<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>รวมข้อมูลสำหรับการหางาน สมัครงาน การสัมภาษณ์งาน &#187; อาชีพด้านอาหาร</title>
	<atom:link href="http://108thaijob.com/category/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://108thaijob.com</link>
	<description>รวมข้อมูลสำหรับการหางาน สมัครงาน การสัมภาษณ์งาน และแนะนำอาชีพที่น่าสนใจ</description>
	<lastBuildDate>Wed, 24 Nov 2010 04:30:33 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>น้ำแข็งเกล็ดหิมะ รับลมร้อน</title>
		<link>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%b0-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%b0-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 11 Nov 2010 04:33:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาชีพด้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ช่องทางทำกิน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำแข็งเกล็ดหิมะ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำแข็งไส]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://108thaijob.com/?p=3317</guid>
		<description><![CDATA[น้ำแข็งเกล็ดหิมะ เหมาะกับอากาศเมืองไทยที่เข้าสู่ฤดูร้อน จึงเป็นอีกทางเลือกนึงสำหรับคนที่ต้องการมีรายได้เสริม

อากาศเมืองไทยเริ่มร้อนระอุอีกแล้ว ซึ่งกับการทำอาชีพค้าขายอาหารและขนมนั้น ประเภทที่กินแล้วชื่นใจคลายร้อนก็จะเริ่มขายดีมากขึ้น รวมถึง น้ำแข็งไส ที่ถ้ามีการพัฒนาให้มีจุดดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้นกว่าที่มีขายอยู่เดิม ๆ ก็จะยิ่งขายดี อย่างเช่น น้ำแข็งเกล็ดหิมะ ที่ทีม ช่องทางทำกิน จะนำเสนอในวันนี้
สุชีรา สารสิทธิ์ และ นันญธพร จุติเลิศประเสริฐ เป็นเจ้าของร้าน ICE AHOLIC ขาย น้ำแข็งเกล็ดหิมะ โดยทั้งคู่ร่วมกันคิดค้นปรับปรุงจนได้รสชาติที่ลงตัวเป็นแบบฉบับของทางร้าน
เจ้าของร้านร่วมกันเล่าว่า ร่วมหุ้นกันเปิดร้านขายน้ำแข็งเกล็ดหิมะเป็นอาชีพเสริม เริ่มจากที่มีพี่ที่รู้จักมาชวนไปร่วมกันเปิดร้านขายของในร้านอาหาร ซึ่งก็สนใจ แต่ก็ต้องมานั่งคิดว่าจะขายอะไร พอดีชอบเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพ จึงคิดที่จะขายอะไรที่เน้นเรื่องสุขภาพ และก็มาลงตัวที่สมูทตี้ น้ำผลไม้ปั่นเพื่อสุขภาพ
หลังจากตกลงใจกันได้แล้วจึงไปเข้าคอร์สเรียนการทำสมูทตี้ เรียนจนสำเร็จก็มาเปิดร้าน แต่มีพี่คนหนึ่งแนะนำเพิ่มเติมว่าน่าจะทำน้ำแข็งเกล็ดหิมะขายเพิ่มอีกอย่าง หนึ่งด้วย ซึ่งก็มองว่าน่าจะลองทำ เพราะย่านที่เปิดร้านยังไม่มีร้านไหนขายน้ำแข็งเกล็ดหิมะเลย อีกอย่างการทำก็ไม่ได้ยาก ไม่วุ่นวาย วัตถุดิบที่ใช้ทำสมูทตี้ก็ใช้ทำได้อยู่แล้ว จึงตัดสินใจเพิ่มเมนูน้ำแข็งเกล็ดหิมะอีกหนึ่งอย่าง
การค้นหารสชาติของน้ำแข็งเกล็ดหิมะ เราใช้วิธีตระเวนชิมตามร้านต่าง ๆ เป็นการศึกษารสชาติ จากนั้นก็มาทดลองปรุงรสชาติตามสูตรของตัวเอง ใช้โยเกิร์ตสดราดผสมกับนม เพราะความเปรี้ยวของโยเกิร์ตจะไปตัดความหวานของนม ช่วยลดความเลี่ยน น้ำแข็งเกล็ดหิมะของเราจะมีรสชาติออกหวานอมเปรี้ยว
วัตถุดิบที่ใช้ราดหน้าน้ำแข็งเกล็ดหิมะ เจ้าของร้านบอกว่า จะเน้นใช้ผลไม้ ที่สำคัญจะต้องมีผลไม้ที่หลากหลายไว้ให้ลูกค้าได้มีตัวเลือก โดยผลไม้หลัก ๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>น้ำแข็งเกล็ดหิมะ เหมาะกับอากาศเมืองไทยที่เข้าสู่ฤดูร้อน จึงเป็นอีกทางเลือกนึงสำหรับคนที่ต้องการมีรายได้เสริม<span id="more-3317"></span></p>
<div><img title="น้ำแข็งเกล็ดหิมะ" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2010/02/snowflake-ice.jpg" alt="น้ำแข็งเกล็ดหิมะ" /></div>
<p>อากาศเมืองไทยเริ่มร้อนระอุอีกแล้ว ซึ่งกับการทำอาชีพค้าขายอาหารและขนมนั้น ประเภทที่กินแล้วชื่นใจคลายร้อนก็จะเริ่มขายดีมากขึ้น รวมถึง <strong>น้ำแข็งไส </strong>ที่ถ้ามีการพัฒนาให้มีจุดดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้นกว่าที่มีขายอยู่เดิม ๆ ก็จะยิ่งขายดี อย่างเช่น <strong>น้ำแข็งเกล็ดหิมะ</strong> ที่ทีม ช่องทางทำกิน จะนำเสนอในวันนี้</p>
<p>สุชีรา สารสิทธิ์ และ นันญธพร จุติเลิศประเสริฐ เป็นเจ้าของร้าน ICE AHOLIC ขาย <strong>น้ำแข็งเกล็ดหิมะ </strong>โดยทั้งคู่ร่วมกันคิดค้นปรับปรุงจนได้รสชาติที่ลงตัวเป็นแบบฉบับของทางร้าน</p>
<p>เจ้าของร้านร่วมกันเล่าว่า ร่วมหุ้นกันเปิดร้านขาย<strong>น้ำแข็งเกล็ดหิมะ</strong>เป็นอาชีพเสริม เริ่มจากที่มีพี่ที่รู้จักมาชวนไปร่วมกันเปิดร้านขายของในร้านอาหาร ซึ่งก็สนใจ แต่ก็ต้องมานั่งคิดว่าจะขายอะไร พอดีชอบเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพ จึงคิดที่จะขายอะไรที่เน้นเรื่องสุขภาพ และก็มาลงตัวที่สมูทตี้ น้ำผลไม้ปั่นเพื่อสุขภาพ</p>
<p>หลังจากตกลงใจกันได้แล้วจึงไปเข้าคอร์สเรียนการทำสมูทตี้ เรียนจนสำเร็จก็มาเปิดร้าน แต่มีพี่คนหนึ่งแนะนำเพิ่มเติมว่าน่าจะทำ<strong>น้ำแข็งเกล็ดหิมะ</strong>ขายเพิ่มอีกอย่าง หนึ่งด้วย ซึ่งก็มองว่าน่าจะลองทำ เพราะย่านที่เปิดร้านยังไม่มีร้านไหนขายน้ำแข็งเกล็ดหิมะเลย อีกอย่างการทำก็ไม่ได้ยาก ไม่วุ่นวาย วัตถุดิบที่ใช้ทำสมูทตี้ก็ใช้ทำได้อยู่แล้ว จึงตัดสินใจเพิ่มเมนูน้ำแข็งเกล็ดหิมะอีกหนึ่งอย่าง</p>
<p>การค้นหารสชาติของ<strong>น้ำแข็งเกล็ดหิมะ</strong> เราใช้วิธีตระเวนชิมตามร้านต่าง ๆ เป็นการศึกษารสชาติ จากนั้นก็มาทดลองปรุงรสชาติตามสูตรของตัวเอง ใช้โยเกิร์ตสดราดผสมกับนม เพราะความเปรี้ยวของโยเกิร์ตจะไปตัดความหวานของนม ช่วยลดความเลี่ยน<strong> น้ำแข็งเกล็ดหิมะ</strong>ของเราจะมีรสชาติออกหวานอมเปรี้ยว</p>
<p>วัตถุดิบที่ใช้ราดหน้า<strong>น้ำแข็งเกล็ดหิมะ </strong>เจ้าของร้านบอกว่า จะเน้นใช้ผลไม้ ที่สำคัญจะต้องมีผลไม้ที่หลากหลายไว้ให้ลูกค้าได้มีตัวเลือก โดยผลไม้หลัก ๆ ของที่ร้านจะมีอยู่ประมาณ 15 ชนิด ได้แก่ สตรอเบอรี่ มะม่วง ลิ้นจี่ กีวี บลูเบอรี่ ส้ม ลูกตาล แตงโม เงาะ พีช สับปะรด ข้าวโพด กล้วยหอม ฟรุตสลัด ซึ่งผลไม้ก็สามารถเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ได้ตามฤดูกาล</p>
<p>ผลไม้บางอย่างจะต้องใช้เป็นผลไม้สด แต่ผลไม้บางชนิดใช้เป็นผลไม้กระป๋องจะดีกว่า เพราะสามารถควบคุมคุณภาพของรสชาติ และง่ายต่อการทำ อย่างพวกเงาะ ลิ้นจี่ ส้ม พีช สับปะรด ข้าวโพด เป็นต้น</p>
<p>ในส่วนของเครื่องทำ<strong>น้ำแข็งเกล็ดหิมะ</strong> ต้องเลือกใช้เครื่องที่สามารถปรับระดับได้ โดยจะต้องปรับให้ทำน้ำแข็งออกมาเป็นเกล็ดขนาดประมาณกลาง ๆ ไม่ละเอียดเกินไป เพราะถ้าละเอียดเกินไปก็จะทำให้ละลายเร็ว รับประทานไม่อร่อย เครื่องทำเกล็ดหิมะนี้ถ้าซื้อเป็นเครื่องใหม่ก็จะตกอยู่ที่เครื่องละประมาณ 12,000-15,000 บาท แต่ถ้าเป็นเครื่องมือสอง ก็จะมีราคาที่ถูกลงมา</p>
<p>สำหรับอุปกรณ์ที่จำเป็นอื่น ๆ ก็มี อาทิ ตู้สำหรับแช่ผลไม้, ถ้วย, ช้อน ส่วนวัตถุดิบก็มี ผลไม้ต่าง ๆ, นมโยเกิร์ตสด, นมข้นหวาน, น้ำแข็ง ซึ่งสั่งให้ตัดมาเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดกำลังพอดี ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป</p>
<div><img title="น้ำแข็งเกล็ดหิมะ" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2010/02/snowflake-ice1.jpg" alt="น้ำแข็งเกล็ดหิมะ" /></div>
<h3>วิธีการทำน้ำแข็งเกล็ดหิมะ</h3>
<p>นำน้ำแข็งที่เป็นก้อนสี่เหลี่ยมลูกเต๋าไปใส่ในเครื่องทำเกล็ดหิมะ นำถ้วยมารองเกล็ดหิมะที่ได้ โดยใส่เกล็ดหิมะล้นจากขอบถ้วยขึ้นมาเล็กน้อย เพราะเวลารดนมโยเกิร์ตแล้วน้ำแข็งจะยุบตัว</p>
<p>เมื่อได้น้ำแข็งใส่ถ้วยแล้ว ก็นำโยเกิร์ตสดราดลงบนน้ำแข็งให้ทั่ว จากนั้นก็ราดตามด้วยนมข้นหวานจนทั่ว แล้วนำผลไม้ตามที่ลูกค้าสั่งมาใส่ลงบนน้ำแข็งจนเต็มหน้า ราดนมข้นหวานบนผลไม้อีกครั้ง ก็พร้อมขาย อย่างไรก็ดี ควรจะมีไซรัป ช็อกโกแลต และสตรอเบอรี่ ไว้สำหรับราดหน้าด้วย เผื่อลูกค้าบางคนจะชอบทาน</p>
<p>การทำ <strong>น้ำแข็งเกล็ดหิมะ</strong> ขายนั้น ไม่ยุ่งยาก แต่การลงทุนในช่วงแรกอาจจะสูงหน่อย เพราะต้องซื้อเครื่องทำ<strong>เกล็ดหิมะ </strong>และอุปกรณ์อื่น ๆ โดยถ้าขายแบบเล็ก ๆ ต้องใช้เงิน ลงทุนเบื้องต้นประมาณไม่เกิน 30,000 บาท</p>
<p>ส่วนราคาขาย<strong>น้ำแข็งเกล็ดหิมะ</strong>ของร้านนี้ จะมี สองราคาตามขนาดเล็กและใหญ่ ราคาจะอยู่ที่ 35-45 บาท โดยจะใส่หน้าผลไม้ 1 อย่าง แต่ถ้าลูกค้าจะเพิ่มหน้าผลไม้ ก็ต้องจ่ายเพิ่มหน้าละ 10 บาท โดยจากราคาขายนี้จะมีต้นทุนเฉพาะในส่วนของวัตถุดิบประมาณ 30% ยังไม่รวมต้นทุนเบ็ดเตล็ดอื่น ๆ</p>
<p>ร้าน ICE AHOLIC ที่ขาย<strong> น้ำแข็งเกล็ดหิมะ </strong>ร้านนี้ อยู่ด้านหลังของ ลา วิลล่า (La Villa) ตรงสถานีรถไฟฟ้าอารีย์ อยู่ในร้าน อิ่ม หมี พี มัน ร้านเปิด 11.00-21.00 น. เบอร์โทรศัพท์คือ 0-2619-2399 ซึ่งนี่ก็เป็นอีกตัวอย่างการพลิกแพลงน้ำแข็งไสให้น่าสนใจ สร้างรายได้ได้มากกว่าแบบธรรมดา</p>
<p><span style="font-size: xx-small;">ที่มา : <a rel="nofollow" href="http://www.dailynews.co.th/" target="_blank">เดลินิวส์</a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%b0-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขนมงาดอกไม้ ขนมคนรักสุขภาพ</title>
