลายแบบ</p>
<p>การทำ<strong>ปลาร้า</strong>ถือเป็นภูมิปัญญาของคนอีสาน ในการถนอมอาหารไว้กินนาน ๆ ซึ่งได้จากการนำปลามาทำความสะอาด คลุกด้วยเกลือและรำอ่อนและข้าวคั่ว ก่อนนำไปหมักในไหหรือภาชนะที่ปิดฝาให้แน่นสนิท เป็นเวลาประมาณ 1 ปี ก็จะได้<strong>ปลาร้า</strong>ที่มีรสชาติดี พร้อมที่จะนำมารับประทานหรือนำมาปรุงอาหารได้</p>
<p>การนำ<strong>ปลาร้า</strong>มาเข้าเครื่องหรือทำ<strong>ปลาร้าบอง</strong> ก็หมายถึงการเพิ่มรสชาติของการกิน<strong>ปลาร้า</strong>ให้แปลกออกไปจากที่เคยรับประทานทุก เมื่อเชื่อวันนั่นเองจะได้ไม่จำเจซ้ำซาก เหมือนคนรับประทานน้ำพริกถ้วยเก่า รสชาติเก่า ๆ มันก็น่าเบื่อเป็นธรรมดาตามประสาวิญญูชน หากเปลี่ยนรสชาติไปบ้างก็เหมือนรับประทานน้ำพริกถ้วยใหม่จะได้ไม่น่าเบื่อไง ด้วย<strong>ปลาร้า</strong>ธรรมดาเมื่อตักออกมารับประทานจะให้รสเค็มอย่างเดียว แต่พอใส่เครื่องปรุงเข้าไป ก็จะได้รสชาติที่แปลกใหม่ ชวนรับประทาน นำมารับประทานกับข้าวเหนียวหรือข้าวสวยก็ได้ สามารถเก็บไว้ได้นานนับเดือน ทีเดียว</p>
<p>จากความอร่อยของ<strong>ปลาร้าบอง</strong> ชาวอีสานจึงนำเผยแพร่ ออกสู่คนต่างถิ่น กระทั่งทุกวันนี้ <strong>ปลาร้าบอง</strong>ได้โกอินเตอร์อย่างภาคภูมิใจ ทำรายได้ให้ผู้ผลิตอย่างดี ข้อนี้มิใช่อะไร เพราะมีชาวอีสานไปทำงานยังต่างประเทศ เป็นจำนวนมากนั่นเอง!</p>
<h3>สำหรับกรรมวิธีการทำปลาร้าบอง</h3>
<p>กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ประธานกลุ่ม กล่าวว่าสูตรที่ทำอยู่ทุกวันนี้มีส่วนผสมคือ <strong>ปลาร้า</strong>ที่นำมาทำ<strong>ปลาร้าบอง </strong>ต้องเป็นปลาที่ผ่านการหมักมาไม่น้อยกว่า 1 ปี ซึ่งนิยมใช้ปลาช่อนเพราะมีเนื้อนุ่มกว่าปลาชนิดอื่น การทำ<strong>ปลาร้าบอง</strong> มีส่วนผสมคือ พริก 500 กรัม ข่า 300 กรัม กระเทียม 5 กก. หอม 5 กก. งา 300 กรัม ใบมะกรูด 200 กรัมและปลาร้า 6 กก.</p>
<h3>วิธีการทำ</h3>
<p>นำส่วนผสมดังกล่าวทุกอย่างอบให้สุกและนำไปบดให้ละเอียด นำ<strong>ปลาร้า</strong>ไปต้มให้สุกกรองเอาแต่น้ำแล้วนำเครื่องปรุงที่เตรียมไว้ทั้งหมดมา รวมกันนำไปเข้าเครื่องนวดผสมให้เข้ากันจนละเอียด แล้วนำน้ำ<strong>ปลาร้า</strong>ที่สุกแล้วเทลงในเครื่องนวดผสมเข้ากันดีจนเหนียวได้ที่ก็ เป็นอันเสร็จ พิธี จากนั้นนำไปบรรจุกล่อง โดยการชั่งน้ำหนักให้ได้ 80 กรัมต่อ 1 กระปุก จำหน่ายด้วยราคา 10 บาท ส่วนอีกราคาหนึ่งคือ 50 บาท บรรจุในกระปุกด้วยน้ำหนัก 500 กรัม</p>
