ทองเนื้องาม สมุนไพร โอท็อป5ดาว
ทองเนื้องาม ซึ่งในส่วนของทองเนื้องามก็ได้รับความนิยมมาก เธอจึงส่งเข้าประกวดจนได้รับคัดเลือกเป็นสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือสินค้าโอท็อป 5 ดาวระดับประเทศประจำปี 2552 เป็นสมุนไพรบำรุงเลือด Read more »
ทองเนื้องาม ซึ่งในส่วนของทองเนื้องามก็ได้รับความนิยมมาก เธอจึงส่งเข้าประกวดจนได้รับคัดเลือกเป็นสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือสินค้าโอท็อป 5 ดาวระดับประเทศประจำปี 2552 เป็นสมุนไพรบำรุงเลือด Read more »
หลังจากเปิดให้บริการเมื่อปี 2546 ที่รมย์รวินท์ได้เปิดประตูให้บริการดูแลผิวพรรณครั้งแรกที่สาขาสุขุมวิท 24 ปรากฏว่าลูกค้าเข้าไปใช้บริการประสบความสำเร็จเกินคาด และมีการนำเสนอนวัตกรรมใหม่จากอเมริกา เพื่อเติมเต็มความสวยแบบทันสมัย Read more »
การทำโชห่วยอย่างไรให้รวยอย่างยั่งยืนนั้น นริศ ธรรมเกื้อกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ได้บรรยายอย่างน่าสนใจว่า ในเทคนิคการบริหารจัดการค้าปลีกทันสมัย Read more »

ลูกประคบสมุนไพร เป็นหนึ่งในภูมิปัญญาไทยที่ยังแพร่หลายจนถึงทุกวันนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้รักสุขภาพ ซึ่งวันนี้ทีมคอลัมน์ ช่องทางทำกิน ก็มีข้อมูลการต่อยอดธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับลูกประคบสมุนไพรมานำเสนอ นั่นก็คือ น้ำมันลูกประคบ ที่สร้างรายได้ให้ผู้ผลิตได้อย่างน่าสนใจ
สันติ แฉล้ม อายุ 40 ปี ประธานชมรมสมุนไพรไทยบ้านวัดถั่ว และเจ้าของคลินิกศรีประจันต์การแพทย์แผนไทย ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องหอมไทย ทิพย์เกสร เล่าให้ฟังว่า ตนเป็นทายาทผู้รับช่วงรุ่นที่ 3 ของคุณตามิ่ง (หมอมิ่ง แนบเนียน) แสงสีทอง แพทย์แผนโบราณแห่งลุ่มน้ำสุพรรณบุรี ซึ่งได้นำความรู้แพทย์แผนปัจจุบันมาประยุกต์กับสมุนไพร เพื่อต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ โดยการสกัดน้ำมันจากลูกประคบและหัวดองดึง แล้วทำเป็น น้ำมันนวดตัว เพื่อสะดวกในการใช้และพกพา แต่ยังคงไว้ซึ่งคุณค่าของสมุนไพรลูกประคบ
สาเหตุที่ผมเอาภูมิปัญญาดั้งเดิมมาแปรรูป เพราะแม้คนยุคปัจจุบันก็หันมาให้ความสนใจลูกประคบสมุนไพรกันมาก แต่ความนิยมยังน้อยอยู่ เพราะเกิดความยุ่งยากในขั้นตอนการประคบ ซึ่งต้องใช้เวลาในการนึ่งเป็นวัน ๆ ใช้ได้ 1-2 วันก็ต้องทิ้ง เพราะเป็นเชื้อรา ผมก็เลยคิดเอาคุณค่าสมุนไพรในลูกประคบมาประยุกต์สกัดเป็นน้ำมัน เพื่อสะดวกในการใช้ และพกพา และเป็นได้ทั้งของขวัญของฝากที่มีประโยชน์ ใช้สำหรับถวายพระสงฆ์ มอบให้ผู้สูงวัย ผู้ที่ใช้สมองเคร่งเครียดกับการทำงาน จนรู้สึกปวดต้นคอ หรือผู้ที่ทำงานหนัก นักกีฬา มีติดตัวไว้สำหรับทา ถู นวด เพื่อช่วยให้ร่างกายเกิดความรู้สึกสดชื่น เบากาย
ที่คลินิกของสันติยังมีผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาชาวบ้านอีกหลายชนิด เช่น เครื่องหอมสมุนไพรทิพย์เกสร ยาหม่องสมุนไพร น้ำหอมสมุนไพร ยาหอมบำรุงหัวใจ รางจืด เบญจธาตุยาลมขึ้นเบื้องสูง ฯลฯ
สำหรับการทำน้ำมันนวดตัวลูกประคบ อุปกรณ์ที่ใช้หลัก ๆ ก็มี เตาแก๊ส, กระทะ, ถังสเตนเลสขนาดใหญ่, ทัพพี, ผ้าขาวบาง, ไม้พาย, เขียง, มีด, กระด้ง, เครื่องชั่ง, ตะแกรง, ถ้วยตวง, ครกสำหรับตำ, ขวดแก้ว หรือขวดพลาสติกที่มีฝาปิดใช้ใส่ผลิตภัณฑ์ และเครื่องไม้เครื่องมือเบ็ดเตล็ดอื่น ๆ ที่หยิบฉวยจากในครัวเรือนได้
ก็มี น้ำมันสกัดจากสมุนไพรลูกประคบ 400 กรัม, น้ำมันระกำ 150 กรัม, ทิงเจอร์ดองดึง 100 กรัม, เกล็ดสะระแหน่ (เมนทอล) 100 กรัม, การบูร 70 กรัม, พิมเสน 120 กรัม, น้ำมันยูคาลิปตัส 120 กรัม, น้ำมันเปปเปอร์มินต์ 100 กรัม, กานพลู 60 กรัม, น้ำมันอบเชย 40 กรัม, น้ำมันเขียว 40 กรัม และไวท์ออยล์ 100 กรัม ขั้นตอนแรกต้องทำน้ำมันสกัดจากสมุนไพรในลูกประคบก่อน

หัวไพลสด 1 กก., ว่านม้าสด 500 กรัม, ว่านนางคำสด 100 กรัม, เถาวัลย์เปรียง สด/แห้ง 100 กรัม, ตะไคร้สด 100 กรัม, เถาเอ็นอ่อน สด/แห้ง 100 กรัม, ข่าสด 100 กรัม, เถาโคคลาน สด/แห้ง 100 กรัม, ผักเสี้ยนผีสด 100 กรัม, ขมิ้นอ้อยสด 100 กรัม, ผิวมะกรูดสด 100 กรัม, ใบส้มป่อย 100 กรัม, น้ำมันงา หรือน้ำมันมะพร้าว 3 ลิตร
นำสมุนไพรที่เตรียมไว้มาทำความสะอาดให้เรียบร้อย จากนั้นก็นำตะไคร้ หัวไพล ผิวมะกรูด และขมิ้นอ้อย มาหั่นหรือสับให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ตำหยาบ ๆ พอแตก เสร็จแล้วก็นำมาคลุกเคล้ากับสมุนไพรที่เหลือทั้งหมด ก่อนจะนำสมุนไพรทั้งหมดลงไปทอดในน้ำมันงาด้วยไฟอ่อน ๆ จนสมุนไพรทั้งหมดเหลือง กรอบดี (ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง) นำขึ้น ปล่อยให้เย็น แล้วจึงกรองเอาแต่น้ำมันเตรียมไว้เป็นส่วนผสมของยาต่อไป