		<link>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89-%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82/</link>
		<comments>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89-%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Nov 2010 04:32:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาชีพด้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมงา]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมงาดอกไม้]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมจี้โจ้]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมแป้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ช่องทางทำกิน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://108thaijob.com/?p=3315</guid>
		<description><![CDATA[ขนมงาดอกไม้ ปรุงรสขนมสูตรใหม่ที่อุดมด้วยคุณค่าสารอาหาร เอาใจคนรักสุขภาพ โดยนำเอาดอกไม้มาเป็นส่วนผสมในขนมงาอย่างลงตัว กลายเป็นขนมงาดอกไม้รสอร่อย

ขนมงา หรือที่คนใต้เรียกว่า ขนมจี้โจ้ เป็นขนมแป้งที่ตัวแป้งมีลักษณะเหนียว เป็นสูตรขนมชาวจีนฮกเกี้ยนที่มาแพร่หลายในไทย ซึ่งนักศึกษาคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ปิ๊งไอเดียพลิกแพลงทำเป็น ขนมงาดอกไม้ ซึ่งทีม ช่องทางทำกิน มีสูตรมาเล่า
พลอย-น.ส.ดวงกมล ฉิมปรุ และ บี-น.ส.อิสรีย์ สุขอ่ำ นักศึกษาชั้นปี 4 สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ-ธุรกิจอาหาร คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี เป็นเจ้าของไอเดีย ขนมงาดอกไม้ ปรุงรสขนมสูตรใหม่ที่อุดมด้วยคุณค่าสารอาหาร เอาใจคนรักสุขภาพ โดยนำเอาดอกไม้มาเป็นส่วนผสมในขนมงาอย่างลงตัว กลายเป็นขนมงาดอกไม้รสอร่อย แถมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ โดยมี ผศ.อภิญญา พุกสุขสกุล และ ผศ. อุจิตชญา จิตรวิมล เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา
พวกเราได้เอาขนมงาแบบดั้งเดิมที่ตัวแป้งเหนียว ๆ มาปรับปรุงสูตรใหม่ โดยการเพิ่มแป้งเข้าไปเป็นส่วนผสม และเปลี่ยนจากใช้เผือกมาเป็น ใช้มันไข่ เพราะในมันไข่ ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรตที่เป็นแหล่งพลังงานของร่างกาย มีวิตามินเอ (เบต้าแคโรทีน) ช่วยเสริมสร้างกระดูก ส่วนตัวไส้เปลี่ยนจากถั่วเหลืองหรือถั่วดำมาเป็น ใช้ถั่วเขียว เพราะถั่วเขียวมีโปรตีนสูง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขนมงาดอกไม้ ปรุงรสขนมสูตรใหม่ที่อุดมด้วยคุณค่าสารอาหาร เอาใจคนรักสุขภาพ โดยนำเอาดอกไม้มาเป็นส่วนผสมในขนมงาอย่างลงตัว กลายเป็นขนมงาดอกไม้รสอร่อย<span id="more-3315"></span></p>
<div><img title="ขนมงาดอกไม้" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2010/03/sesame-candy-flowers.jpg" alt="ขนมงาดอกไม้" /></div>
<p><strong>ขนมงา</strong> หรือที่คนใต้เรียกว่า <strong>ขนมจี้โจ้ </strong>เป็น<strong>ขนมแป้ง</strong>ที่ตัวแป้งมีลักษณะเหนียว เป็นสูตรขนมชาวจีนฮกเกี้ยนที่มาแพร่หลายในไทย ซึ่งนักศึกษาคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ปิ๊งไอเดียพลิกแพลงทำเป็น<strong> ขนมงาดอกไม้ </strong>ซึ่งทีม <strong>ช่องทางทำกิน</strong> มีสูตรมาเล่า</p>
<p>พลอย-น.ส.ดวงกมล ฉิมปรุ และ บี-น.ส.อิสรีย์ สุขอ่ำ นักศึกษาชั้นปี 4 สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ-ธุรกิจอาหาร คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี เป็นเจ้าของไอเดีย <strong>ขนมงาดอกไม้ </strong>ปรุงรสขนมสูตรใหม่ที่อุดมด้วยคุณค่าสารอาหาร เอาใจคนรักสุขภาพ โดยนำเอา<strong>ดอกไม้</strong>มาเป็นส่วนผสมใน<strong>ขนมงา</strong>อย่างลงตัว กลายเป็น<strong>ขนมงาดอกไม้</strong>รสอร่อย แถมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ โดยมี ผศ.อภิญญา พุกสุขสกุล และ ผศ. อุจิตชญา จิตรวิมล เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา</p>
<p>พวกเราได้เอา<strong>ขนมงา</strong>แบบดั้งเดิมที่ตัวแป้งเหนียว ๆ มาปรับปรุงสูตรใหม่ โดยการเพิ่มแป้งเข้าไปเป็นส่วนผสม และเปลี่ยนจากใช้เผือกมาเป็น ใช้มันไข่ เพราะในมันไข่ ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรตที่เป็นแหล่งพลังงานของร่างกาย มีวิตามินเอ (เบต้าแคโรทีน) ช่วยเสริมสร้างกระดูก ส่วนตัวไส้เปลี่ยนจาก<strong>ถั่วเหลืองหรือถั่วดำ</strong>มาเป็น ใช้<strong>ถั่วเขียว </strong>เพราะถั่วเขียวมีโปรตีนสูง ไขมันต่ำ ลักษณะ สีน่าทาน นอกจากนี้ยังได้ เสริม ดอกไม้ 3 ชนิด คือ <strong>ดอกคำฝอย ดอกอัญชัน และดอกพวงชมพู</strong> เข้าไปด้วย</p>
<p>สองสาวเล่า พร้อมบอกอีกว่า ที่นำ<strong>ดอกไม้</strong>มาเป็นส่วนผสม ซึ่งดูน่ารับประทานมากขึ้นนั้น ด้านประโยชน์ใน<strong>ดอกอัญชัน</strong>มีสารแอนโทไซยานิน ที่ช่วยล้างสารที่ก่อมะเร็งและยังออกฤทธิ์ในการขยายเส้นเลือด เพิ่มการไหลเวียนในหลอดเลือดเล็ก <strong>ดอกคำฝอย</strong> ช่วยลดความดันในโลหิตสูง ช่วยขับเหงื่อ เป็นยาระบายอ่อน ๆ บำรุงประสาท ส่วน<strong>ดอกพวงชมพู</strong> ช่วยเรื่องการหลับ ทำให้หลับง่าย และมีวิตามินเอสูง บำรุงสายตา</p>
<p><strong>สำหรับอุปกรณ์</strong>ที่ใช้ในการทำ <strong>ขนมงาดอกไม้</strong> หลัก ๆ ก็มี…เตาแก๊ส, กระทะ, กระชอน, ถาด, กะละมัง, ทัพพี, หม้อสเตนเลส, ครก, ผ้าขาวบาง และอุปกรณ์เครื่องครัวเบ็ดเตล็ดอื่น ๆ</p>
<p><strong>ขนมงาดอกไม้ </strong>นั้น ส่วนผสมของตัวแป้ง ตามสูตรประกอบด้วย มันไข่นึ่งสุกบด 4 1/2 ถ้วยตวง, แป้งข้าวเหนียว 2 1/2 ถ้วยตวง, แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง, กะทิข้น 1 1/2 ถ้วยตวง, งาขาวสำหรับคลุก (ปริมาณตามความต้องการ) และน้ำมันสำหรับทอด จากสูตรนี้จะทำขนมงาดอกไม้ได้ประมาณ 10 ลูก</p>
<p>นอกจากนี้ก็ต้องมีส่วนผสมของไส้ ถ้าเป็น <strong>ไส้ดอกคำฝอย</strong> ใช้ถั่วซีกนึ่งบด 2 ถ้วยตวง, ดอกคำฝอยสับ 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาล 1/4 ถ้วยตวง, เกลือ 1/4 ถ้วยตวง, น้ำมันผัด 2 ช้อนโต๊ะ ถ้าเป็น “ไส้ดอกอัญชัน” ใช้ถั่วซีกนึ่งบด 2 ถ้วยตวง, ดอกอัญชัน 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาล 1/4 ถ้วยตวง, เกลือ 1/4 ถ้วยตวง และน้ำมันผัด ถ้าเป็น “ไส้ดอกพวงชมพู” ใช้ถั่วซีกนึ่งบด 2 ถ้วยตวง, ดอกพวงชมพู 3 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาล 1/4 ถ้วยตวง, เกลือ 1/4 ถ้วยตวง, น้ำมันผัด 2 ช้อนโต๊ะ และสีชมพูผสมน้ำ 1 ช้อนชา</p>
<div><img title="ขนมงาดอกไม้" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2010/03/sesame-candy-flowers1.jpg" alt="ขนมงาดอกไม้" /></div>
<h3>ขั้นตอนการทำขนมงาดอกไม้</h3>
<p>เริ่มต้นจากการทำตัวไส้ก่อน โดยการเอาน้ำมันใส่ลงในกระทะ นำถั่วซีกนึ่งบดลงไปผัด ใส่ส่วนผสมของ<strong>ดอกไม้</strong>ลงไป (ส่วนผสมทั้ง 3 ไส้ แยกผัดต่างกระทะกัน) ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน กวนไปเรื่อย ๆ สังเกตว่าไส้ขนมจับตัวเป็นก้อน มีความแวววาว ไม่ติดกระทะ ก็เป็นอันใช้ได้ ตักขึ้นใส่ภาชนะ ทิ้งไว้ให้เย็น ก่อนจะนำมาปั้นเป็นก้อนกลม ๆ น้ำหนักราว 10 กรัมต่อลูก พักไว้</p>
<p>ต่อไปเป็นการทำตัวแป้ง ใช้มันไข่ที่นึ่งสุกและบดแล้ว แป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้า กะทิ ตามสูตร นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ในกะละมัง แล้วทำการนวดคลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน ระหว่างนวดต้องคอยเติมน้ำสะอาดลงไป เพื่อช่วยให้แป้งเนียน จับเป็นเนื้อเดียวกัน สังเกตว่าแป้งนิ่ม ไม่ติดมือ ก็เป็นอันใช้ได้ นำเอาผ้าขาวบางชุบน้ำบิดหมาด ๆ มาคลุมปิดไว้สักครู่</p>
<p>จากนั้นก็นำแป้งมาปั้นห่อไส้ที่เตรียมไว้ โดยชั่งแป้งก้อนละ 15 กรัม ใช้มือแผ่แป้งออกนิดหน่อย วางไส้ที่เตรียมไว้ลงกลางแป้ง ทำการจับแป้งหุ้มไส้ คลึงให้กลม นำไปคลุกงาขาว ก่อนจะนำไปทอดในน้ำมันให้มีสีเหลืองทอง ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน เพียงเท่านี้ก็จะได้ “ขนมงาดอกไม้” ขายได้ในราคาลูกละ 3 บาท, 7 ลูก 20 บาท</p>
<p><strong>ขนมงาดอกไม้</strong> สูตรนี้ ยังไม่มีการทำขายแพร่หลายตามท้องตลาด ใครสนใจใช้เป็น <strong>ช่องทางทำกิน</strong> ก็ลองไปฝึกฝนและพลิกแพลงสร้างเป็นสูตรเฉพาะของตนเอง หรือหากมีข้อสงสัยก็ลองสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจาก ผศ.อุจิตชญา ได้ที่ โทร. 08-9519-2332.</p>
<p><span style="font-size: xx-small;">ที่มา : <a rel="nofollow" href="http://www.dailynews.co.th/" target="_blank">เดลินิวส์</a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89-%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้่าวเหนียวมะม่วงสมุนไพร สร้างรายได้</title>
		<link>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84/</link>