<p>แต่กว่าที่จะจำหน่ายได้ราคาดีจนทุกวันนี้ มีหลายหน่วยงานที่คอยให้กำลังใจและสนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดสร้างอาคาร ซื้อวัสดุอุปกรณ์และให้เงินหมุนเวียน เมื่อปี 2545 เช่น กศน.จ.กาฬสินธุ์ สนับสนุนเงิน 13,000 บาท อบจ.กาฬสินธุ์ สนับสนุนเงิน 100,000 บาท เทศบาลตำบลนาจารย์หนุนเงิน 360,000 บาท จังหวัดกาฬสินธุ์สนับสนุนงบซีอีโอ 100,000 บาท สหกรณ์สนับสนุน 40,000 บาท มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานสนับสนุนอุปกรณ์ตู้อบไฟฟ้า ตู้ตากพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมให้ความรู้ด้านการแปรรูปอาหารอีกด้วย ส่วนกรมส่งเสริมการเกษตรสนับสนุนเงิน 150,000 บาท จัดซื้ออุปกรณ์และบรรจุภัณฑ์</p>
<p>การทำ<strong>ปลาร้าบอง</strong>นั้น ส่วนประกอบล้วนมาจากผลผลิตที่สามารถผลิตได้เองด้วยคนในชุมชน เครื่องประกอบต่าง ๆ ล้วนเป็นสมุนไพรที่สามารถปลูกเองได้ ปลูกได้ทุกบ้าน และผักที่นำรับประทานด้วยนี้ก็เป็นผักพื้นบ้านที่มีคุณประโยชน์ นับเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่เป็นการเพิ่มมูลค่าของทรัพยากรในท้องถิ่น</p>
<p><span style="font-size: xx-small;">ที่มา : <a rel="nofollow" href="http://www.dailynews.co.th/" target="_blank">เดลินิวส์</a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b3-%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผ้าใยบัวประดิษฐ์ ผีเสื้อ แมลงปอ</title>
		<link>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99/%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b9%8c-%e0%b8%9c%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99/%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b9%8c-%e0%b8%9c%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 19 Jun 2010 14:14:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาชีพแก้จน]]></category>
		<category><![CDATA[ปีกผีเสื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[ผีเสื้อ แมลงปอ]]></category>
		<category><![CDATA[ผ้าใยบัว]]></category>
		<category><![CDATA[รายได้เสริม]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพส่วนตัว]]></category>
		<category><![CDATA[อินเทอร์เน็ต]]></category>
		<category><![CDATA[เข็มกลัด]]></category>
		<category><![CDATA[แมกเนตติดตู้เย็น]]></category>
		<category><![CDATA[แม่เหล็ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://108thaijob.com/?p=2673</guid>
		<description><![CDATA[ผ้าใยบัว สามารถใช้สร้างสรรค์เป็นงานประดิษฐ์ได้หลากหลายรูปแบบ แล้วแต่ใครจะประดิษฐ์เป็นอะไร จะทำเป็นอาชีพหลักหรือจะทำเป็นอาชีพเสริมก็ได้ และวันนี้ทีม ช่องทางทำกิน ก็มีข้อมูลการใช้ผ้าใยบัวประดิษฐ์เป็น ผีเสื้อ แมลงปอ ขายผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นรายได้เสริมจากงานประจำ