ทิงเจอร์สมุนไพรดองดึง วัตถุดิบที่ใช้ก็มี หัวดองดึงสด (หัวขวาน) 1 กก. นำมาตำให้ละเอียด นำลงแช่ในเหล้าโรง 40 ดีกรี จำนวน 3 ขวดกลม เป็นเวลา 15-30 วัน แล้วจึงกรองเอาแต่น้ำ เตรียมไว้เป็นส่วนผสมของยาต่อไป
ขั้นตอนสุดท้ายในการทำ น้ำมันลูกประคบ เมื่อเตรียมส่วนผสมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ให้นำส่วนผสมหรือวัตถุดิบดังกล่าวทั้งหมดใส่รวมกันในถังสเตนเลส ทิ้งไว้ประมาณ 2 วันก็ใช้ได้ แต่ก่อนใช้ต้องทำการกรองเอาแต่น้ำมันมาใช้ บรรจุใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ เพียงเท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย
จากสูตรที่ว่ามาข้างต้น สามารถทำน้ำมันลูกประคบออกมาได้ในปริมาณ 1,000 กรัม (1 กก.) บรรจุขวดโดยราคาขาย ขวดใหญ่ 50 ซีซี 150 บาท ขวดเล็ก 22 ซีซี 80 บาท โดยมีต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 50%
ใครสนใจ น้ำมันลูกประคบ ต้องการซื้อไปใช้ หรือเป็นตัวแทนจำหน่าย ติดต่อคุณสันติได้ที่ 113/2 หมู่ 1 บ้านวัดถั่ว ต.ศรีประจันต์ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี 72140 โทร. 0-3558-1967, 0-3558-1909 หรือที่มือถือ 08-5384-4965 ซึ่งเจ้าของ ช่องทางทำกิน รายนี้ก็เป็นกรณีศึกษาการต่อยอดภูมิปัญญาไทยที่น่าสนใจ
ที่มา : เดลินิวส์
ผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง จำพวกกระเป๋า รองเท้า เข็มขัด และอื่นๆให้แบรนด์ดัง ในนามกลุ่มผลิตภัณฑ์จากหนัง เน้นตลาดต่างประเทศ 90%
ปริชาติ บอกว่า สาเหตุที่กิจการมาหยุดที่การผลิตเครื่องหนังเกิดมากจาก เมื่อครั้งที่นำผลิตภัณฑ์โคมไฟที่ทำจากหวายที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ได้มีลูกค้ามาสอบถามและสนใจเกี่ยวกับเครื่องหนัง โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ จึงหันมาศึกษาแหล่งวัตถุดิบคือหนังควายแท้ จึงทราบว่าแหล่งผลิตหากมีจำนวนมากต้องเป็นย่านสำโรง จ.สมุทรปราการ ย่านบาง และวงเวียนใหญ่ กรุงเทพฯ จากนั้นได้รวบรวมแม่บ้านตั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์จากหนังขึ้นมาพร้อมๆ กับศึกษาวิธีการออกแบบ การแพ็ทเทิร์น ในการผลิตเครื่องหนังโดยในช่วงแรกจะเน้นที่กระเป๋ามีตั้งแต่กระเป๋าใส่เงิน แบบหนีบ แบบพับ กระเป๋าใส่โทรศัพท์เคลื่อนที่ กระเป๋าใส่ซองบุหรี่ กระเป๋าหิ้ว กระเป๋าสะพาย รวมแล้วเกือบ 200 แบบ มีขายตั้งแต่ 100-3,500 บาท แต่ถ้าติดเป็นราคาอย่างท้องตลาดราคา 3,500 บาท ขายส่งเพียงไม่ถึง 2,000 บาท กำไรน้อยแต่ให้ได้ปริมาณมาก?
ต่อมาพอทุกคนมีความชำนาญจึงหันมาผลิตเป็นรองเท้า เป็นรองเท้าเกี๊ยะ รองเท้าส้นพื้นเสมอ ส้นเตี้ย ส้นสูง ทั้งแบบเปลือยและหุ้มส้นกว่า 50 แบบ นอกจากนั้นยังผลิตเข็มขัดทั้งเข็มขัดผู้หญิง ผู้ชาย และอื่นๆ อีกหลายรายการ ในส่วนของโคมไฟทำจากหวายให้กลุ่มชาวบ้านมะรือโบ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ดำเนินการเอง เนื่องจากการทำโคมไฟจากหวายนั้น ใช้กลุ่มชาวบ้านที่บ้านมะรือโบเป็นผู้ผลิต ส่วนเธอเป็นผู้หาตลาด แต่ปัจจุบันหันมาเอาดีด้านผลิตภัณฑ์เครื่องหนังเนื่องจากมีกลุ่มลูกค้ามากกว่า?
ที่ฉันผลิตเครื่องหนังทั้งหมด จะผลิตเฉพาะตามที่ยอดสั่ง หรือมีออเดอร์จากลูกค้าเท่านั้น จะไม่เน้นการผลิตเพื่อขาย ไม่เน้นร้านโชว์สินค้า แต่การโปรโมทสินค้าจะใช้วิธีออกงานแสดงสินค้า หากรายอื่นต้องขายจะยกให้เลย ตรงนี้เราจะได้ลูกค้ามาอีก ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนกลางนำไปขายต่อให้กลุ่มผู้ค้ารายย่อยตามตลาดที่สวนลุมพินี สวนจตุจักร และตามห้างสรรพสินค้าดังหลายแห่ง ซึ่งตอนนี้มีขายในประเทศประมาณ 10% จากยอดผลิตทั้งหมด ส่วนอีก 90% เป็นตลาดต่างประเทศมีมากที่สุดคือญี่ปุ่น ตามด้วยสหรัฐอเมริกา คือเราใช้วิธีรับงาน พร้อมกับลูกค้ากำหนดแบบมา พอผลิตเสร็จส่งให้ลูกค้านำไปติดยี่ห้อดังๆ หลายยี่ห้อ แต่จะไม่บอกตรงนี้เกรงว่าจะมีผลกระทบอย่างอื่น เป็นอันว่าที่ฉันผลิตนั้น ผลิตอย่างเดียวจะไม่มียี่ห้อหรือแบรนด์เป็นของตัวเอง ปริชาติ กล่าว?

อย่างไรก็ตาม ประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์จากหนัง ยอมรับว่าช่วงที่มีข่าวเกี่ยวกับโรคซาร์ส หรือไข้หวัดนกระบาดทุกครั้งจะกระทบยอดขายในตลาดต่างประเทศอย่างรุนแรง ต้องอาศัยความประหยัด เน้นตลาดในประเทศ ต้องผลิตในรูปแบบที่มีลวดลาย สีฉูดฉาด ความสวยงามเพื่อสนองคนไทย ขณะที่ลูกค้าต่างประเทศจะเน้นสีทึบๆ มากกว่า แต่คุณภาพต้องได้มาตรฐาน ซึ่งตรงนี้ ปริชาติ บอกว่าไม่กลัวอยู่แล้ว เพราะงานแต่ละชิ้นเป็นงานที่ทำด้วยมือและหนังชั้นดี อย่างตอนหลังหันมาผลิตกระเป๋าที่ทำจากหนังปลานิลด้วย อย่างเมื่อปี 2550 ปริชาติ ยอมรับมีความปีติยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ผลิตกระเป๋าจากหนังปลานิลทูล เกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งที่ออกงานแสดงสินค้าที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี?