		<comments>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Nov 2010 04:32:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาชีพด้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การมูนข้าวเหนียว]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวเหนียวมูนมะม่วง]]></category>
		<category><![CDATA[ข้่าวเหนียวมะม่วงสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[ผลไม้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://108thaijob.com/?p=3313</guid>
		<description><![CDATA[ข้าวเหนียวมะม่วงสมุนไพร มี 4 สี 4 รสให้เลือก เป็นสีจากธรรมชาติ 100% มีเคล็ดลับในการมูนข้าวเหนียวให้มีรสชาติหอมอร่อย กลมกล่อม ประกอบกับการคัดเลือกมะม่วงที่แก่จัด ได้ขนาด ไม่สุกงอมจนเกินไป

อานิสงส์ ของ มะม่วงแปดริ้ว เป็นผลไม้ขึ้นชื่อของ จ.ฉะเชิงเทรา หรือเมืองแปดริ้ว มาอย่างยาวนาน ที่วันนี้ไม่เพียงสร้างรายได้อย่างงามให้เจ้าของสวนแล้ว ยังสามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย จนถูกอกถูกใจผู้บริโภคเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะข้าวเหนียวมูนมะม่วงของเมืองแปดริ้ว ได้รับการกล่าวขานจากผู้บริโภคที่มีโอกาสลิ้มลองว่ารสชาติความอร่อยไม่เป็น สองรองใคร
แม้ข้าวเหนียวมูนมะม่วง ชื่อดังของเมืองแปดริ้วจะมีอยู่หลายราย แต่ก็ไม่มีใครปฏิเสธ ข้าวเหนียวมูนมะม่วงสมุนไพร 4 สี 4 รส ฝีมือ เจ๊สวย หรือคุณจันทิมา น่วมภักดี อายุ 53 ปี เจ้าของร้าน เจ๊สวย ข้าวเหนียวมูนมะม่วง 4 สีชื่อดัง ต้นตำรับข้าวเหนียวมูนสมุนไพรแห่ง อ.บางคล้า ว่ามีรสชาติถูกปากผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะมีเคล็ดลับในการมูนข้าวเหนียวให้มีรสชาติหอมอร่อย กลมกล่อม ประกอบกับการคัดเลือกมะม่วงที่แก่จัด ได้ขนาด ไม่สุกงอมจนเกินไป
จันทิมาบอกว่า เริ่มยึดอาชีพขายข้าวเหนียวมูนมะม่วงมากว่า 5 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ข้าวเหนียวมะม่วงสมุนไพร มี 4 สี 4 รสให้เลือก เป็นสีจากธรรมชาติ 100% มีเคล็ดลับในการมูนข้าวเหนียวให้มีรสชาติหอมอร่อย กลมกล่อม ประกอบกับการคัดเลือกมะม่วงที่แก่จัด ได้ขนาด ไม่สุกงอมจนเกินไป<span id="more-3313"></span></p>
<div><img title="ข้่าวเหนียวมะม่วงสมุนไพร" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2010/04/mango-sticky-rice.jpg" alt="ข้่าวเหนียวมะม่วงสมุนไพร" /></div>
<p>อานิสงส์ ของ <strong>มะม่วงแปดริ้ว</strong> เป็น<strong>ผลไม้</strong>ขึ้นชื่อของ จ.ฉะเชิงเทรา หรือเมืองแปดริ้ว มาอย่างยาวนาน ที่วันนี้ไม่เพียง<strong>สร้างรายได้</strong>อย่างงามให้เจ้าของสวนแล้ว ยังสามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย จนถูกอกถูกใจผู้บริโภคเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ<strong>ข้าวเหนียวมูนมะม่วง</strong>ของเมืองแปดริ้ว ได้รับการกล่าวขานจากผู้บริโภคที่มีโอกาสลิ้มลองว่ารสชาติความอร่อยไม่เป็น สองรองใคร</p>
<p>แม้<strong>ข้าวเหนียวมูนมะม่วง</strong> ชื่อดังของเมืองแปดริ้วจะมีอยู่หลายราย แต่ก็ไม่มีใครปฏิเสธ <strong>ข้าวเหนียวมูนมะม่วงสมุนไพร</strong> 4 สี 4 รส ฝีมือ เจ๊สวย หรือคุณจันทิมา น่วมภักดี อายุ 53 ปี เจ้าของร้าน เจ๊สวย <strong>ข้าวเหนียวมูนมะม่วง</strong> 4 สีชื่อดัง ต้นตำรับ<strong>ข้าวเหนียวมูนสมุนไพร</strong>แห่ง อ.บางคล้า ว่ามีรสชาติถูกปากผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะมีเคล็ดลับใน<strong>การมูนข้าวเหนียว</strong>ให้มีรสชาติหอมอร่อย กลมกล่อม ประกอบกับการคัดเลือกมะม่วงที่แก่จัด ได้ขนาด ไม่สุกงอมจนเกินไป</p>
<p>จันทิมาบอกว่า เริ่มยึดอาชีพขาย<strong>ข้าวเหนียวมูนมะม่วง</strong>มากว่า 5 ปีแล้ว โดยเรียนรู้สูตรการทำมาจากมารดา ซึ่งมีอาชีพทำ<strong>ข้าวเหนียวมูนมะม่วง</strong>ขายมาก่อน แต่มีสีขาวอย่างเดียว จากนั้นตนได้นำมาประยุกต์เพิ่มเติมโดยเพิ่มสีจากธรรมชาติเข้าไปเพื่อให้เป็น ที่ดึงดูใจของลูกค้ามากขึ้น ส่วนขั้นตอนการทำยังคงยึดสูตรโบราณเหมือนเดิม</p>
<p>ตอนนี้<strong>ข้าวเหนียวมูนสมุนไพร</strong>ที่ทำมี 4 สี 4 รสให้เลือก เป็นสีจากธรรมชาติ 100% เช่น สีม่วงจากดอกอัญชัน สีเขียวจากใบเตย สีชมพูจากเฟื่องฟ้าและสีขาวจากกะทิสด จากเมื่อก่อนสมัยรุ่นแม่จะทำเฉพาะสีขาวจากกะทิสดอย่างเดียว</p>
<div><img title="ข้่าวเหนียวมะม่วงสมุนไพร" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2010/04/mango-sticky-rice1.jpg" alt="ข้่าวเหนียวมะม่วงสมุนไพร" /></div>
<p>เจ้าของ<strong>ข้าวเหนียวมูนสมุนไพร</strong> เจ๊สวยอธิบายถึง</p>
<h3>วิธีการทำข้าวเหนียวมูนสมุนไพร</h3>
<p>ประกอบด้วยเครื่องปรุง ได้แก่ ข้าวเหนียว กะทิสด น้ำตาลทราย เกลือ แป้งข้าวเจ้า โดยขั้นแรกให้นำข้าวเหนียวมาล้างน้ำให้สะอาดแล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง จากนั้นเปิดเตาที่ไฟปานกลางค่อนข้างแรง ตั้งหม้อนึ่งแล้วใส่น้ำลงไป เมื่อน้ำเดือดให้สะเด็ดน้ำข้าวเหนียวขึ้นมา ห่อผ้าขาวบาง ตัดใบเตยวางลงไปประมาณ 2 ใบแล้วนำไปนึ่ง โดยนึ่งไปประมาณ 25-30 นาที หรือจนข้าวเหนียวสุก โดยให้สังเกตจากเม็ดข้าวเหนียวจะใสขึ้น</p>
<p>นำกะทิสดใส่ลงในหม้อ ใส่น้ำตาลและเกลือลงไปแล้วนำไปตั้งบนไฟอ่อน คนไปเรื่อยๆ จนน้ำตาลละลาย อย่าให้กะทิเป็นก้อน รอจนกะทิเดือดแล้วยกลงจากเตา จากนั้นให้ตักข้าวเหนียวที่สุกใส่ลงไป คนเร็วๆ ให้ทั่วแล้วปิดฝาข้าวเหนียวระอุประมาณ 15 นาที จากนั้นก็ใส่<strong>สมุนไพร</strong>ลงไปปิดไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง เป็นอันว่าเสร็จขั้นตอนการทำ</p>
<p>จันทิมา ระบุอีกว่า ที่ร้านทุกวันนี้จะทำ<strong>ข้าวเหนียวมูน</strong>เฉลี่ยอยู่ที่วันละ 200 กิโลกรัม แต่ถ้าเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จะทำเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า เนื่องจากต้องนำไปจำหน่ายที่ตลาดน้ำบางคล้า ซึ่งเปิดให้บริการทุกวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ส่วนร้านประจำตั้งอยู่ริมถนนสายฉะเชิงเทรา-พนมสารคาม (หนองปลาตะเพียน) ห่างจากสี่แยกบางคล้าประมาณ 4 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังส่งให้ร้านสาขาที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดด้วย</p>
<p>ส่วนราคาจำหน่าย<strong>ข้าวเหนียวมูน</strong>สนนราคากิโลกรัมละ 90 บาท โดย<strong>ข้าวเหนียวมูน</strong> 1 กิโลกรัมใช้มะม่วง 4 ลูก แต่ถ้าบรรจุกล่องจะมี 2 ขนาด คือกล่องละ 1 กิโลกรัมและครึ่งกิโลกัรม โดยกล่อง 1กิโลกรัมสนนราคากล่องละ 250 บาท ซึ่ง<strong>ข้าวเหนียวมูน</strong>เจ๊สวยจะใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ 100 % และสามารถเก็บไว้ได้นานไม่เกิน 2 วันเท่านั้น สนใจติดต่อ 08-7618-2653 ได้ตลอดเวลา</p>
<p>มะม่วงที่ใช้จะมี 2 พันธุ์ คือ น้ำดอกไม้สีทองและอกร่อง แต่ลูกค้าส่วนใหญ่จะชอบอกร่องมากกว่า เพราะรสชาติหอมหวานกลมกล่อม แต่ของไม่ค่อยมี ไม่เหมือนกับน้ำดอกไม้ที่มีให้รับประทานตลอดทั้งปี จันทิมาเผย</p>
<p>เจ๊สวย<strong>ข้าวเหนียวมูนมะม่วง </strong>4 สี 4 รส ต้นตำรับข้าวเหนียวมูนสมุนไพรของ อ.บางคล้า การันตีด้วยรางวัลผลิตภัณฑ์ดีเด่น 2 ปีซ้อนของ จ.ฉะเชิงเทรา นับเป็นอีกผลิตภัณฑ์ที่ทำชื่อเสียงให้เมืองแปดริ้วในปัจจุบัน</p>
<p><span style="font-size: xx-small;">ที่มา : <a rel="nofollow" href="http://www.komchadluek.net/" target="_blank">คมชัดลึก</a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขนมเปี๊ยะนมสด ของดีเมือง</title>
		<link>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%94-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%94-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Nov 2010 04:30:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาชีพด้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมปัง]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมเปี๊ยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมเปี๊ยะนมสด]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจขนมเปี๊ยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์โอท็อป]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category>
		<category><![CDATA[เบเกอรี่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://108thaijob.com/?p=3311</guid>
		<description><![CDATA[จากขนมปัง จนพัฒนามาเป็นเบเกอรี่ ใช้เวลาไม่ถึง 10 ปี จนในที่สุดกลายมาเป็น ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ชื่อว่า ขนมเปี๊ยะนมสด ทั้งรับประกันด้วยรางวัล ผลิตภัณฑ์โอท็อประดับ 5 ดาว จนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่ง ของดีเมืองแปดริ้ว
อดีตพนักงานแบงก์ บุญมี ลายเป็นเศรีสุข เจ้าของผลิตภัณฑ์ ขนมเปี๊ยะนมสด ยี่ห้อแม่บุญมีของดีแห่ง อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา หลังได้ต่อสู้ชีวิตชนิดปากกัดตีนถีบ ก่อนจะประสบความสำเร็จ กจ้าของเจ้าผลิตภัณฑ์ชื่อดังแห่งเมืองแปดริ้วในปัจจุบัน การันตีด้วยรางวัลผลิตภัณฑ์ดีเด่นโอท็อป ระดับ 5 ดาวของจังหวัด