ภูทัย แสงนิล และ ธัญวรัตน์ คงเหว่า นำผ้าใยบัวมาประดิษฐ์เป็น ผีเสื้อ แมลงปอ ขายเป็นรายได้เสริมจากงานประจำ โดยการลงขายผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งก็สร้างรายได้เสริมเป็นอย่างดีให้กับทั้งคู่ โดยธัญวรัตน์เล่าว่า ตนและแฟนเคยรับงานการเข้าปีกผีเสื้อด้วยผ้าใยบัวเป็นอาชีพเสริม ซึ่งภายหลังมีความคิดว่าน่าจะทำผีเสื้อและแมลงปอจากผ้าใยบัวขายเอง เพราะถ้าทำเองขายเองก็ไม่ต้องรีบ มีเวลาว่างเมื่อไหร่ก็ทำ

คิดได้ดังนั้นก็เริ่มฝึกหัดทำกับแฟน โดยใช้เวลาลองผิดลองถูกอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ โดยการทำงานชิ้นนี้ของทั้งคู่นั้นจะแบ่งส่วนการทำงานอย่างชัดเจน เพื่อความรวดเร็วในการทำ โดยการขึ้นโครงให้เป็นตัวผีเสื้อและแมลงปอนั้นจะเป็นหน้าที่ของภูทัย ส่วนธัญวรัตน์จะเป็นคนขึ้นปีกด้วยผ้าใยบัวและตกแต่ง

ทั้งผีเสื้อและแมลงปอที่ทำขึ้นจะมีทั้งแบบที่ติดเข็มกลัด ติดแม่เหล็กเป็นแมกเนตติดตู้เย็น และนำไปตกแต่งติดกับไฟกะพริบเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า โดยขายผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งได้รับการตอบรับดีพอสมควร
วัสดุอุปกรณ์ในการทำ
หลัก ๆ ก็มี? ผ้าใยบัว, เส้นลวดสีทอง, ปืนยิงซิลิโคน, ซิลิโคน, ด้าย, เลื่อม, อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับทำปีก 2 ขนาด ผ้าใยบัวที่ใช้นั้นควรเน้นเลือกซื้อผ้าที่มีสีสันสดใส เพราะเวลาหุ้มทำปีกแล้วจะออกมาสวยงาม ซึ่งก็ควรจะมีประมาณ 6-7 สี หรือมากกว่านั้น ส่วนลวดสีทองนั้นใช้ลวดเบอร์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2>ผ้าใยบัว สามารถใช้สร้างสรรค์เป็นงานประดิษฐ์ได้หลากหลายรูปแบบ แล้วแต่ใครจะประดิษฐ์เป็นอะไร จะทำเป็นอาชีพหลักหรือจะทำเป็นอาชีพเสริมก็ได้ และวันนี้ทีม ช่องทางทำกิน ก็มีข้อมูลการใช้ผ้าใยบัวประดิษฐ์เป็น ผีเสื้อ แมลงปอ ขายผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นรายได้เสริมจากงานประจำ<span id="more-2673"></span></h2>
<div><img title="ผ้าใยบัวประดิษฐ์" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2010/01/butterfly-dragonfly.jpg" alt="ผ้าใยบัวประดิษฐ์" /></div>
<p>ภูทัย แสงนิล และ ธัญวรัตน์ คงเหว่า นำ<strong>ผ้าใยบัว</strong>มาประดิษฐ์เป็น <strong>ผีเสื้อ แมลงปอ</strong> ขายเป็น<strong>รายได้เสริม</strong>จากงานประจำ โดยการลง<strong>ขายผ่านอินเทอร์เน็ต</strong> ซึ่งก็สร้าง<strong>รายได้เสริม</strong>เป็นอย่างดีให้กับทั้งคู่ โดยธัญวรัตน์เล่าว่า ตนและแฟนเคยรับงานการเข้า<strong>ปีกผีเสื้อ</strong>ด้วย<strong>ผ้าใยบัว</strong>เป็น<strong>อาชีพเสริม</strong> ซึ่งภายหลังมีความคิดว่าน่าจะทำ<strong>ผีเสื้อ</strong>และ<strong>แมลงปอ</strong>จาก<strong>ผ้าใยบัว</strong>ขายเอง เพราะถ้าทำเองขายเองก็ไม่ต้องรีบ มีเวลาว่างเมื่อไหร่ก็ทำ</p>