ตอนที่มีข่าวโรคซาร์ส ไข้หวัดนกระบาด จากเดิมเคยมีออเดอร์มาจากญี่ปุ่นเป็นแสนๆ ชิ้น ปรากฏว่าหายไปเลยค่ะ รู้สึกกลุ้มใจ เราต้องอาศัยตลาดเมืองไทยถึง 80% จากเดิมอาศัยตลาดในเมืองไทยเพียง 10% เท่านั้น แต่ตอนนี้ออเดอร์เข้ามาแล้ว อย่างกระเป๋าเฉลี่ยตกเดือนละ 2,500-3,000 ชิ้น รองเท้ากว่า 1,000 คู่ และอื่นๆ อีกจำนวนมาก ทำให้แต่ละเดือนจะมีเงินหมุนเวียนราวเดือนละ 1.7-2 แสนบาท ทำให้สถานะของกลุ่มอยู่ได้? ประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์จากหนังกล่าว?
ปริชาติ ย้อนถึงอดีตว่า กว่าจะมารวมกลุ่มทำผลิตภัณฑ์เครื่องหนังส่งออกในวันนี้ว่า จับงานมาหลายอย่างส่วนใหญ่เป็นกิจการส่วนตัว เนื่องจากไม่ชอบเป็นลูกจ้างคนอื่น เริ่มเปิดบริษัท โปรดักชั่นส์ ผลิตหนังโฆษณา บริษัท เอเยนซี ออแกไนเซอร์ รับงานประชาสัมพันธ์ให้กรมต่างๆ ของกระทรวงอุตสาหกรรม เนื่องจากตอนนั้นสามีทำงานในกระทรวงอุตสาหกรรม พอสามีเกษียณตัวเองก่อนกำหนด จึงรวมตัวตั้งกลุ่มผลิตกระเป๋าพลาสติก และในช่วงนั้นมีคนจากหมู่บ้านมารือโบ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ต้องการเรียนรู้การทำพลาสติก ทั้งๆ ที่มีความชำนาญด้านทำโคมไฟ จึงแนะให้ทำโคมไฟต่อที่นราธิวาส โดยเธอจะเป็นผู้หาตลาด ครั้งแรกขายที่เมืองธานี เพียง 4 วันขายได้ถึง 7 แสนบาท ตอนหลังจึงให้กลุ่มชาวบ้านมารือโบจัดเอง ส่วนตัวเองหันมาผลิตเครื่องหนังในปัจจุบัน?
ก็นับเป็นกลุ่มแม่บ้านที่ประสบผลสำเร็จอีกกลุ่มหนึ่ง ที่สามารถเจาะตลาดได้ทั้งในและต่างประเทศได้อย่างสวยงาม สนใจจะร่วมกลุ่มสอบถามได้ที่ 0-8175-20203?
สำหรับผู้ที่สนใจอยากลองทำกระเป่าหนังใส่เงินมาใช้เอง มีวิธีไม่ยากนัก
1.เริ่มจากที่จัดหาซื้อหนังมา จะเอาเกรดไหนก็ได้
2.เมื่อได้หนังแล้วมาแพ็ทเทิร์นตามแบบที่ต้องการว่าจะมีขนาดไหน
3.นำหนังที่ดีไซน์แล้วมาตอกลายตามต้องการ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีบล็อกหรือแม่พิมพ์อยู่แล้ว
4.นำมาเย็บกับเครื่องเย็บหนังตามรูปทรงที่กำหนด
5.ทำความสะอาด มาพ่นสีตามที่ต้องการ เมื่อสีแห้งนำมาเครือบ หรือทาเชลแล็กให้เงางามก่อนจะนำไปใช้?
ที่มา : เดลินิวส์?
การผลิตกระเป๋าหนังแท้นี้เป็นการสร้างอาชีพในชุมชนจักรสุภา ที่ส่วนมากคนในชุมชนจะทำงานโรงงาน และช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีก็จะตกงานเสียส่วนมาก ดังนั้น จึงมีการรวมกลุ่มขึ้นมา ทำอาชีพเย็บกระเป๋าจากหนังแท้
การผลิตสินค้าให้สามารถขายได้ในราคาไม่แพง ได้รับความนิยมเพราะมีแบบเฉพาะ หรือเอกลักษณ์ของตนเอง และยังสามารถตามแฟชั่นได้ นอกจากความสามารถในการออกแบบแล้ว การใช้วัสดุหรือวัตถุดิบที่มีคุณภาพอย่างมีประสิทธิภาพก็เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งทีม ช่องทางทำกิน ได้พบตัวอย่างหรือต้นแบบของหลักคิดดังกล่าว และนำมาเล่าสู่กันฟัง กับสินค้า กระเป๋าจากเศษหนัง
ปทุมทิพย์ เอี่ยมสะอาด ประธานกลุ่มอาชีพผลิตกระเป๋าหนังแท้-ชุมชนจักรสุภา อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เล่าว่า การผลิตกระเป๋าหนังแท้นี้เป็นการสร้างอาชีพในชุมชนจักรสุภา ที่ส่วนมากคนในชุมชนจะทำงานโรงงาน และช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีก็จะตกงานเสียส่วนมาก ดังนั้น จึงมีการรวมกลุ่มขึ้นมา โดยมีแกนนำคือ คุณป้าวิมล เดชะบุญ ประธานกลุ่มฯ คนเดิม ซึ่งทำอาชีพเย็บกระเป๋าจากหนังแท้
ด้วยความที่จะต้องการขายกระเป๋าในราคาไม่แพง พร้อม ๆ ไปกับการมีลวดลายการออกแบบเป็นของตนเอง จึงใช้เศษหนังแท้แทนหนังที่เป็นแผ่นใหญ่ ๆ เพื่อเป็นการประหยัดต้นทุน โดยมีเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัด เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัด เข้ามาช่วยอบรม รวมไปถึงช่วยด้านการตลาดด้วย เพราะส่วนมากจะขายสินค้าตามงานแสดงสินค้าต่าง ๆ ซึ่งส่วนราชการจะเป็นฝ่ายจัดหาให้ โดยกระเป๋าที่ทำนั้นมีหลายขนาด หลายแบบ และหลายราคา ตั้งแต่ 29-2,500 บาท แต่แบบที่ขายดีคือที่ราคาเฉลี่ย 29-59 บาท ด้วยราคาที่ไม่สูงจึงเป็นสินค้าที่ขายได้เรื่อย ๆ เหมาะทั้งกับการซื้อใช้เอง หรือเป็นของฝากได้ทุกเทศกาล จึงเป็นที่นิยม ขายได้เรื่อย ๆ
สำหรับการลงทุน-การจะทำอาชีพนี้ ปทุมทิพย์บอกว่า อย่างน้อยต้องพอมีฝีมือหรือทักษะทางช่างอยู่บ้าง เพราะอุปกรณ์ที่ใช้จะเป็นอุปกรณ์งานช่างต่าง ๆ รวมไปถึงจักรอุตสาหกรรมด้วย
ส่วนวัสดุผลิตกระเป๋านั้น หลัก ๆ ที่ใช้ ได้แก่ เศษหนังแท้ ซึ่งเป็นหนังวัวซื้อมาจากโรงงานผลิตกระเป๋าหนังย่านนวนคร ในราคา กก.ละ 35-150 บาท (ขึ้นกับขนาด), แผ่นโฟมทำพื้นกระเป๋าสีดำ ราคาแผ่นละ 28 บาท