บุญมีเล่าว่ากว่าจะถึง วันนี้ได้เริ่มจากการทำเป็นอาชีพเสริมเพื่อเลี้ยงครอบครัว เนื่องจากลำพังเงินเดือนพนักงานแบงก์ของตัวเองและของสามีที่รับราชการอยู่กรมป่าไม้ คงไม่เพียงพอต่อภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องเลี้ยงดูลูกอีก 3 คน นับวันเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จึงจำเป็นต้องหาอาชีพเสริมรายได้ ด้วยการทำขนมปังและเบเกอรี่ขาย โดยใช้เวลาหลังเลิกจากงานประจำในช่วงเย็นและวันหยุดเสาร์-อาทิตย์
เริ่มทำขนมปังเมื่อปี 2510 ตอนนั้นทำงานอยู่ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ สาขาบางคล้า ส่วนสามีเป็นป่าไม้อำเภออยู่ที่สนามชัยเขต เหตุที่คิดทำขนมปังขาย เพราะมีอยู่วันหนึ่งคุณนายผู้กำกับฯฝากขนมปังมาให้ กินแล้วอร่อยมาก ปกติก็เป็นคนชอบกินขนมปังอยู่แล้ว จึงคิดว่าน่าทำขนมปังขายเพื่อหารายได้เสริม พอดีเราก็พอมีความรู้ในเรื่องการทำขนมปังอยู่บ้าง
ด้วยความรู้พอมีอยู่บ้าง ประกอบกับมีโอกาสเรียนรู้เทคนิคการทำขนมปังจากคุณนายผู้กำกับฯแล้วมาทดลองทำ ดู ช่วงแรกๆ ทำเพื่อรับประทานกันเองในครอบครัว จากนั้นก็แจกญาติพี่น้อง เพื่อนบ้านใกล้เคียงลองรับประทานกัน หลังได้รับการติชมพอสมควร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จากขนมปัง จนพัฒนามาเป็นเบเกอรี่ ใช้เวลาไม่ถึง 10 ปี จนในที่สุดกลายมาเป็น ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ชื่อว่า ขนมเปี๊ยะนมสด ทั้งรับประกันด้วยรางวัล ผลิตภัณฑ์โอท็อประดับ 5 ดาว จนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่ง ของดีเมืองแปดริ้ว</p>
<p>อดีตพนักงานแบงก์ บุญมี ลายเป็นเศรีสุข เจ้าของผลิตภัณฑ์ <strong>ขนมเปี๊ยะนมสด </strong>ยี่ห้อแม่บุญมีของดีแห่ง อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา หลังได้ต่อสู้ชีวิตชนิดปากกัดตีนถีบ ก่อนจะประสบความสำเร็จ กจ้าของเจ้าผลิตภัณฑ์ชื่อดังแห่งเมืองแปดริ้วในปัจจุบัน การันตีด้วยรางวัลผลิตภัณฑ์ดีเด่นโอท็อป ระดับ 5 ดาวของจังหวัด<span id="more-3311"></span></p>
<p>บุญมีเล่าว่ากว่าจะถึง วันนี้ได้เริ่มจากการทำเป็น<strong>อาชีพเสริม</strong>เพื่อเลี้ยงครอบครัว เนื่องจากลำพังเงินเดือนพนักงานแบงก์ของตัวเองและของสามีที่รับราชการอยู่กรมป่าไม้ คงไม่เพียงพอต่อภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องเลี้ยงดูลูกอีก 3 คน นับวันเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จึงจำเป็นต้องหา<strong>อาชีพเสริม</strong>รายได้ ด้วยการทำขนมปังและเบเกอรี่ขาย โดยใช้เวลาหลังเลิกจากงานประจำในช่วงเย็นและวันหยุดเสาร์-อาทิตย์</p>
<p>เริ่มทำ<strong>ขนมปัง</strong>เมื่อปี 2510 ตอนนั้นทำงานอยู่ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ สาขาบางคล้า ส่วนสามีเป็นป่าไม้อำเภออยู่ที่สนามชัยเขต เหตุที่คิดทำ<strong>ขนมปัง</strong>ขาย เพราะมีอยู่วันหนึ่งคุณนายผู้กำกับฯฝาก<strong>ขนมปัง</strong>มาให้ กินแล้วอร่อยมาก ปกติก็เป็นคนชอบกิน<strong>ขนมปัง</strong>อยู่แล้ว จึงคิดว่าน่าทำ<strong>ขนมปัง</strong>ขายเพื่อ<strong>หารายได้เสริม</strong> พอดีเราก็พอมีความรู้ในเรื่องการทำ<strong>ขนมปัง</strong>อยู่บ้าง</p>
<p>ด้วยความรู้พอมีอยู่บ้าง ประกอบกับมีโอกาสเรียนรู้เทคนิคการทำ<strong>ขนมปัง</strong>จากคุณนายผู้กำกับฯแล้วมาทดลองทำ ดู ช่วงแรกๆ ทำเพื่อรับประทานกันเองในครอบครัว จากนั้นก็แจกญาติพี่น้อง เพื่อนบ้านใกล้เคียงลองรับประทานกัน หลังได้รับการติชมพอสมควร จึงมาทำการปรับปรุงรสชาติ จนเป็นที่น่าพอใจ จากนั้นเริ่มมาทำขาย ช่วงแรกทำส่งตามร้านอาหาร ร้านขายของชำในตลาดบางคล้า โดยให้ลูกๆ จะเป็นคนนำไปส่ง ส่วนตัวเองและสามีจะเป็นคนทำ</p>
<div><img title="ขนมเปี๊ยะนมสด" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2010/04/dessert-pae-milk1.jpg" alt="ขนมเปี๊ยะนมสด" /></div>
<p>จาก<strong>ขนมปัง</strong> จนพัฒนามาเป็น<strong>เบเกอรี่</strong> ใช้เวลาไม่ถึง 10 ปี ผลิตภัณฑ์ก็ติดตลาด กลายเป็นที่สนใจของลูกค้าอย่างแพร่หลาย แต่ด้วยความคิดที่ไม่หยุดนิ่ง ทำให้บุญมีพยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ประกอบกับ<strong>ขนมปัง</strong>และ<strong>เบเกอรี่</strong>นั้นนับวันมีคู่แข่งที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดเธอจึงผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ออกมามีชื่อว่า <strong>ขนมเปี๊ยะนมสด </strong>พร้อมกับตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อมาทำ<strong>ขนมเปี๊ยะ</strong>อย่างเต็มตัว</p>
<p>กระทั่งปี 2520 ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์มาเรื่อยๆ จนมาลงตัวที่<strong>ขนมเปี๊ยะนมสด</strong> เริ่มจาก<strong>ไส้ถั่ว</strong>อย่างเดียว ปัจจุบันพัฒนามากกว่า 10 ไส้ มีหลากหลายรสชาติให้เลือกและจากการที่ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องคุณภาพ ความอร่อย ไม่ใส่วัตถุกันเสีย ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ 100% พร้อมทั้งรับประกันด้วยรางวัล<strong>ผลิตภัณฑ์โอท็อป</strong>ระดับ 5 ดาว จนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่ง ของดีเมืองแปดริ้ว ทำให้ได้รับความนิยมจากลูกค้าอย่างล้นหลาม จนต้องขยายกิจการสาขาเพิ่มถึง 2 แห่ง</p>
<p>จาก<strong>อาชีพเสริม</strong>จนมาก้าวขึ้นมาสู่อาชีพหลัก สร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำจากการทำ<strong>ธุรกิจขนมเปี๊ยะ</strong> มีความพร้อมทุกอย่าง ทั้งชีวิตการงานและชีวิตครอบครัว ลูกทั้งสามเรียนจบปริญญาเอก แต่เธอก็ไม่ลืมความลำบากในอดีต ด้วยการอุทิศชีวิตที่เหลืออยู่รับใช้สังคมอย่างเต็มที่ ในฐานะประธานชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารจังหวัดฉะเชิงเทรา และกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา</p>
<p>และวันเสารที่ 1 พฤษภาคมนี้ โครงการ ท่องโลกเกษตร กับ คม ชัด ลึก จะพาผู้สนใจเยี่ยมชมโรงงานผลิต<strong>ขนมเปี๊ยะนมสด</strong>แม่บุญมี พร้อมรับฟังกรรมวิธีการผลิตอย่างละเอียดในทุกขั้นตอนจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ สนใจสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่โทร.0-2338-3356-7</p>
<p><span style="font-size: xx-small;">ที่มา : <a rel="nofollow" href="http://www.komchadluek.net/" target="_blank">คมชัดลึก</a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%8a%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%94-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ธุรกิจขนมลูกชุบ</title>
		<link>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%9a/</link>
		<comments>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%9a/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Nov 2010 04:29:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาชีพด้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมลูกชุบ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจลูกชุบ]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพขายขนม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://108thaijob.com/?p=3309</guid>
		<description><![CDATA[ธุรกิจขนม อาชีพขายขนม เป็นอาชีพที่สามารถประกอบกิจการได้ตั้งแต่ระดับเล็ก ๆ หาบเร่แผงลอย ไปจนถึงเปิดร้านขาย หรือขึ้นห้างสรรพสินค้า และสามารถขายได้ทุกเทศกาล

อาชีพขายขนม เป็นอาชีพที่สามารถประกอบกิจการได้ตั้งแต่ระดับเล็ก ๆ หาบเร่แผงลอย ไปจนถึงเปิดร้านขาย หรือขึ้นห้างสรรพสินค้า และสามารถขายได้ทุกเทศกาล เพียงแต่ผู้ลงทุนจะต้องเริ่มต้นกิจการด้วยความรอบรู้ในข้อมูลธุรกิจ ซึ่งกับเรื่องนี้ในหนังสือคู่มืออาชีพ ปั้นธุรกิจลูกชุบอย่างไรให้รวย ของสำนักพิมพ์พีเพิล มีเดีย ก็มีกรณีศึกษา ที่น่าจะใช้เป็นข้อมูลเทียบเคียงกับการขายขนมอื่น ๆ ได้ กล่าวคือ…
ตลาดขนมลูกชุบส่วนใหญ่เป็นธุรกิจในครัวเรือน คือทำกันเองขายกันเอง ทำวันต่อวันและรับเงินสด ตลาดก็มีตั้งแต่ระดับล่าง ไปจนถึงขึ้นห้าง ในโรงแรม และส่งออกก็มี ขนมลูกชุบเป็นอีกสินค้าที่ราคาอาจแตกต่างกันไปเมื่ออยู่ในแต่ละจุดหรือทำเล ที่ขาย โดยในอดีตจะอยู่ในวงจำกัดเพราะต้องอาศัยฝีมือและพรสวรรค์คนทำ แต่ปัจจุบันเติบโตขึ้นเพราะมีการประดิษฐ์เครื่องมือและอุปกรณ์ ส่งผลให้การทำลูกชุบเป็นเรื่องง่ายขึ้น ดังนั้นการแข่งขันจึงวัดกันที่ศักยภาพการผลิต และรสชาติของขนม ที่เหลือคือการตลาด และความคิดสร้างสรรค์
แนวทางการลงทุน
ส่วนใหญ่แบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ
1.ทำเองขายเอง ผู้ประกอบการกลุ่มนี้จะเน้นขายกับกลุ่มลูกค้าตลาดล่าง ที่อยู่ในทำเล ที่เป็นแหล่งชุมชน เช่น ตลาดนัดทั่วไป หน้าโรง เรียน ผู้ลงทุนเริ่มต้นด้วยอุปกรณ์หลัก ๆ ที่มีอยู่ในบ้าน ไม่ต้องใช้เครื่องมือหรือลงทุนมากเกินไป ตลาดกลุ่มนี้เน้นเรื่องรสชาติและสัดส่วนที่อร่อยสมจริง เพื่อดึงดูดลูกค้า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ธุรกิจขนม อาชีพขายขนม เป็นอาชีพที่สามารถประกอบกิจการได้ตั้งแต่ระดับเล็ก ๆ หาบเร่แผงลอย ไปจนถึงเปิดร้านขาย หรือขึ้นห้างสรรพสินค้า และสามารถขายได้ทุกเทศกาล<span id="more-3309"></span></p>
<div><img title="ธุรกิจขนมลูกชุบ" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2010/04/ball-plate.jpg" alt="ธุรกิจขนมลูกชุบ" /></div>
<p><strong>อาชีพขายขนม</strong> เป็นอาชีพที่สามารถประกอบกิจการได้ตั้งแต่ระดับเล็ก ๆ หาบเร่แผงลอย ไปจนถึงเปิดร้านขาย หรือขึ้นห้างสรรพสินค้า และสามารถขายได้ทุกเทศกาล เพียงแต่ผู้ลงทุนจะต้องเริ่มต้นกิจการด้วยความรอบรู้ในข้อมูลธุรกิจ ซึ่งกับเรื่องนี้ในหนังสือคู่มืออาชีพ ปั้นธุรกิจลูกชุบอย่างไรให้รวย ของสำนักพิมพ์พีเพิล มีเดีย ก็มีกรณีศึกษา ที่น่าจะใช้เป็นข้อมูลเทียบเคียงกับการขายขนมอื่น ๆ ได้ กล่าวคือ…</p>
<p>ตลาด<strong>ขนมลูกชุบ</strong>ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจในครัวเรือน คือทำกันเองขายกันเอง ทำวันต่อวันและรับเงินสด ตลาดก็มีตั้งแต่ระดับล่าง ไปจนถึงขึ้นห้าง ในโรงแรม และส่งออกก็มี<strong> ขนมลูกชุบเ</strong>ป็นอีกสินค้าที่ราคาอาจแตกต่างกันไปเมื่ออยู่ในแต่ละจุดหรือทำเล ที่ขาย โดยในอดีตจะอยู่ในวงจำกัดเพราะต้องอาศัยฝีมือและพรสวรรค์คนทำ แต่ปัจจุบันเติบโตขึ้นเพราะมีการประดิษฐ์เครื่องมือและอุปกรณ์ ส่งผลให้การทำ<strong>ลูกชุบ</strong>เป็นเรื่องง่ายขึ้น ดังนั้นการแข่งขันจึงวัดกันที่ศักยภาพการผลิต และรสชาติของขนม ที่เหลือคือการตลาด และความคิดสร้างสรรค์</p>
<h3>แนวทางการลงทุน</h3>
<p>ส่วนใหญ่แบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ</p>
<p>1.ทำเองขายเอง ผู้ประกอบการกลุ่มนี้จะเน้นขายกับกลุ่มลูกค้าตลาดล่าง ที่อยู่ในทำเล ที่เป็นแหล่งชุมชน เช่น ตลาดนัดทั่วไป หน้าโรง เรียน ผู้ลงทุนเริ่มต้นด้วยอุปกรณ์หลัก ๆ ที่มีอยู่ในบ้าน ไม่ต้องใช้เครื่องมือหรือลงทุนมากเกินไป ตลาดกลุ่มนี้เน้นเรื่องรสชาติและสัดส่วนที่อร่อยสมจริง เพื่อดึงดูดลูกค้า ข้อดีการลงทุนแบบนี้คือ ใช้ต้นทุนน้อย มีลูกค้าแน่นอน ขายสินค้าได้ตามราคาที่กำหนด ส่วนข้อจำกัด คือปริมาณการผลิตมีน้อยเพราะผลิตในครัวเรือน หากผลิตไม่มากพออาจเสียโอกาสในการขาย</p>
<p>2.ทำขายส่งอย่างเดียว ผู้ประกอบการรูปแบบนี้ต้องผ่านการเป็นพ่อค้าแม่ค้าในรูปแบบที่หนึ่งมาก่อน เมื่อลูกค้าติดใจก็พัฒนากลายเป็นผู้รับสินค้าไปจำหน่ายอีกต่อหนึ่ง ผู้ที่คิดจะลงทุนต้องแน่ใจว่ามีลูกค้าที่แน่นอน เพียงพอกับรายได้ที่ต้องการตามเป้าที่วางไว้ ข้อดีคือ ไม่ต้องมีค่าต้นทุนหมุนเวียน เช่น ค่าเช่าที่ ค่าเดินทาง ลดภาชนะในการใส่แบบเล็ก ซึ่งต้องใช้จำนวนมากกว่าการใส่กล่องใหญ่ แต่มีข้อจำกัดคือ ต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเครื่องทุ่นแรง อาทิ เครื่องกวน และค่าแม่พิมพ์ ที่ต้องมีหลากหลายรูปแบบให้ลูกค้าเลือก รวมถึงต้องมีค่าจ้างแรงงานและค่าวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นด้วย</p>
<p>3.ทำขายจำนวนมากแบบโรงงาน รูปแบบนี้ต้องลงทุนค่อนข้างสูง และต้องมีวิธีทำตลาดเพื่อจัดจำหน่ายอย่างรัดกุม เพราะส่วนใหญ่ต้องมียอดจำหน่ายไม่ต่ำกว่า 5,000 ลูกต่อวัน ผู้ประกอบการแบบนี้ต้องมียอดสั่งซื้อมากและมีตลาดขายชัดเจน เช่น ฝากขายตามห้างหรือส่งขายต่อไปยังพ่อค้าแม่ค้าปลีก ข้อดีคือ มีรายได้ต่อวันมากและมีลูกค้าแน่นอน เพิ่มกำลังการผลิตได้ สามารถกำหนดเป้าหมายและทำการตลาดของตัวเองได้ชัดเจน ส่วนข้อจำกัดคือ การลงทุนในส่วนต้นทุนถาวรสูง อาทิ การลงทุนด้านเครื่องจักร ค่าจ้างแรงงาน ค่าพาหนะกระจายสินค้า นอกจากนี้ยังต้องมีเงินทุนหมุนเวียนในแต่ละเดือน รวมถึงค่าวัตถุดิบ ที่ค่อนข้างมาก</p>
<p>จะเห็นได้ว่าทุกรูปแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกันไป อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรต้องคำนึงถึงให้มากด้วยก็คือเรื่อง รสชาติ เพราะเป็น หัวใจสำคัญที่สุดของ<strong>ธุรกิจอาหารและขนม</strong> ทั้งนี้ ในตอนหน้าเราจะมาดูกันต่อถึงเทคนิคต่าง ๆ ที่จะทำให้ธุรกิจขนมเป็นธุรกิจซื้อง่าย-ขายคล่อง</p>
<p><span style="font-size: xx-small;">ที่มา : <a rel="nofollow" href="http://www.dailynews.co.th/" target="_blank">เดลินิวส์</a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หม้อแกงถ้วยเมล็ดขนุน</title>
		<link>http://108thaijob.com/resume/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://108thaijob.com/resume/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Nov 2010 04:28:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเขียนใบสมัครงาน]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพด้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมหม้อแกง]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมหม้อแกงถั่ว]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมหม้อแกงไข่]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ช่องทางทำกิน]]></category>
		<category><![CDATA[หม้อแกงถ้วยเมล็ดขนุน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://108thaijob.com/?p=3306</guid>
		<description><![CDATA[กลุ่มนักศึกษากลุ่มหนึ่งได้คิดรูปแบบใหม่ ๆ ของขนมหม้อแกงขึ้นมา พร้อมกับสูตรที่เปลี่ยนจากขนมหม้อแกงถั่วหรือขนมหม้อแกงไข่ เป็น หม้อแกงถ้วยเมล็ดขนุน

ขนมไทย จะพลิกแพลงให้ดูแปลกตา ก็ทำได้ เพียงแต่ใครจะมีไอเดียหรือแนวคิดที่จะฉีกแนวขนมให้แตกต่างไปจากที่วางขายใน ท้องตลาดหรือประเภทพิมพ์นิยมทั่วไป อย่าง ขนมหม้อแกง ก็พลิกแพลงได้ อย่างเช่นที่กลุ่มนักศึกษากลุ่มหนึ่งได้คิดรูปแบบใหม่ ๆ ของขนมหม้อแกงขึ้นมา พร้อมกับสูตรที่เปลี่ยนจากขนมหม้อแกงถั่วหรือขนมหม้อแกงไข่ เป็น หม้อแกงถ้วยเมล็ดขนุน ซึ่ง ช่องทางทำกิน จะนำเสนอวันนี้
ปิยวรรณ ทรงเดช และ การะเกด เชิดพงษ์สวัสดิ์ นักศึกษาสาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (มทร.พระนคร) ร่วมกันคิดทำ ขนมหม้อแกงถ้วยทองเสริมเมล็ดขนุน เป็นการนำเสนอผลงานเพื่อจบการศึกษาในระดับชั้นปริญญาตรี ซึ่งมีแนวความคิดมาจากขนมหม้อแกงที่เป็นขนมไทย แต่ต้องการจะทำให้ออกเป็นแนวขนมไทยสไตล์ขนมอบแบบฝรั่ง เปลี่ยนรูปแบบเป็นขนมทาร์ทแบบฝรั่ง ซึ่งเป็นรูปแบบที่ดูน่ารักดี
ขนมหม้อแกงเป็นขนมไทย หลัก ๆ จะมีขนมหม้อแกงไข่ และขนมหม้อแกงถั่ว ซึ่งเราก็มองว่าจะเปลี่ยนรูปแบบและรสชาติของขนมไทยชนิดนี้ได้อย่างไร เพื่อจะได้เป็นจุดต่างออกไปจากขนมไทยแบบเดิม ๆ ซึ่งเมล็ดขนุนนั้นให้คุณค่าทางโภชนาการ คือให้พลังงาน และแร่ธาตุที่ช่วยเรียกน้ำนมมารดาหลังคลอดลูก ซึ่งรูปแบบ และรสชาติที่คิด ทำออกมาได้ลงตัวกับความคิดพอดี และสามารถต่อยอดขายในท้องตลาดได้ เพราะเป็นขนมที่คนไทยทานกันอยู่แล้ว ทั้งปิยวรรณและการะเกดร่วมกันกล่าว

สำหรับอุปกรณ์
ที่ใช้ทำขนมหม้อแกงถ้วยเมล็ดขนุน นั้น คืออุปกรณ์ที่ใช้ทำขนมโดยทั่วไป [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>กลุ่มนักศึกษากลุ่มหนึ่งได้คิดรูปแบบใหม่ ๆ ของขนมหม้อแกงขึ้นมา พร้อมกับสูตรที่เปลี่ยนจากขนมหม้อแกงถั่วหรือขนมหม้อแกงไข่ เป็น หม้อแกงถ้วยเมล็ดขนุน<span id="more-3306"></span></p>
<div><img title="หม้อแกงถ้วยเมล็ดขนุน" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2010/05/dessert-cup-jackfruit-seeds.jpg" alt="หม้อแกงถ้วยเมล็ดขนุน" /></div>
<p><strong>ขนมไทย</strong> จะพลิกแพลงให้ดูแปลกตา ก็ทำได้ เพียงแต่ใครจะมีไอเดียหรือแนวคิดที่จะฉีกแนว<strong>ขนม</strong>ให้แตกต่างไปจากที่วางขายใน ท้องตลาดหรือประเภทพิมพ์นิยมทั่วไป อย่าง <strong>ขนมหม้อแกง</strong> ก็พลิกแพลงได้ อย่างเช่นที่กลุ่มนักศึกษากลุ่มหนึ่งได้คิดรูปแบบใหม่ ๆ ของ<strong>ขนมหม้อแกง</strong>ขึ้นมา พร้อมกับสูตรที่เปลี่ยนจาก<strong>ขนมหม้อแกงถั่ว</strong>หรือ<strong>ขนมหม้อแกงไข่</strong> เป็น <strong>หม้อแกงถ้วยเมล็ดขนุน</strong> ซึ่ง <strong>ช่องทางทำกิน</strong> จะนำเสนอวันนี้</p>
<p>ปิยวรรณ ทรงเดช และ การะเกด เชิดพงษ์สวัสดิ์ นักศึกษาสาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (มทร.พระนคร) ร่วมกันคิดทำ <strong>ขนมหม้อแกงถ้วยทองเสริมเมล็ดขนุน </strong>เป็นการนำเสนอผลงานเพื่อจบการศึกษาในระดับชั้นปริญญาตรี ซึ่งมีแนวความคิดมาจาก<strong>ขนมหม้อแกง</strong>ที่เป็น<strong>ขนมไทย </strong>แต่ต้องการจะทำให้ออกเป็นแนว<strong>ขนมไทย</strong>สไตล์ขนมอบแบบฝรั่ง เปลี่ยนรูปแบบเป็น<strong>ขนมทาร์ท</strong>แบบฝรั่ง ซึ่งเป็นรูปแบบที่ดูน่ารักดี</p>
<p><strong>ขนมหม้อแกง</strong>เป็น<strong>ขนมไทย </strong>หลัก ๆ จะมี<strong>ขนมหม้อแกงไข่</strong> และ<strong>ขนมหม้อแกงถั่ว</strong> ซึ่งเราก็มองว่าจะเปลี่ยนรูปแบบและรสชาติของขนมไทยชนิดนี้ได้อย่างไร เพื่อจะได้เป็นจุดต่างออกไปจาก<strong>ขนมไทย</strong>แบบเดิม ๆ ซึ่งเมล็ดขนุนนั้นให้คุณค่าทางโภชนาการ คือให้พลังงาน และแร่ธาตุที่ช่วยเรียกน้ำนมมารดาหลังคลอดลูก ซึ่งรูปแบบ และรสชาติที่คิด ทำออกมาได้ลงตัวกับความคิดพอดี และสามารถต่อยอดขายในท้องตลาดได้ เพราะเป็นขนมที่คนไทยทานกันอยู่แล้ว ทั้งปิยวรรณและการะเกดร่วมกันกล่าว</p>