<div><img title="ผ้าใยบัวประดิษฐ์" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2010/01/butterfly-dragonfly1.jpg" alt="ผ้าใยบัวประดิษฐ์" /></div>
<p>คิดได้ดังนั้นก็เริ่มฝึกหัดทำกับแฟน โดยใช้เวลาลองผิดลองถูกอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ โดยการทำงานชิ้นนี้ของทั้งคู่นั้นจะแบ่งส่วนการทำงานอย่างชัดเจน เพื่อความรวดเร็วในการทำ โดยการขึ้นโครงให้เป็นตัว<strong>ผีเสื้อ</strong>และ<strong>แมลงปอ</strong>นั้นจะเป็นหน้าที่ของภูทัย ส่วนธัญวรัตน์จะเป็นคนขึ้นปีกด้วย<strong>ผ้าใยบัว</strong>และตกแต่ง</p>
<div><img title="ผ้าใยบัวประดิษฐ์" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2010/01/butterfly-dragonfly2.jpg" alt="ผ้าใยบัวประดิษฐ์" /></div>
<p>ทั้ง<strong>ผีเสื้อ</strong>และ<strong>แมลงปอ</strong>ที่ทำขึ้นจะมีทั้งแบบที่ติด<strong>เข็มกลัด</strong> ติด<strong>แม่เหล็ก</strong>เป็น<strong>แมกเนตติดตู้เย็น</strong> และนำไปตกแต่งติดกับไฟกะพริบเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า โดยขายผ่าน<strong>อินเทอร์เน็ต</strong> ซึ่งได้รับการตอบรับดีพอสมควร</p>
<h3>วัสดุอุปกรณ์ในการทำ</h3>
<p>หลัก ๆ ก็มี? ผ้าใยบัว, เส้นลวดสีทอง, ปืนยิงซิลิโคน, ซิลิโคน, ด้าย, เลื่อม, อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับทำปีก 2 ขนาด <strong>ผ้าใยบัว</strong>ที่ใช้นั้นควรเน้นเลือกซื้อผ้าที่มีสีสันสดใส เพราะเวลาหุ้มทำปีกแล้วจะออกมาสวยงาม ซึ่งก็ควรจะมีประมาณ 6-7 สี หรือมากกว่านั้น ส่วนลวดสีทองนั้นใช้ลวดเบอร์ 26 เพราะไม่อ่อนหรือนิ่มเกินไป สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ทำปีกนั้น จะใช้ท่อพีวีซีหรือวัสดุอะไรก็ได้ ขอให้เป็นทรงกระบอกกลม ๆ ให้มี 2 ขนาด ขนาดเล็กใช้ประมาณเส้นผ่าศูนย์กลางครึ่งนิ้ว ขนาดใหญ่ 1 นิ้ว หรือจะใช้ขนาดใหญ่กว่าก็ได้</p>
<p><strong>ผ้าใยบัว</strong>นั้นหาซื้อได้ที่ตลาดนัดสวนจตุจักร ส่วนอุปกรณ์อื่น ๆ ซื้อที่สำเพ็งจะได้ราคาถูก</p>
<h3>ขั้นตอนการทำ</h3>
<p>เริ่มจากการทำโครงก่อนเป็นอันดับแรก การทำโครง<strong>ผีเสื้อ</strong> เริ่มจากนำลวดสีทอง 1 เส้น มาทำการพับแบ่งครึ่งให้เท่ากัน นำลูกปัดขนาดเล็ก 1 ชิ้นร้อยใส่ไปในลวด จากนั้นก็ใช้ลูกปัดทรงหยดน้ำร้อยตามลงไป ตามด้วยลูกปัดกลมใหญ่อีกที เมื่อทำการร้อยลูกปัดเสร็จแล้วจากนั้นก็ให้แยกปลายลวดออกห่างกัน นำอุปกรณ์ทรงกระบอกที่ใช้สำหรับทำปีกมาพันเส้นลวดข้างหนึ่งให้รอบอุปกรณ์ทรง กระบอก เมื่อได้รอบก็ดึงออกจากอุปกรณ์ที่พัน ทำเหมือนกันอีกข้าง จากนั้นก็ใช้อุปกรณ์ทรงกระบอกที่ไซซ์ใหญ่ขึ้นทำเหมือนเดิมอีกครั้ง</p>