เริ่มที่วาดแบบกระเป๋าลงบนโฟมซึ่งแบบกระเป๋า คล้าย ๆ แบบเสื้อผ้านั่นเอง จากนั้นทากาวลงบนแผ่นโฟมบาง ๆ แล้วค่อย ๆ วางเศษผ้าลงบนโฟม ซึ่งการวางเศษผ้าลงบนโฟมเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง โดยมีหลักว่าจะต้องเรียงเศษผ้าในแนวยาว และจะต้องใช้ประโยชน์จากเศษผ้าให้มากที่สุด ตัดทิ้งให้น้อยที่สุด
ดังนั้น แม้ว่าแบบกระเป๋าจะเป็นแบบเดียวกัน แต่ลายกระเป๋าแต่ละใบก็จะไม่เหมือนกัน เพราะตกแต่งขึ้นมาด้วยเศษผ้าแต่ละชิ้น-แต่ละสีที่ไม่เหมือนกันนั่นเอง
เมื่อทำลายบนกระเป๋าได้เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือ การแซกกระเป๋า ซึ่งขั้นตอนนี้จะต้องใช้จักรอุตสาหกรรมเพื่อเย็บริมขอบเศษผ้าให้เป็นลายดู สวยงาม และเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยด้ายที่ใช้คือสีดำและสีน้ำตาลเท่านั้น รวมไปถึงขั้นตอนต่อไปคือ การเย็บผ้าซับใน, เจาะช่องซิป, ติดกระดุม, ใส่พวงกุญแจ และประกอบเป็นตัวกระเป๋า ซึ่งจะต้องใช้จักรอุตสาหกรรมอีกครั้งหนึ่ง
หลังจากประกอบตัวกระเป๋าแล้ว ก็ตรวจสอบความเรียบร้อยอีก ครั้งว่าจะต้องแก้ไขรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อะไรอีกหรือไม่ ถ้าไม่มีปัญหา ขั้นตอนสุดท้ายคือ ขัดน้ำยาเพื่อเคลือบเงากระเป๋า เท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อย
ปทุมทิพย์บอกว่า เศษหนัง 2.5 กก. จะทำกระเป๋าใบใหญ่ได้ 1 ใบ ถ้าเป็นกระเป๋าใบเล็ก เศษหนัง 1 กก.จะทำได้ประมาณ 15 ใบ ส่วนแผ่นโฟม 1 แผ่นทำกระเป๋าใบใหญ่ได้ 2 ใบ ทำกระเป๋าใบเล็กได้ราว 25 ใบ
ทั้งนี้ สำหรับเงินลงทุนในอาชีพนี้นั้น ถ้าทำเป็นกลุ่มใหญ่ในเบื้องต้นจะใช้ทุนอุปกรณ์ประมาณ 250,000 บาท ซึ่งเป็นต้นทุนสำหรับอุปกรณ์เครื่องมือช่าง และจักรอุตสาหกรรม โดยเป็นการลงทุนครั้งแรกและครั้งเดียว ใช้ได้ไปตลอด ส่วนจะคืนทุนเร็วหรือช้านั้นขึ้นอยู่กับปริมาณยอดขาย
ขณะที่เรื่องกำไรหลักหักค่าใช้จ่ายของกระเป๋าต่อใบนั้น ปทุมทิพย์บอกว่า อยู่ที่ประมาณ 40% จากราคาขาย ซึ่งก็นับว่าเป็นรายได้ที่ดี และเป็นอีกหนึ่ง ช่องทางทำกิน ที่น่าสนใจทีเดียว
ใครสนใจ กระเป๋าจากเศษหนัง ต้องการติดต่อกับ ปทุมทิพย์ เอี่ยมสะอาด ประธานกลุ่มอาชีพผลิตกระเป๋าหนังแท้ ก็ติดต่อได้ที่ 34/51 ชุมชนจักรสุภา หมู่ 2 ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โทร. 0-2957-0237, 0-2957-0007 และ 08-1485-5812.
?ตลาดนัด? ที่มีตามย่านต่างๆ นั้น แม้ว่าจะดูธรรมดา แต่ก็เป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับผู้ค้าขายมากต่อมาก รวมถึงผู้ที่ค้าขายสินค้าประเภทเครื่องประดับสตรี หรือที่เรียกกันว่าร้าน ?กิ๊ฟท์ช็อป? ซึ่งวันนี้ ?ช่องทางทำกิน? มีหลักปฏิบัติของผู้ค้ารายหนึ่งมาเล่าสู่ให้ลองพิจารณากัน….
ปีติภัทร ปัญญาสุขศิริ เปิดร้านกิ๊ฟท์ช็อปตามตลาดนัดต่าง ๆ มานานแล้ว ซึ่งเจ้าตัวก็บอกว่าเป็นอาชีพอิสระ สนุก และรายได้ดี ซึ่งการขายของประเภทนี้ตามตลาดนัดเบื้องต้นลงทุนประมาณ 3,000 บาทก็อยู่ ส่วนทุนหมุนเวียนต่อวันก็ประมาณ 1,000-1,500 บาท หรือมากหรือน้อยกว่า ขึ้นอยู่กับทำเลขาย ลงทุนซื้อของที่จะขาย เช่น สร้อยคอ สร้อยข้อมือ กำไล ต่างหู ตัวหนีบ กิ๊ฟท์ติดผม ฯลฯ
Read more »
ด้วยความที่มีจิตใจรักสุนัขเป็นพื้นฐาน กอปรกับตั้งใจไว้ว่าจะทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุนัขให้ครบวงจร จึงเป็นเหตุให้ ?อนุพันธ์ บุญชื่น? คิดอะไรที่ไม่ค่อยซ้ำแบบใคร?เป็นผลให้บังเกิดไอเดียเก๋ไก๋ในอาชีพ ?ให้บริการและขายโลงศพสุนัข?
Read more »
ร้านของตั้วชื่อ บี เกิร์ล ช็อบ (B-Girl shop) ค่ะ ตัว B ย่อมาจาก Big และมีอีกความหมายหนึ่ง คือ Be girl คือ เป็นผู้หญิงค่ะ คือ เราจะทำให้เค้าเป็นผู้หญิงมากขึ้น อย่างสวยงามและอ่อนหวานค่ะ ซึ่งจริงๆ เค้าใส่ได้ทุกรูปแบบค่ะ แต่ว่าจำเป็นจะต้องมีการปรับ เสริมจุดเด่น หรือว่าพรางจุดด้อยของเค้า หรือว่าสไตล์การแต่งตัวก็ต้องดู ต้องมีการปรับด้วยค่ะ
เริ่มต้น ไซส์เล็กสุด เริ่มจากไซส์ L ขึ้นไปเป็นอย่างต่ำนะคะ อย่างสาวๆ ที่ตัวใหญ่ อาจต้องใส่อะไรที่ไม่ปิดมิดชิดเกินไป เช่น เสื้อคอตั้ง ปิดหมด อาจทำให้ดูตัน หรือตัวใหญ่กว่าเดิม คือว่า จริงๆ แล้วคนที่ตัวใหญ่ แต่มีไซส์แขนที่สมดุลกับตัว ก็อาจเปิดเผยได้ ไม่จำเป็นต้องไปปิดหมด ยิ่งปิดหรือใส่สีดำ หรือใส่สีเข้มมันจะกลายเป็นอะไรที่ดูหนาๆ คือ สีดำช่วยพรางหุ่นบ้างเล็กน้อย อาจเหมาะกับเสื้อที่แบบแข็งๆ คือ ถ้าเป็นแบบสไตล์อ่อนหวาน ไปใส่สีเข้มๆ ก็ใส่ไม่สวยค่ะ
ทำไมถึงได้มาตัดชุดที่คิดว่าสาวไซส์ใหญ่ก็สามารถใส่เปิดได้ ใส่สีอ่อนๆ ได้?