<div><img title="หม้อแกงถ้วยเมล็ดขนุน" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2010/05/dessert-cup-jackfruit-seed1.jpg" alt="หม้อแกงถ้วยเมล็ดขนุน" /></div>
<h3>สำหรับอุปกรณ์</h3>
<p>ที่ใช้ทำขนมหม้อแกงถ้วยเมล็ดขนุน นั้น คืออุปกรณ์ที่ใช้ทำขนมโดยทั่วไป และเพิ่มเติมที่ตู้อบขนม ซึ่งมีราคาตั้งแต่ ประมาณ 10,000 กว่าบาทขึ้นไป</p>
<h3>ส่วนผสม</h3>
<p>ของ<strong>หม้อแกงถ้วยทองเสริมเมล็ดขนุน</strong> สำหรับส่วนผสมแป้งมีดังนี้คือ แป้งสาลีอเนกประสงค์ (แป้งตราบัวแดง) 190 กรัม, ผงฟู 2 กรัม, เนยสด 55 กรัม, ไข่แดงของไข่ไก่ 20 กรัม, เกลือ 2 กรัม, เนยขาว 25 กรัม, น้ำเย็นจัด 5 กรัม</p>
<h3>วิธีทำขนมหม้อแกงถ้วยเมล็ดขนุน</h3>
<p>เริ่มจากนำแป้งสาลีอเนกประสงค์ เกลือ ผงฟู ร่อนรวมกัน ใส่เนยสด ตัดด้วยส้อมหรือเบลนเดอร์ให้เป็นเม็ดเล็ก ๆ เท่ากับเมล็ดถั่วเขียว ใส่ไข่แดง ผสมให้เข้ากันด้วยปลายนิ้ว เทน้ำเย็นจัดลงไป</p>
<p>ตะล่อมเบา ๆ พอให้เข้ากัน จากนั้นนำแป้งมาคลึงให้เป็นแผ่นบาง กรุแป้งลงไปในพิมพ์ขนม (ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว) ที่ทาเนยขาวแล้ว ใช้ส้อมจิ้มแป้งที่ก้นพิมพ์เพื่อไล่อากาศ ตัดขอบให้สวยงาม นำไปอบตั้งไฟ 300 องศา ใช้เวลาในการอบ 20 นาที หรือจนเหลือง นำออกจากพิมพ์พักไว้ให้เย็น</p>
<p>ส่วนผสมตัวไส้ สำหรับส่วนผสมตัวไส้นี้ก็จะประกอบด้วย ไข่เป็ด 300 กรัม (ประมาณ 6 ฟอง), น้ำตาลปี๊บ 250 กรัม, หัวกะทิ 255 กรัม, หอมแดงเจียว (โรยหน้า) และเมล็ดขนุนต้มสุก 120 กรัม (ปอกเปลือกออกแล้ว)</p>
<p><strong>วิธีทำ</strong> เริ่มจากตีไข่กับน้ำตาลปี๊บให้เข้ากันส่วนหนึ่ง ตีหัวกะทิกับเมล็ดขนุนที่ต้มสุกแล้วให้เข้ากันอีกส่วนหนึ่ง จากนั้นนำส่วนผสมทั้งสองส่วน ลงไปกวนในกระทะทองเหลือง กวนจนพอสุก ก็ใช้ได้</p>
<p>ต่อไปเตรียมแป้งในพิมพ์อะลูมิเนียมที่อบและตั้งทิ้งไว้จนเย็นแล้ว ตักตัวไส้ใส่ลงไปให้สวยงาม แล้วนำไปอบที่อุณหภูมิ 200 องศา นาน 20 นาที หรือจนหน้าขนมแห้ง นำออกมา โรยหน้าด้วยหอมเจียว ก็เสร็จเรียบร้อย</p>
<p>ราคาขายนั้น ขายราคาถ้วยละหรือชิ้นละ 6 บาท ซึ่งสูตรแป้งดังกล่าว สามารถทำได้ 40 ชิ้นในขนาดพิมพ์แป้งที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว ซึ่งต้นทุนของขนมอยู่ที่ประมาณ 80-100 บาท</p>
<p>ใครที่ขาย<strong>ขนมไทย</strong>อยู่แล้ว ก็สามารถต่อยอดความคิดนี้ได้ หรือประเภทมือใหม่หัดขับก็ลองนำสูตรของน้องทั้งสองนี้ไปฝึกทำดูได้เช่นกัน และถ้าต้องการติดต่อ ปิยวรรณ ทรงเดช และ การะเกด เชิดพงษ์สวัสดิ์ นักศึกษา มทร.พระนคร ก็ติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-1667-3792 และ 08-3429-6863.</p>
<p><span style="font-size: xx-small;">ที่มา : <a rel="nofollow" href="http://www.dailynews.co.th/" target="_blank">เดลินิวส์</a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://108thaijob.com/resume/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีทำขนมตาล</title>
		<link>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a5/</link>
		<comments>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Nov 2010 04:27:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาชีพด้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมกล้วย]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมข้าวโพด]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมตาล]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมมันต่อเผือก]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมมันสำปะหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมสอดไส้]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมเทียน]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ตะโก้]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://108thaijob.com/?p=3304</guid>
		<description><![CDATA[วิธีทำขนมตาล นำข้าวสารมาแช่น้ำ 1 คืน แล้วโม่ให้เป็นน้ำแป้ง ใส่ถุงผ้าบีบน้ำออกหมดจนเหลือแต่เนื้อแป้งข้าวเจ้า

คุณยายวัฒนา เปลี่ยนศรีแก้ว ช่วยแม่ทำน้ำพริกและขนมไทย ขายในตลาดนางเลิ้งมานานกว่า 60 ปี คุณยายวัฒนามีโอกาสนำน้ำพริกและขนมไทย ทูลเกล้าฯถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อครั้งที่สองพระองค์เสด็จฯ วัดแคนางเลิ้ง
คุณยายวัฒนาเล่าว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีรับสั่งถามถึงวิธีการทำขนมไทย และขอให้ช่วยรักษาสูตรการทำขนมไว้เป็นมรดกของชาติด้วย เมื่อผมขอวิธีทำ ขนมตาล มาเผยแพร่ คุณยายจึงสอนดังนี้ครับ
เครื่องปรุง
1.ข้าวสารเก่า 1 กิโลกรัม
2.เนื้อลูกตาลสดจากเพชรบุรี 2 ขีด
3.กะทิสด 1.5 กิโลกรัม
4.ผงฟู 1 ช้อนชา
5.น้ำตาลทราย 7 ขีด
วิธีทำ
1.นำข้าวสารมาแช่น้ำ 1 คืน แล้วโม่ให้เป็นน้ำแป้ง ใส่ถุงผ้าบีบน้ำออกหมดจนเหลือแต่เนื้อแป้งข้าวเจ้า
2.ค่อย ๆ รินน้ำหัวกะทิใส่แป้ง แล้วนวดให้น้ำกะทิผสมกับเนื้อแป้ง
3.ยีเนื้อลูกตาลให้ละเอียด ผสมลงไปในแป้ง จึงเทน้ำหางกะทิลงไปกวนกับแป้ง
4.เติมน้ำตาลทรายลงไปกับน้ำแป้ง แล้วกวนไปเรื่อย ๆ จนน้ำแป้งเหนียวหนึบ
5.เติมผงฟูลงกวนกับแป้งจนเข้ากัน แล้วหยอดแป้งลงในกระทงที่เตรียมไว้
6.นำไปนึ่งในซึ้งร้อนจัดนาน 15 นาที จะได้ขนมตาลฟูนุ่ม หอมกลิ่นลูกตาล
ทุกวันนี้คุณยายวัฒนาใช้เวลาวันเสาร์-อังคาร จัดทำกระทง โม่แป้งข้าวเจ้า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วิธีทำขนมตาล นำข้าวสารมาแช่น้ำ 1 คืน แล้วโม่ให้เป็นน้ำแป้ง ใส่ถุงผ้าบีบน้ำออกหมดจนเหลือแต่เนื้อแป้งข้าวเจ้า<span id="more-3304"></span></p>
<div><img title="ขนมตาล" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2010/05/dessert-tan.jpg" alt="ขนมตาล" /></div>
<p>คุณยายวัฒนา เปลี่ยนศรีแก้ว ช่วยแม่ทำ<strong>น้ำพริก</strong>และ<strong>ขนมไทย</strong> ขายในตลาดนางเลิ้งมานานกว่า 60 ปี คุณยายวัฒนามีโอกาสนำ<strong>น้ำพริก</strong>และ<strong>ขนมไทย</strong> ทูลเกล้าฯถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อครั้งที่สองพระองค์เสด็จฯ วัดแคนางเลิ้ง</p>
<p>คุณยายวัฒนาเล่าว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีรับสั่งถามถึงวิธีการทำ<strong>ขนมไทย</strong> และขอให้ช่วยรักษาสูตรการทำขนมไว้เป็นมรดกของชาติด้วย เมื่อผมขอวิธีทำ <strong>ขนมตาล</strong> มาเผยแพร่ คุณยายจึงสอนดังนี้ครับ</p>
<h3>เครื่องปรุง</h3>
<p>1.ข้าวสารเก่า 1 กิโลกรัม<br />
2.เนื้อลูกตาลสดจากเพชรบุรี 2 ขีด<br />
3.กะทิสด 1.5 กิโลกรัม<br />
4.ผงฟู 1 ช้อนชา<br />
5.น้ำตาลทราย 7 ขีด</p>
<h3>วิธีทำ</h3>
<p>1.นำข้าวสารมาแช่น้ำ 1 คืน แล้วโม่ให้เป็นน้ำแป้ง ใส่ถุงผ้าบีบน้ำออกหมดจนเหลือแต่เนื้อแป้งข้าวเจ้า<br />
2.ค่อย ๆ รินน้ำหัวกะทิใส่แป้ง แล้วนวดให้น้ำกะทิผสมกับเนื้อแป้ง<br />
3.ยีเนื้อลูกตาลให้ละเอียด ผสมลงไปในแป้ง จึงเทน้ำหางกะทิลงไปกวนกับแป้ง<br />
4.เติมน้ำตาลทรายลงไปกับน้ำแป้ง แล้วกวนไปเรื่อย ๆ จนน้ำแป้งเหนียวหนึบ<br />
5.เติมผงฟูลงกวนกับแป้งจนเข้ากัน แล้วหยอดแป้งลงในกระทงที่เตรียมไว้<br />
6.นำไปนึ่งในซึ้งร้อนจัดนาน 15 นาที จะได้ขนมตาลฟูนุ่ม หอมกลิ่นลูกตาล</p>
<p>ทุกวันนี้คุณยายวัฒนาใช้เวลาวันเสาร์-อังคาร จัดทำกระทง โม่แป้งข้าวเจ้า แล้วนำมาทำ<strong>ขนมตาล ขนมกล้วย ตะโก้ ขนมสอดไส้ ขนมข้าวโพด ขนมมันสำปะหลัง ขนมมันต่อเผือก ขนมเทียน</strong> ขายที่หน้าบ้าน ตรอกตลาดนางเลิ้ง 1 ทุกวันพุธ-ศุกร์ โทร. 0-2281-2771</p>
<p>25-29 พฤษภาคมนี้ ผมจะพาไปกินห่านพะโล้แต้จิ๋ว แล้วไปไหว้ตั่วเล่าเอี้ย ไต่ฮงกง ที่ซัวเถา ไหว้เจ้าแม่ทับทิมที่เกาะเหมยโจว เจ้าแม่กวนอิมที่เซี๊ยะเหมิน ชุมชนมุสลิมเฉวินโจว ชมบ้านต้นตระกูลหวั่งหลีที่งดงามสุด ๆ สอบถาม โทร. 08-1251-9122.</p>
<p><span style="font-size: xx-small;">ที่มา : <a rel="nofollow" href="http://www.dailynews.co.th/" target="_blank">เดลินิวส์</a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขนมขบเคี้ยว ขนมขาไก่</title>
		<link>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%a7-%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%a7-%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 07 Nov 2010 04:26:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาชีพด้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมขบเคี้ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมขาไก่]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมขาไก่ ท่าเรือ]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมดอกจอก]]></category>
		<category><![CDATA[โอท็อป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://108thaijob.com/?p=3302</guid>