<p>ก็จะได้วงกลมทั้งหมด 4 วง ที่เป็น<strong>ปีกผีเสื้อ</strong> ทำการจัดแยกให้ได้เป็นทรงรูป<strong>ผีเสื้อ</strong> แล้วก็นำลูกปัดทรงกลมร้อยใส่ลงไป 2 ชิ้นเพื่อทำเป็นตา พันลวดปิดให้แน่นตัดปลายลวดออกให้เหลือพอประมาณเป็น<strong>หนวดผีเสื้อ</strong></p>
<p>การทำโครง<strong>แมลงปอ</strong> นำลวดมาทำการพับแบ่งครึ่งให้เท่ากัน ร้อยลูกปัด 2 ชิ้นลงไปเพื่อเป็นลูกตา จากนั้นก็ม้วนทำปีกด้วยวิธีการเดียวกับการทำ<strong>ปีกผีเสื้อ</strong> ทำปีกเสร็จแยกปีกให้เรียบร้อย ปลายลวดที่เหลือให้ทำการตัดออกไป 1 ปลายให้เหลือปลายเดียว เมื่อขึ้นผ้าที่ปีกเรียบร้อยแล้วก็ใส่ลูกปัดรูปหยดน้ำลงไปทำเป็นตัว ตามด้วยทรงกลมเล็ก และทรงกระบอก ใส่ประมาณ 3 ช่วง ก็จะได้เป็นหาง</p>
<p>การขึ้นผ้าทำ<strong>ปีกผีเสื้อ</strong> ทำการเลือกสีผ้าตามต้องการ การขึ้นก็ทำการดึงผ้าให้ตึงครอบหุ้มปีกลงไป จากนั้นใช้ด้ายทำการมัดให้แน่นที่ปลาย ไล่ทำไปเรื่อย ๆ จนครบทุกปีก ต้องใช้ผ้าชิ้นเดียวขึ้นทีเดียวเสร็จเรียบร้อยไปเลย เมื่อขึ้นปีกเสร็จก็ทำการดัดปีกให้ได้ทรง<strong>ปีกผีเสื้อ</strong> จากนั้นก็ทำการตกแต่งติดเลื่อมตามต้องการ เท่านี้ก็เสร็จ จะนำไปทำเป็นที่ติดตู้เย็น หรือเข็มกลัดติดเสื้อ หรือตกแต่งติดใส่ไฟกะพริบก็ได้ตามต้องการ</p>
<p>ผีเสื้อ แมลงปอ ของภูทัยและธัญวรัตน์ มีขายทั้งที่เป็นตัวเดี่ยว ๆ ตัวละ 7 บาท ทำเป็นที่ติดตู้เย็น และทำเป็นเข็มกลัด ราคาชิ้นละ 10 บาท ถ้าตกแต่งใส่ไฟกะพริบ 3 เมตร ตกแต่ง 18 ตัว ราคา 199 บาท แต่ถ้าตกแต่งใส่ไฟกะพริบ 5 เมตร ตกแต่ง 50 ตัว ราคา 250 บาท ต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 60% ของราคา</p>
<p>ภูทัยและธัญวรัตน์ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านขายสินค้า ใช้วิธีลงประกาศขายผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งสำหรับผู้ที่สนใจต้องการจะสั่งซื้อ สั่งไปจำหน่ายต่อ หรือต้องการสอบถามพูดคุย ก็ติดต่อกับธัญวรัตน์ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 08-5931-5172 ทั้งนี้ งานประดิษฐ์ผ้าใยบัวลักษณะนี้ก็สามารถเป็นช่องทางทำกินที่น่าสนใจได้</p>
<p><span style="font-size: xx-small;">ที่มา : <a rel="nofollow" href="http://www.dailynews.co.th/" target="_blank">เดลินิวส์</a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%99/%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b9%8c-%e0%b8%9c%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