เริ่มต้นที่มาทำชุดไซส์ใหญ่มาจากตัวเองค่ะ เนื่องจากตั้วเป็นคนตัวใหญ่ หาเสื้อผ้ายาก เวลาเดินช็อปปิ้ง เจอน่ารักๆ แต่ใส่ไม่ได้ กลายเป็นอย่างไซส์คุณนุ้ย แต่ว่าตั้วโชคดี มีคุณแม่เป็นดีไซเนอร์ เคยทำร้านเสื้อมาก่อน ช่วยให้ตั้วมีคนที่ดูแล คอยให้คำปรึกษาค่ะ นึกถึงคนที่ตัวใหญ่กว่าเรา ไซส์ใหญ่กว่าเรา คงจะหาเสื้อผ้ายาก จึงมีความคิดว่าเราจะเป็นทางเลือกให้เค้า เป็นร้านเสื้อที่ให้เค้าเลือกเสื้อสวยๆ ไปใส่ จริงๆ คือ เริ่มจากเห็นใจตัวเองก่อน (หัวเราะ)
จริงๆ แล้วสีเข้มใส่ได้ และช่วยพรางบ้างเล็กน้อย แต่ว่าอารมณ์ของสีสันจะช่วยให้เสื้อผ้ามีอารมณ์ และมีความหลากหลาย สีอ่อนทำให้ดูอ่อนหวาน สีแรงๆ จะทำให้ดูเปรี้ยว ดูเสริมขึ้นมา ตั้วคิดว่า สาวไซส์ใหญ่ก็อยากใส่เสื้อผ้าที่มีสีสัน มีรูปแบบหลากหลาย บางครั้งก็อยากดูหวานๆ หรือเซ็กซี่บ้าง
สำหรับสาวที่ข้างบนเล็กกว่าข้างล่าง แนะนำให้ใส่เสื้อที่มีแขนแบบตุ๊กตา ช่วยเสริมให้ดูมีบ่า หรือดูสมาร์ทมากขึ้น หรือตัวนี้ (ตัวเขียวอ่อน) มีระบาย มีพองช่วงแขน ช่วยได้ค่ะ เพราะจะทำให้ดูมีบ่าใหญ่ เสริมให้ช่วงบนดูใหญ่ขึ้นค่ะ อย่างตัวนี้ (เขียวอีกตัว) มีทิ้งลงมาก็จะปิดช่วงสะโพก พรางหน้าท้องค่ะ
เคล็ดลับผู้หญิงที่มีไซส์ใหญ่จะดูแลตัวเองให้ดูสวย สดใสเสมอค่ะ?แนะนำว่า จริงๆ แล้วคนเราเนี่ย ความมั่นใจเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะใส่เสื้อผ้าแบบไหน ถ้าคุณมั่นใจและรู้สึกว่าเราใส่แล้วเรารู้สึกว่าเราดูดี ชอบ ใส่แล้วเดินอย่างมั่นใจก็ใส่ไปเลย ยกตัวอย่างพี่นู๋แหม่ม ใส่อะไรก็ดูดีทั้งนั้น อยากให้คุณผู้ชมที่มีไซส์ใหญ่ลองใส่เสื้อผ้าค่ะ ถ้าชอบอะไร ใส่เลย ไม่จำเป็นต้องคอยปิด ไปห่วง คอยแอบตลอด ก็จะช่วยเสริมบุคลิกค่ะ
?คนเราเนี่ย ความมั่นใจเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะใส่เสื้อผ้าแบบไหน ถ้าคุณมั่นใจและรู้สึกว่าเราใส่แล้วเรารู้สึกว่าเราดูดี ชอบ ใส่แล้วเดินอย่างมั่นใจก็ใส่ไปเลย?
สุดท้ายนี้ ถ้าสาวไซส์ใหญ่อยากขอคำปรึกษา หรือติดต่อคุณตั้ว จะติดต่อได้ที่ไหน?
ติดต่อตั้วได้นะคะ 081-928-5644 หรือเข้าไปที่เว็บไซต์ก็ได้นะคะ http://www.b-girlshop.com ค่ะ
ที่มา 108 อาชีพแก้จน
วิธีดำเนินการ
1.??????? หาแหล่งจำหน่าย เช่น ตลาดนัด ส่วนราชการต่าง ๆ บริษัท หรือลานจอดรถห้างสรรพสินค้า
2.??????? ติดตามดูแฟชั่นในช่วงนั้น เพื่อให้ทราบถึงความนิยมทั้งแบบและสี
3.??????? ไปเลือกดูเสื้อผ้าสำเร็จรูปหรือไม่เหมาซื้อเสื้อผ้ายี่ห้อดัง ๆ จากโรงงานที่มีเสื้อผ้าตำหนิเล็กน้อยหรือเสื้อผ้าที่ผลิตต่ำกว่ามาตรฐาน หรือเป็นสินค้าที่ทางห้างสรรพสินค้านำมาเลหลังเพื่อล้างสต๊อก
4.??????? นำสินค้าที่ได้มาแล้วมาตั้งราคาขายให้ต่ำกว่าราคาขายทั่วไป โดยตั้งราคาลดหลั่นลงมาตามคุณภาพของสินค้า (ต้องรู้ราคาปกติที่ขายในห้างฯ หรือราคาทั่ว ๆ ไปเป็นอย่างดี) ซึ่งจะเป็นจุดขายที่จะโฆษณาให้ลูกค้าแน่ใจว่าสินค้ามีราคาถูกกว่าในท้องตลาด ทั้งนี้ ควรดูทำเลที่จะนำสินค้าไป จำหน่ายเป็นส่วนประกอบด้วย
ข้อมูลประกอบการลงทุน
เงินลงทุน??????????????????????????????? ประมาณ 20,000 บาท (ราคาทุนซื้อเสื้อผ้า)
แหล่งจำหน่าย??????????????????????? โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า? ตลาดโบ๊เบ๊มหานาค? ตลาดประตูน้ำ
ข้อเสนอแนะ
อาจนำสินค้าประเภทเครื่องประดับ เช่น เข็มขัด? สร้อยคอ? ต่างหูที่เข้าชุดและเหมาะกับเสื้อผ้ามาจำหน่ายร่วมด้วย
ที่มา :ธนาคารออมสินสร้างงานสร้างอาชีพ
วิธีดำเนินการ