		<description><![CDATA[ขนมขบเคี้ยว อย่างเช่น ขนมขาไก่ บ้านท่าเรือ มีรสหวาน และรสเค็มเท่านั้น กรอบอร่อย สมคำร่ำลือ
แม้ราคายางพาราจะขยับ สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในเวลานี้ แต่สำหรับ ยุพา ไชยรัตน์ทอง สตรีรุ่นใหญ่วัย 58 ปี จาก หมู่ 3 ต.ท่าเรือ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ดูเหมือนจะไม่ยี่ระและหลงใหลได้ปลื้มกับเม็ดเงินจากอาชีพกรีดยางเหมือนชาว สวนคนอื่นๆ เพราะนับแต่ตัดสินใจวางมือจากมีดกรีดยางเมื่อหลายปีก่อนเพื่อหันหน้าเข้า อบรมเรียนรู้การทำขนมตามโครงการเพิ่มรายได้ในกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ของ จ.ปัตตานี

 
ยุพา เล่าว่า แรกเริ่มเดิมทีหวังเพียงว่าจะใช้เวลาว่างจากการกรีดยางให้เป็นประโยชน์ และรอให้เหตุการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่รุมเร้าให้มีสถานการณ์ ที่ดีขึ้น จากนั้นค่อยกลับเข้าสวนเพื่อกรีดยางพาราอีกครั้งหนึ่งเท่านั้น แต่หลังจากได้ฝึกปรือความรู้ตามหลักสูตรวิชาทำขนมหลากหลายประเภท จนกระทั่งมาลงตัวกับ ขนมขาไก่ เพราะรู้สึกว่าในช่วงทดลองได้นำผลงานไปให้สมาชิกในครอบครัวและคนในละแวกใกล้ เคียงในหมู่บ้านทดลองชิมลิ้มรส ผลปรากฏว่าได้รับเสียงชื่นชมในรสชาติความอร่อย
จากนั้นจึงขอรับการสนับสนุนความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน จ.ปัตตานี เพื่อศึกษาหาตลาด ประกอบกับการส่งเสริมโครงการ โอท็อป ของรัฐบาล จึงเป็นเรื่องง่ายที่ทำให้ ขนมขาไก่ ของอดีตเกษตรกรชาวสวนยางรายนี้ มีโอกาสนำออกเสิร์ฟให้ประชาชนได้ทดลองชิมความอร่อยในงานต่างๆ กระทั่งปัจจุบันนี้ขนมชนิดนี้กลายเป็นที่กล่าวขานถึงในวงกว้างเพียงแค่ช่วง เวลาไม่นาน จนเกิดคำพูดที่ติดปากว่า ขนมขาไก่ ท่าเรือ หาซื้อได้ที่ไหน
เริ่มแรกผลิตขนมขาไก่แล้วนำไปวางจำหน่ายในตลาดของหมู่บ้าน และบางส่วนนำไปจำหน่ายในสถานที่ราชการ ซึ่งสินค้าขายหมดทุกวันทำให้มีกำลังใจผลิตสินค้าเพิ่ม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขนมขบเคี้ยว อย่างเช่น ขนมขาไก่ บ้านท่าเรือ มีรสหวาน และรสเค็มเท่านั้น กรอบอร่อย สมคำร่ำลือ</p>
<p>แม้ราคายางพาราจะขยับ สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในเวลานี้ แต่สำหรับ ยุพา ไชยรัตน์ทอง สตรีรุ่นใหญ่วัย 58 ปี จาก หมู่ 3 ต.ท่าเรือ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ดูเหมือนจะไม่ยี่ระและหลงใหลได้ปลื้มกับเม็ดเงินจาก<strong>อาชีพกรีดยาง</strong>เหมือนชาว สวนคนอื่นๆ เพราะนับแต่ตัดสินใจวางมือจากมีดกรีดยางเมื่อหลายปีก่อนเพื่อหันหน้าเข้า อบรมเรียนรู้การทำขนมตามโครงการเพิ่มรายได้ในกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ของ จ.ปัตตานี<span id="more-3302"></span></p>
<div><img title="ขนมขบเคี้ยว ขนมขาไก่" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2010/05/snack.jpg" alt="ขนมขบเคี้ยว ขนมขาไก่" /></div>
<p> </p>
<p>ยุพา เล่าว่า แรกเริ่มเดิมทีหวังเพียงว่าจะใช้เวลาว่างจากการกรีดยางให้เป็นประโยชน์ และรอให้เหตุการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่รุมเร้าให้มีสถานการณ์ ที่ดีขึ้น จากนั้นค่อยกลับเข้าสวนเพื่อ<strong>กรีดยางพารา</strong>อีกครั้งหนึ่งเท่านั้น แต่หลังจากได้ฝึกปรือความรู้ตามหลักสูตรวิชาทำขนมหลากหลายประเภท จนกระทั่งมาลงตัวกับ <strong>ขนมขาไก่ </strong>เพราะรู้สึกว่าในช่วงทดลองได้นำผลงานไปให้สมาชิกในครอบครัวและคนในละแวกใกล้ เคียงในหมู่บ้านทดลองชิมลิ้มรส ผลปรากฏว่าได้รับเสียงชื่นชมในรสชาติความอร่อย</p>
<p>จากนั้นจึงขอรับการสนับสนุนความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน จ.ปัตตานี เพื่อศึกษาหาตลาด ประกอบกับการส่งเสริมโครงการ <strong>โอท็อป</strong> ของรัฐบาล จึงเป็นเรื่องง่ายที่ทำให้ <strong>ขนมขาไก่</strong> ของอดีตเกษตรกรชาวสวนยางรายนี้ มีโอกาสนำออกเสิร์ฟให้ประชาชนได้ทดลองชิมความอร่อยในงานต่างๆ กระทั่งปัจจุบันนี้ขนมชนิดนี้กลายเป็นที่กล่าวขานถึงในวงกว้างเพียงแค่ช่วง เวลาไม่นาน จนเกิดคำพูดที่ติดปากว่า <strong>ขนมขาไก่ ท่าเรือ</strong> หาซื้อได้ที่ไหน</p>
<p>เริ่มแรกผลิตขนมขาไก่แล้วนำไปวางจำหน่ายในตลาดของหมู่บ้าน และบางส่วนนำไปจำหน่ายในสถานที่ราชการ ซึ่งสินค้าขายหมดทุกวันทำให้มีกำลังใจผลิตสินค้าเพิ่ม และเริ่มขยายตลาดออกไปเรื่อยๆ จนปัจจุบันไม่ได้วางขายเฉพาะในปัตตานีเท่านั้น แต่ยังกลายเป็น<strong>ขนมขบเคี้ยว</strong>ที่กระจายอยู่ทั่ว 3 จังหวัดชายแดนใต้และพื้นที่ใกล้เคียงอีกด้วย ยุพา กล่าวพร้อมรอยยิ้ม</p>
<p><strong>ขนมขาไก่ ท่าเรือ</strong> มีให้เลือก 2 แบบ คือแบบหวานโรยงา และชนิดไร้น้ำตาลเหมาะสำหรับคนกลัวอ้วน โดยจะมีทั้งปลีกและส่ง โดยมีกำลังผลิตอยู่ที่ 20-30 กิโลกรัมต่อวัน ซึ่งตลาดใหญ่ในปัจจุบันคือสถานที่ราชการใน จ.ปัตตานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี สถานศึกษา และร้านค้าหลายแห่งในตลาดทั่วจังหวัด</p>
<p>รายได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับช่วงเทศกาล เช่นหากเป็นช่วงสงกรานต์ หรือวันปีใหม่จะมีออเดอร์จากลูกค้าสูงมากเนื่องจากส่วนใหญ่จะนิยมนำไปเป็น ของฝากหรือของขวัญ นอกจากนี้การนำสินค้าไปร่วมออกงานในจังหวัดต่างๆ ก็จะขายดี เฉลี่ยกำลังผลิตครั้งละ 100 กิโลกรัม โดยเมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วมีกำไรนับหมื่นบาทเลยทีเดียว ยุพา กล่าว</p>
<p>เจ้าของ<strong>ขนมขาไก่</strong>รายนี้บอกว่า ลำพังผลิตเพื่อจำหน่ายปลีกห่อละ 25บาท ก็ผลิตจนแทบไม่ทัน ดังนั้นแม้นราคายางพาราจะพุ่งสูงก็ไม่สามารถสะกิดให้เจ้าตัวหันกลับไปจับ มีดกรีดยางอีกครั้ง เพราะอย่างน้อยการเปลี่ยนบทบาทมาเป็นแม่ค้าผลิต<strong>ขนมขาไก่ </strong>ภายใต้แบรนด์ ท่าเรือ ก็ทำให้มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ แถมชีวิตก็ไม่ต้องเสี่ยงตกเป็นเป้าผู้ก่อความไม่สงบอีกด้วย</p>
<div><img title="ขนมขบเคี้ยว ขนมขาไก่" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2010/05/snack1.jpg" alt="ขนมขบเคี้ยว ขนมขาไก่" /></div>
<p>วันนี้ไม่เพียงแค่ <strong>ขนมขาไก่</strong> รสหวาน และรสเค็มเท่านั้นที่ ยุพา ผลักดันจนเป็นที่นิยมในหมู่นักบริโภคขนมขบเคี้ยว แต่อดีตสตรีชาวสวนยางรายนี้ยังเข็น <strong>ขนมดอกจอก บ้านท่าเรือ</strong> ออกมาเป็นสินค้าตัวใหม่เพิ่มทางเลือกให้ตลาด และสร้างรายได้แก่ครัวเรือนอีกหนึ่งชนิด และดูท่าว่าจะไปได้สวยตามรอยสินค้าชนิดแรกได้ไม่ยากอีกด้วย</p>
<p>หากใครอยากลองลิ้มชิมรส<strong>ขนมขาไก่ บ้านท่าเรือ </strong>ว่ากรอบอร่อย สมคำร่ำลือแค่ไหน สามารถสั่งไปได้ที่โทร.08-1679-6205 ซึ่งมีบริการจัดส่งทั่วประเทศด้วย</p>
<p><span style="font-size: xx-small;">ที่มา : <a rel="nofollow" href="http://www.komchadluek.net/" target="_blank">คมชัดลึก</a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%a7-%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ธุรกิจไอศกรีมโฮมเมด</title>
		<link>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b8%a8%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%ae%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b8%a8%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%ae%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 06 Nov 2010 04:24:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาชีพด้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ช่องทางทำกิน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจไอศกรีม]]></category>
		<category><![CDATA[วาฟเฟิลโคน]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพขายไอศกรีม]]></category>
		<category><![CDATA[แฟรนไชส์ไอศกรีม]]></category>
		<category><![CDATA[ไอศกรีมโคน]]></category>
		<category><![CDATA[ไอศกรีมโฮมเมด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://108thaijob.com/?p=3297</guid>
		<description><![CDATA[เจ้าของธุรกิจไอศกรีมโฮมเมด แบรนด์ เจลาโต้ คาริโน่ เจ้าตัวบอกว่า มีความชอบ สนใจในเรื่องสุขภาพ และมองว่าเมืองไทยเป็นเมืองร้อน ไอศกรีมน่าจะขายได้ และไอศกรีมไขมันต่ำก็กำลังเป็นที่นิยม

ประเทศไทยเป็นเมืองร้อน ส่งผลให้การทำกิจการ-การทำอาชีพขายไอศกรีม ได้รับการตอบรับดี และมีความก้าวหน้าอย่างมาก รวมถึงมีความแปลกใหม่ให้ได้ลิ้มลองอยู่เสมอ ซึ่งทีม ช่องทางทำกิน ก็เคยนำเสนอไปบ้างแล้ว และวันนี้ก็มีข้อมูล ไอศกรีมโฮมเมด มานำเสนออีกครั้ง
ธุรกิจไอศกรีมในไทย มีทั้งแบบเดิม ๆ รวมไปจนถึงการขยายช่องทางมาจากโรงงาน ไอศกรีมของบริษัทต่างชาติยักษ์ใหญ่ด้วยการขายแฟรนไชส์ไอศกรีม รวมทั้งยังมี ไอศกรีมโฮมเมด ในรูปแบบ และยี่ห้อต่าง ๆ และก็มีไอศกรีมที่สร้างสรรค์ขึ้นเองโดยคนไทย ด้วยรสชาติที่ถูกปากคนไทย อย่างเรา ๆ ประกอบกับยุคนี้ยังมีเครื่องผลิตไอศกรีมจำหน่ายอย่างแพร่หลาย ทำให้การทำไอศกรีมนั้นง่ายขึ้นกว่าในอดีต