1.??????? ผู้ประกอบอาชีพนี้ จะต้องรู้เกี่ยวกับนาฬิกาเป็นอย่างดี เพราะนาฬิกามีอยู่หลายชนิด หลายยี่ห้อ แต่ละรุ่น มีความแตกต่างกันมาก มีทั้งราคาไม่กี่ร้อยบาท จนกระทั่งราคาสูงเป็นแสนบาท ซึ่งนาฬิกามีองค์ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ
2.??????? หากจะเปิดร้านต้องเลือกสถานที่ทำเลที่เหมาะสม ในย่ายชุมชน
3.??????? เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมตลอดเวลา เพราะลูกค้าต้องการความรวดเร็ว
4.??????? จัดเตรียมเก้าอี้สำหรับให้ลูกค้านั่งรอ
5.??????? ควรติดป้ายค่าบริการซ่อมให้ชัดเจนและเห็นเด่นชัด
6.??????? การซ่อมควรทำอย่างประณีต เรียบร้อย และรวดเร็ว
ข้อมูลประกอบการลงทุน
เงินลงทุน??????????????????????????????? ครั้งแรกประมาณ 7,000 บาท
รายได้???????????????????????????????????? ประมาณ 6,000 บาท/ เดือนขึ้นไป
อุปกรณ์?? ??????????????????????????????? เครื่องมืออัดเชล (อัดฝาหลังนาฬิกา)? อุปกรณ์ถอดสายนาฬิกา? ตัวจับฝาหลังนาฬิกา? ตะไบ? กาวติดกระจก? เครื่องวัดไฟฟ้า? ถาดจานสี เครื่องตรวจวงจร? ค้อนเหล็กขนาดเล็ก? ตัวเป่าลม? ตัวตุ๊ดตู่? ไขควงชุดเล็ก? กล้องไมโครสโคป? โคมแว่นขยาย
สถานที่ฝึกอบรม
ศูนย์ฝึกวิชาชีพนพคุณ บ้านเลขที่ 557/9 ซอยแอนเนกซ์ 29-31 ถนนพหลโยธิน 58 หมู่ที่ 6 แขวง/เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร? โทร. 0-2993-7577
ขายปลาสวยงาม
วิธีดำเนินการ
1.??????? หาซื้อตู้เลี้ยงปลาขนาดใหญ่ประมาณ 2-3 ตู้ แล้วล้างน้ำให้สะอาด
2.??????? นำตู้ปลาไปตั้งในที่จัดเตรียมไว้ บรรจุหิน ปะการังและต้นไม้น้ำ ตกแต่งให้สวยงาม ติดตั้งเครื่องกรอกน้ำ และเครื่องทำออกซิเจนลงในตู้
3.??????? ใส่น้ำลงในตู้ปลาให้เกือบเต็ม โดยใช้เครื่องดูดน้ำจากน้ำสะอาดที่เตรียมไว้แล้วในอีกภาชนะหนี่ง
4.??????? นำพันธุ์ปลาที่เป็นที่นิยมของตลาด เช่น ปลาเงินปลาทอง ปลาคราฟ ปลาบอลลูน ปลาเทวดา ฯลฯ มาใส่ในตู้พักปลา เพื่อปรับสภาพหลังการเคลื่อนย้าย
5.??????? เมื่อปลาแข็งแรงดีแล้ว ใช้กระชอนค่อย ๆ ช้อนปลาลงในตู้ปลาที่จัดเตรียมไว้ในปริมาณที่เหมาะสมกับเนื้อที่ว่างของตู่
6.??????? ให้อาหารปลาเป็นเวลาอย่างสม่ำเสมอ ในปริมาณที่พิเหมาะวันละ 1 ครั้ง หากปลากับกันให้แยกออก หรือปลาเป็นโรค ให้แยกปลาไว้ต่างหากแล้วใช้ยารักษาและเปลี่ยนน้ำใหม่ในตู้ปลา หมั่นเปลี่ยนน้ำในตู้ปลาทุกวัน
ข้อแนะนำ
1.??????? ผู้ประกอบอาชีพนี้ ควรเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของปลา โดยศึกษาจากหนังสือหรือสอบถามผู้มีความรู้ เพื่อสามารถเลี้ยงได้ถูกวิธี และแนะนำลูกค้าได้
2.??????? น้ำที่ใส่ในตู้ปลา หากจำเป็นต้องใช้น้ำประปา ควรรองน้ำทิ้งไว้ก่อนนำไปใช้
3.??????? ควรมีอุปกรณ์ประดับตู้ปลา อาหาร และยารักษาปลาจำหน่ายร่วมด้วยเพื่อเพิ่มรายได้
ข้อมูลประกอบการลงทุน
เงินลงทุน??????????????????????????????? ครั้งแรกประมาณ 20,000 ? 30,000 บาท
รายได้???? ??????????????????????????????? ประมาณ 6,000 บาท / เดือนขึ้นไป
อุปกรณ์?????????????????????????????????? ตู้เลี้ยงปลา? เครื่องทำออกซิเจน? ตู้พักปลา? กระชอนช้อนปลา? เครื่องดูด/ ถ่ายน้ำ? เครื่องกรองน้ำ? อาหารปลา? และอุปกรณ์ประดับตู้ปลา
แหล่งจำหน่าย??????????????????????? บางบัว เขตบางเขน สวนจตุจักร
สถานที่ให้คำปรึกษา
???????? สถาบันวิจัยสัตว์น้ำสวยงาม กรมประมง โทร. 0-2558-0172
???????? ประมงจังหวัดทุกจังหวัด
ตลาดจำหน่าย
ย่านชุมชน หรือใกล้สถานศึกษา
?
วิธีดำเนินการ
อาชีพนี้ ต้องอาศัยการฝึกฝนพอสมควรก่อนจะรับเลี่ยมพระ ควรดูพระให้ดีก่อนให้แน่ใจว่าไม่เปราะบาง หรือมีรอยแตกหักอยู่แล้ว จะได้ไม่ต้องชดใช้ภายหลัง การเลี่ยมพระแต่ละองค์ใช้เวลาปริมาณ 40 นาที ถึง 1 ชั่วโมงเมื่อเลี่ยมแล้ว รูปทรงไม่ควรเบี้ยว ไม่ควรมีฟองอากาศหรือฝุ่นตกค้างอยู่ภายใน
วิธีทำ
1.??????? วาดแบบพระสงพลาสติก ที่จะใช้เป็นแกนกลางของตัวพระ และวาดกรอบออกมาหนาพอสมควร
2.??????? เลื่อยตามกรอบแบบตัวพระข้างในที่วาดไว้จากนั้นตะไบกรอบ ทั้งในและนอกให้เล็กกว่าตัวพระที่จะใส่เล็กน้อย
3.??????? นำไปลนไฟให้ขยายตัว ใส่พระเข้าไปเมื่อเย็นตัวลงพลาสติกจะรัดตัวพระพอดี
4.??????? วาดแบบพระลงบนพลาสติก เพื่อไว้แทนพะเวลากดกรอบและบล็อกไว้ เวลากดกรอบเช่นกัน
5.??????? ตัดพลาสติกบาง ชนิดใหญ่กว่าตัวพระ พอที่จะมากลบหน้า ? หลัง จึงไปกดพับพลาสติกที่วาดเป็นรูปพระไว้แล้วด้วยกรอบบล๊อกทิ้งไว้ให้เย็นโดยใช้คลิปหนีบไว้ ทำเหมือนกันทั้งสองด้าน
6.??????? นำกรอบไปประกอบกับตัวแทนที่เข้าพลาสติกแล้วโดยตกแต่งมุมให้เรียบร้อย ด้วยคีมหรือคัดเตอร์หยอดกาวเชื่อมพลาสติกเข้าไปตามร่องทั้งสองด้าน ทิ้งไว้จนแห้ง
7.??????? นำสว่านมาเจาะรู เพื่อไว้ใส่ห่วงห้อยคอ หรืออาจจะไม่ต้องใช้ เพราะบางคน อาจนำไปเลี่ยมทองต่อ
8.??????? นำไปเจียกับมอเตอร์ตามรูปที่วางไว้และตกต่างด้วยตะไบอีกที
ข้อมูลประกอบการลงทุน
เงินลงทุน??????????????????????????????? เริ่มต้นประมาณ 4,000 บาท ? 10,000 บาท ตามคุณภาพเครื่องมือ
รายได้???? ??????????????????????????????? ประมาณ 10,000 บาท ? 12,000 บาท / เดือน
อุปกรณ์?? ??????????????????????????????? (อุปกรณ์ เช่น คัตเตอร์? ตะไบ? สว่าน? เลื่อยมอเตอร์? ตัวคลิป? ไม้? และพลาสติกทำบล๊อก? ดินสอ? พู่กัน? แปรงปัดฝุ่นตะเกียงแอลกอฮอล์? การเชื่อมพลาสติก? โคกลอโรมีเทน และพลาสติกอะตรีลิค ขนาดครึ่งมิลลิเมตร ถึง 8 มิลลิเมตร ตามความหนาของพระที่จะเลี่ยม)
ข้อแนะนำ????????????????????????????? ควรมีเครื่องป้องกันฝุ่น เวลาเจียกรอบกับมอเตอร์
ตลาดจำหน่าย
ย่านชุมชนที่มีการคมนาคมสะดวก
รับจ้างซักรีด
วิธีดำเนินการ
การรับจ้าง ซัก ? รีด ประเภทนี้ ต้องมีกลยุทธ์กันบ้าง เราต้องพิถีพิถันกับผ้า ที่รับมาด้วยต้องรู้ว่าผ้าชนิดไหน ควรซัก ควรรีดอย่างไรเพื่อมิให้เกิดความเสียหาย หากเป็นเครื่องซักผ้าก็จะมีคู่มือ บอกว่าผ้าชนิดนั้น ชนิดนี้ควรซักอย่างไร ใช้เวลาแค่ไหน ถ้าเป็นผ้าเนื้อบาง ๆ ละเอียดอ่อน ให้ใช้ผ้าขาวบางชุบน้ำหมาด ๆ วางทับแล้วจึงรีดซึ่งจะช่วยไม่ให้เนื้อผ้าเสีย และรีดเรียบง่ายขึ้นด้วย
สิ่งที่ต้องมี
ความพิถีพิถัน รู้ใจลูกค้า
ข้อมูลประกอบการลงทุน
เงินลงทุน??????????????????????????????? 10,000 บาท ซื้ออุปกรณ์ ได้แก่ เครื่องซักผ้า 1 เครื่อง หากมีทุนพอแนะนำให้ใช้แบบถังเดี่ยวที่มีระบบมากหน่อย ซึ่งก็มีหลายยี่ห้อ ราคาจะตกประมาณ 10,000 กว่าบาท แต่ถ้าทุนน้อยจะใช้แบบ 2 ถังก็ได้ ราคาก็จะถูกลงมาเป็นเท่าตัว ตกเครื่องละประมาณ 5,000 บาท ? 7,000 บาท เท่านั้น
อุปกรณ์?????????????????????????????????? เตารีด, โต๊ะรีดผ้า, กะละมังซักผ้า, ผงซักฟอก, น้ำยาปรับผ้านุ่ม, น้ำยารีดผ้าเรียบ
ลูกค้า
กลุ่มลูกค้าของผู้ที่ทำอาชีพรับจ้างซัก-รีด อยู่กับบ้านนั้น ส่วนใหญ่จะอยู่ในละแวกนั้นจะอยู่ในหมู่บ้านจัดสรร แฟลตหรืออพาร์ทเม้นต์หรือ ทำป้าย ?รับจ้างซักรีด? ติดไว้หน้าบ้านด้วยก็จะดีค่าจ้างซักรีด ประเภทนี้ ชิ้นละประมาณ 10-15 บาท หรือเหมาเป็นเดือน ๆ ละ 600-900 บาท แต่ละวันส่งผ้าได้ 2 ชิ้น ถ้าเดือนหนึ่งเรารับผ้าเหมาเดือนได้ 5 บ้าน แต่ละบ้านมีสมาชิก 2 คน ส่งผ้า 4 ชิ้น เท่ากับ จะได้ค่าจ้างบ้านละ 1,200-1,800 บาท 5 บ้านก็ 6,000-9,000 บาท
ช่างเสริมสวย
วิธีดำเนินการ
1.??????? หาทำเลเหมาะสม ซึ่งควรอยู่ในที่ชุมชน เช่น ตลาด ห้างสรรพสินค้า
2.??????? ตกแต่งร้านให้เหมาะสมและสวยงาม เช่น ติดกระจกบานใหญ่ เตินสายไฟให้ร้านดูสว่างไสวมีปลั๊กไฟให้ใช้เสียบไดร์เป่าผม/เครื่องอบผม
3.??????? ผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้ต้องมีพื้นฐานความรู้ด้านเสริมสวยและหมั่นฝึกฝนหาประสบการณ์ เพื่อพัฒนาฝีมือให้ทันกับแฟชั่นที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาโดยขั้นแรกอาจหาความรู้จากโรงเรียน? เสริมสวยร้าน โดยไปเป็นลูกมือก่อน เพื่อฝึกทักษะความชำนาญ
4.??????? ควรมีการให้บริการครบวงจร เช่น นวดหน้า ขัดตัว ฯลฯ และที่สำคัญต้องบริการลูกค้าด้วยอัธยาศัยไมตรียิ้มแย้มแจ่มใส และบางครั้งที่ลูกค้าต้องรอคิว ควรหาหนังสือ / เปิดโทรทัศน์ / เปิดเพลงให้ลูกค้า ฟัง ลูกค้าจะได้เกิดความเพลิดเพลินและประทับใจกับการบริการของทางร้าน
5.??????? ให้ความสำคัญในเรื่องความสะอาดของร้านและเครื่องมือ ที่ใช้ด้วย
ข้อมูลประกอบการลงทุน
เงินลงทุน??????????????????????????????? ประมาณ 100,000 บาท ค่าเช่าร้าน และอุปการณ์วัสดุ และสาธารณูปกรณ์
อุปกรณ์?? ??????????????????????????????? กระจกติดฝาผนังบานใหญ่ เก้าอี้ ไดร์เป่าผม, แบตตาเลี่ยน กรรไกรตัด-ซอย ใบมีดโกน ผ้าขนหนูผืนเล็ก โรลล์ม้วนผม เก้าอี้นอนสำหรับสระผม เครื่องอบผม เครื่องอบไอน้ำ เจลและโฟมใส่ผม น้ำยาดัดผม / โกรกผม แชมพูสระผมแลครีมนวดผม
แหล่งจำหน่าย??????????????????????? ตลาดสำเพ็ง / ร้านขายส่งแถวสะพานควาย
บริการตัดเย็บ เปลี่ยนทรงเสื้อผ้า
วิธีดำเนินการ
1.??????? ศึกษาและเรียนขั้นตอนการตัดเย็บเสื้อผ้า เพื่อให้มีความรู้เป็นพื้นฐานในการเย็บเสื้อผ้าจากสถานที่ฝึกอบรม จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
2.??????? หาทำเลที่ตั้ง ซึ่งควรอยู่ในที่ชุมชน / ริมถนน
3.??????? จัดซื้อุปกรณ์ต่าง ๆ ในการบริการตัดเย็บ เปลี่ยนทรงเสื้อผ้า ถ้าเริ่มดำเนินการใหม่ ๆ อาจหาจักรเย็บผ้ามือสองมาใช้ก่อน
4.??????? การบริการลูกค้า สามารถปรับเปลี่ยนรูปทรงต่าง ๆ ของเสื้อผ้าให้ได้ตามความต้องการของลูกค้า ต้องให้บริการที่รวดเร็ว ราคาไม่แพงและงานประณีต
5.??????? ติดป้ายรับบริการให้ลูกค้าเห็นเด่นชัด
6.??????? ดูแลและเช็ดทำความสะอาดจักรเย็บผ้า อย่าให้มีเศษด้ายและฝุ่นจับมากเกินไป เพื่อยืดอายุการใช้งานของจักรเย็บผ้า
สถานที่ฝึกอบรม
1.??????? โรงเรียนฝึกอาชีพ กรุงเทพมหานคร โทร. 0-2613-7177, 0-2613-7178, 0-2613-7191
2.??????? สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตพระนครใต้ โทร. 0-2211-2052, 0-2211-2056
3.??????? สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตโชติเวช โทร. 0-2281-0545, 0-2282-8531-2
4.??????? วิทยาลัยสารพัดช่าง กรมอาชีวศึกษา ในเขตกรุงเทพมหานคร และทุกจังหวัดในส่วนภูมิภาค
5.??????? สำนักพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โทร. 0-2392-2486, 0-2381-0025-32 ต่อ 21
6.??????? มูลนิธิเพื่อพัฒนาชุมชนเมือง โทร. 0-2915-0248
7.??????? สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี โทร. 0-2929-2301-10 ต่อ 111, 125
ข้อแนะนำ
1.??????? ควรฝึกฝีมือการเย็บเสื้อผ้า ให้มีความชำนาญพอสมควร เพื่อบริการให้ได้ตามที่ลูกค้าต้องการ ต้องรวดเร็ว ราคาไม่แพง
2.??????? เมื่อเริ่มดำเนินกิจการใหม่ ควรซื้อจักรเย็บผ้ามือสอง เพราะจะลดต้นทุนได้มาก
3.??????? ต้องเป็นผู้มีอัธยาศัยดีเพื่อให้ประทับใจลูกค้า
ข้อมูลประกอบการลงทุน
เงินลงทุน??????????????????????????????? ประมาณ 10,000 บาท
รายได้???????????????????????????????????? เฉลี่ยวันละประมาณ 200 บาท / วันขึ้นไป (ขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้ง)
อุปกรณ์?? ??????????????????????????????? จักรเย็บผ้า กระสวย เข็มด้าย กรรไกร สายวัด ไม้บรรทัด ชอล์กสี น้ำมันจักร
ตลาดจำหน่าย
หมู่บ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม อพาร์ทเม้นท์ ตึกแถว
ที่มา :ธนาคารออมสินสร้างงานสร้างอาชีพ
วิธีดำเนินการ
1.??????? ซื้อหนังสือที่ตลาดนัดสวนจตุจักรจะได้ลด 20% – 25%
2.??????? ประเภทหนังสือให้เช่าจะมีนิยาย การ์ตูน และนิตยสาร
3.??????? ราคาให้เช่า นิยายไทย ? ฝรั่ง วันละ 3 บาทแต่ถ้าเป็นนิยายออกใหม่วันละ 4 บาท นิยายจีน วันละ 2 บาท การ์ตูนและนิตยสาร คืด 10% จากราคาปก
4.??????? การให้เช่า ต้องวางมัดจำ ราคาตามปกติ และวางบัตรประชาชน หรือเป็นสมาชิก เก็บค่าสมาชินเป็นรายปี แล้วเสียค่าเช่าอ่านเป็นรายวันซึ่งไม่แพง (ราคาแต่ละร้านกำหนดแตกต่างกันไม่แน่นอน)
5.??????? บางร้านมีบริการให้อ่านหนังสือที่ร้าน โดยเสียค่าเช่าไม่ต้องมัดจำและ อ่านได้ภายในวันนั้น
6.??????? ผู้ประกอบอาชีพนี้ ควรรู้วิธีการซ่อมปกด้วย
วิธีซ่อมปก
ผู้ทำกิจการนี้ต้องรู้จักวิธีทำปกใหม่ให้แข็งแรงสำหรับหนังสือที่มีสภาพปกแย่แล้ว ต้องรีบซ่อมปกทันทีตามขั้นตอนดังนี้
1.????????????? ดึงปกเก่าออกจากหนังสือ
2.????????????? ใช้คัทเตอร์ ตัดปกออกเป็น 3 ส่วน คือ ปกหน้าปกหลัง และสัน
3.????????????? นำหนังสือมาเจาะรู สัก 3 ? 4 รู ด้วยสว่าน หรือถ้าไม่มีก็ใช้ตะปูแทน
4.????????????? นำเข็มที่ร้อยด้วยเชือก แล้วมาเย็บเล่ม ตามรูที่เจาะไว้แล้วผูกให้แน่น
5.????????????? นำกระดาษแข็งที่จะมาทำเป็นปกและสันเตรียมไว้โดยอัดขนาดให้พอดีกัน
6.????????????? นำกระดาษขาวแผ่นมาทากาวแล้วใช้ปกหรือสันปะตามรูป โดยเว้นช่องไฟเล็กน้อย
7.????????????? พับเก็บริมทั้ง 4 ด้าน
8.????????????? คว่ำหน้าปกที่ติดกาวเรียบร้อย ใช้กระดาษกาวติดตรงช่องไฟระหว่างสันกับปกทั้ง 2 ด้าน
9.????????????? ทากาวตรงข้างสันเล็กน้อยแล้วติดกระดาษรองปกที่ตัดทิ้งไว้ ทำเหมือนกันทั้ง 2 ด้าน
10.?????????? ทากาวที่ปกแข็งที่เตรียมไว้
11.?????????? หน้าหนังสือที่เย็บและติดกระดาษรองปกแล้วมาแปะกับปกจริงที่ตัดไว้ทั้ง 3 ส่วน มาแปะหน้าหลังและสันตามส่วน
12.?????????? นำพลาสติกที่ใหญ่กว่าปกหน่อย มาห่ออีกทีให้เรียบร้อย
ข้อมูลประกอบการลงทุน
เงินลงทุน??????????????????????????????? ประมาณ 100,000 บาท
รายได้???????????????????????????????????? ประมาณ 10,000 ? 100,000 บาท / เดือน
ข้อเสนอแนะ
1.??????? ผู้จัดทำกิจการนี้ ต้องมีคุณสมบัติ คือเป็นคนรักหนังสือ
2.??????? ต้องหาหนังสือใหม่ ๆ มาหมุนเวียน ลูกค้าจะสนใจมาก
3.??????? รู้จักเลือกหนังสือดี ๆ
ตลาดจำหน่าย
ย่านชุมชนที่มีการคมนาคมสะดวก
ที่มา :ธนาคารออมสินสร้างงานสร้างอาชีพ