แม้มองโดยทั่วไปจะดูเหมือนว่า กิจการไอศกรีมน่าจะถึงจุดอิ่มตัวแล้ว แต่ธุรกิจนี้ยังมีช่องว่าง ยังพอมีทางให้เดินได้อีก และวันนี้คอลัมน์ ช่องทางทำกิน ขอนำเสนอธุรกิจไอศกรีมโฮมเมดเล็ก ๆ แต่น่าสนใจรายหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางสำหรับผู้สนใจจะทำธุรกิจไอศกรีมโฮมเมดได้
ปัทมา เอี่ยมวิจารณ์ เป็นเจ้าของธุรกิจไอศกรีมโฮมเมด แบรนด์ เจลาโต้ คาริโน่ เจ้าตัวบอกว่า เพิ่งจะมาจับธุรกิจนี้ได้ไม่นาน โดยมีที่มาที่ไปคือ ส่วนตัวมีความชอบ สนใจในเรื่องสุขภาพ และมองว่าเมืองไทยเป็นเมืองร้อน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เจ้าของธุรกิจไอศกรีมโฮมเมด แบรนด์ เจลาโต้ คาริโน่ เจ้าตัวบอกว่า มีความชอบ สนใจในเรื่องสุขภาพ และมองว่าเมืองไทยเป็นเมืองร้อน ไอศกรีมน่าจะขายได้ และไอศกรีมไขมันต่ำก็กำลังเป็นที่นิยม<span id="more-3297"></span></p>
<div><img title="ไอศกรีมโฮมเมด" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2010/06/homemade-ice-cream.jpg" alt="ไอศกรีมโฮมเมด" /></div>
<p>ประเทศไทยเป็นเมืองร้อน ส่งผลให้การทำกิจการ-การทำ<strong>อาชีพขายไอศกรีม</strong> ได้รับการตอบรับดี และมีความก้าวหน้าอย่างมาก รวมถึงมีความแปลกใหม่ให้ได้ลิ้มลองอยู่เสมอ ซึ่งทีม <strong>ช่องทางทำกิน</strong> ก็เคยนำเสนอไปบ้างแล้ว และวันนี้ก็มีข้อมูล <strong>ไอศกรีมโฮมเมด</strong> มานำเสนออีกครั้ง</p>
<p><strong>ธุรกิจไอศกรีม</strong>ในไทย มีทั้งแบบเดิม ๆ รวมไปจนถึงการขยายช่องทางมาจากโรงงาน <strong>ไอศกรีม</strong>ของบริษัทต่างชาติยักษ์ใหญ่ด้วยการขาย<strong>แฟรนไชส์ไอศกรีม</strong> รวมทั้งยังมี <strong>ไอศกรีมโฮมเมด </strong>ในรูปแบบ และยี่ห้อต่าง ๆ และก็มี<strong>ไอศกรีม</strong>ที่สร้างสรรค์ขึ้นเองโดยคนไทย ด้วยรสชาติที่ถูกปากคนไทย อย่างเรา ๆ ประกอบกับยุคนี้ยังมีเครื่องผลิต<strong>ไอศกรีม</strong>จำหน่ายอย่างแพร่หลาย ทำให้การทำ<strong>ไอศกรีม</strong>นั้นง่ายขึ้นกว่าในอดีต</p>
<p>แม้มองโดยทั่วไปจะดูเหมือนว่า กิจการ<strong>ไอศกรีม</strong>น่าจะถึงจุดอิ่มตัวแล้ว แต่ธุรกิจนี้ยังมีช่องว่าง ยังพอมีทางให้เดินได้อีก และวันนี้คอลัมน์ <strong>ช่องทางทำกิน</strong> ขอนำเสนอ<strong>ธุรกิจไอศกรีมโฮมเมด</strong>เล็ก ๆ แต่น่าสนใจรายหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางสำหรับผู้สนใจจะทำ<strong>ธุรกิจไอศกรีมโฮมเมด</strong>ได้</p>
<p>ปัทมา เอี่ยมวิจารณ์ เป็นเจ้าของ<strong>ธุรกิจไอศกรีมโฮมเมด </strong>แบรนด์ <strong>เจลาโต้ คาริโน่ </strong>เจ้าตัวบอกว่า เพิ่งจะมาจับธุรกิจนี้ได้ไม่นาน โดยมีที่มาที่ไปคือ ส่วนตัวมีความชอบ สนใจในเรื่องสุขภาพ และมองว่าเมืองไทยเป็นเมืองร้อน ไอศกรีมน่าจะขายได้ และ<strong>ไอศกรีม</strong>ไขมันต่ำก็กำลังเป็นที่นิยม จึงไปเรียนทำและขอคำปรึกษาจากคนรู้จักกัน จากนั้นได้พยายามปรับปรุงสูตรจนเป็นที่น่าพอใจ</p>
<p>ที่มาของชื่อแบรนด์คือ จีลาโต้ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน จี คือ จีน และจีลาโต้ คือคนอิตาลีนำมาปรับปรุง ซึ่งเขาให้เกียรติจีน ก็เลยเรียกว่า จีลาโต้ หรือเจลาโต้ เป็นชื่อสามัญทั่วไปที่ทุกคนมีสิทธิใช้ ส่วนคำว่าคาริโน่ เป็นภาษาอิตาลี แปลเป็นไทยหมายถึง ความน่ารัก อ่อนหวาน”ปัทมาอธิบาย</p>
<p><strong>ไอศกรีม</strong>ที่ผลิต มีมากกว่า 50 รสชาติ ถ้ารวมผลไม้ตามฤดูกาลก็จะมีมากถึง 60-70 รสชาติ ตัวอย่างรสชาติที่ได้รับความนิยมมาก จะเป็นจำพวก โยเกิร์ตบลูเบอร์รี่ โยเกิร์ตส้ม ทีรามิสุ และ รัมเรซิ่น หรือ ช็อกโกแลตชิพ หากจะเพิ่มรสชาติความอร่อย และเรียกลูกค้าให้ได้มากขึ้น จะต้องขายคู่กับ <strong>วาฟเฟิลโคน</strong> ซึ่งทางร้านนี้ได้ผลิตขึ้นสด ๆ สำหรับลูกค้าที่ชอบการทาน<strong>ไอศกรีมแบบโคน</strong></p>
<p>ปัทมาเล่าต่อไปว่า การลงทุนใน<strong>ธุรกิจไอศกรีมโฮมเมด</strong>นี้ เบื้องต้นจะต้องใช้เงินลงทุน 100,000-150,000 บาท ซึ่งเป็นค่าอุปกรณ์ อาทิ เครื่องทำ<strong>ไอศกรีม</strong> ตู้แช่<strong>ไอศกรีม</strong> และตู้เย็น (สำหรับขาย) ยังไม่ได้รวมค่าการตลาด (ถ้ามี) ส่วนการลงทุนในเนื้อ<strong>ไอศกรีม</strong>นั้น ก็จะเป็นอีกส่วนหนึ่ง</p>
<div><img title="ไอศกรีมโฮมเมด" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2010/06/homemade-ice-cream1.jpg" alt="ไอศกรีมโฮมเมด" /></div>
<p>ยกตัวอย่างการทำ<strong>ไอศกรีม</strong>ตระกูลนม อาทิ <strong>ไอศกรีมรสวานิลลา</strong> ปัทมาบอกว่า จะต้องมีส่วนประกอบ คือ หัวเชื้อวานิลลา 280 กรัม, นมพร่องมันเนยไขมันต่ำ 1 กก. และน้ำอุ่น 2,500 ซีซี โดยจะต้องนำน้ำอุ่นผสมกับหัวเชื้อก่อน ตามด้วยนม แล้วนำลงไปปั่นรวมกัน ซึ่งรอบ ๆ เครื่องปั่นไอศกรีมนั้นจะต้องหล่อด้วยน้ำแข็งโรยเกลือ เพื่อกันไม่ให้น้ำแข็งละลาย ซึ่งใช้เวลาปั่นประมาณ 20 นาที</p>
<p>ส่วน <strong>ไอศกรีมตระกูลผลไม้ </strong>นั้น จะใช้หัวเชื้อที่เป็นน้ำผลไม้ 280 กรัม ผสมกับน้ำอุ่น 2,500 ซีซี ผสม กับน้ำเชื่อม 40 กรัม แล้วนำลงปั่น ใช้เวลาปั่น 17 นาที จากนั้นตักใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ และนำเข้าตู้แช่ ซึ่งมีอุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส</p>
<p>ในปริมาณดังที่กล่าวมา จะตักขาย<strong>ไอศกรีม</strong>ได้มากกว่า 50 ลูก ขึ้นไป ซึ่งราคาขายนั้น จะขายได้ ในราคา 15-20 บาท ต่อลูกขึ้นไป แล้วแต่ต้นทุน-ทำเล</p>
<p>ยอมรับว่าการแข่งขันในธุรกิจนี้รุนแรงเหมือนกัน ความเป็นอิตาลีส่วนมากก็จะทำให้แพงไว้ก่อน ดูหรูไว้ก่อน แต่ที่ร้านเน้นที่รสชาติ คุณ ภาพ และจำหน่ายในราคาสมเหตุสมผล ส่วนการทำตลาด ในช่วงแรกจะใช้วิธีออกบูธไปยังพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อต้องการทราบการตอบรับของลูกค้าแต่ละพื้นที่</p>
<p>ปัจจุบันปัทมาเปิดร้านขายอยู่ด้านข้างมหาวิทยาลัยรังสิต (ด้านเมืองเอก) สนใจ<strong>ธุรกิจไอศกรีมโฮมเมด</strong>ของ ปัทมา เอี่ยมวิจารณ์ ติดต่อได้ที่ โทร. 0-2533-0756 และ 08-5443-9930 หรือ pattama_cns@hot mail.com หรือดูใน <strong>http://www.gelatocarino.com.</strong></p>
<p><span style="font-size: xx-small;">ที่มา : <a rel="nofollow" href="http://www.dailynews.co.th/" target="_blank">เดลินิวส์</a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b8%a8%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%ae%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขนมหม้อแกงหม้อดิน</title>
		<link>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 06 Nov 2010 04:22:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อาชีพด้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมหม้อแกงหม้อดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมไทยอ่อนหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตาลมะพร้าว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://108thaijob.com/?p=3295</guid>
		<description><![CDATA[ขนมหม้อแกงหม้อดิน ความหวานของขนมไทย จาก น้ำตาลมะพร้าว เป็นหลัก เพราะเป็นวัตถุดิบคุณภาพดี และหาได้ง่าย โดยจุดเด่นของน้ำตาลมะพร้าวคือจะทำให้ขนมมีรสชาติที่กลมกล่อมและหอมมากขึ้น

กระแสดูแลสุขภาพมาแรง ขนมหวานไทย ๆ บางอย่างกลายเป็นของแสลงสำหรับคนที่กังวลเรื่องความหวาน จึงมีกลุ่มแม่บ้านที่ทำขนมไทยขายเลือกใช้กลยุทธ์ลดความหวาน เพื่อดึงดูดใจลูกค้าที่ห่วงใยสุขภาพ แต่ยังติดใจรสชาติอร่อยของขนมไทย เกิดเป็น ขนมไทยอ่อนหวาน เป็นอีก ช่องทางทำกิน ที่น่าสนใจ
ดวงเดือน เจียมศิริ ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรร่วมความคิดสามัคคี ต.แควอ้อม อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ซึ่งผลิต ขนมไทยอ่อนหวาน เล่าว่า เดิมทางกลุ่มก็ผลิตขนมไทยทั่วไปสารพัดชนิดขาย โดยมีทั้งที่ผลิตเพื่อขายส่งและจำหน่ายปลีกที่หน้าร้าน ต่อมาเห็นว่ากระแสคนรักสุขภาพมาแรง ประกอบกับได้แนวคิดจากการเข้าร่วมอบรมใน โครงการสมัชชาอาหารปลอดภัยสมุทรสงคราม โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงกลับมานั่งคิดดูและพบว่าลูกค้าหลายคนของกลุ่มก็มีความกังวลเรื่องความ หวานของขนม จึงคิดว่าน่าจะลองปรับสูตรขนมไทยดั้งเดิมที่ทำอยู่ ให้มีความหวานลดลง เพื่อเอาใจกลุ่มลูกค้ารักสุขภาพ จึงเกิดเป็นขนมไทยอ่อนหวาน
ประธานกลุ่มแม่บ้านอธิบายว่า ปัจจุบันคนไทยเป็นโรคอ้วนและมีความเสี่ยงต่อพฤติกรรมการกินติดหวานมากขึ้น โดยปริมาณน้ำตาลที่บริโภคเกินความต้องการ เมื่อใช้ไม่หมดก็จะเป็นพลังงานส่วนเกินที่ร่างกายสะสม ก่อให้เกิดภาวะอ้วนหรือลงพุงได้ นอกจากนั้นก็ยังอาจจะมีโรคเรื้อรังอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย
ในระยะแรกหลังจากปรับรสชาติขนมให้มีความหวานลดลงนั้น ดวงเดือนยอมรับว่า ยอดขายลดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ยังติดรสชาติหวานแบบดั้งเดิมอยู่ แต่เมื่อได้พยายามประชาสัมพันธ์ พร้อมแนะนำข้อดีของขนมไทยอ่อนหวานให้ฟัง สินค้าก็เริ่มขายดี จนกลายเป็นเอกลักษณ์ขนมไทยของกลุ่ม
ลูกค้าหลัก ๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขนมหม้อแกงหม้อดิน ความหวานของขนมไทย จาก น้ำตาลมะพร้าว เป็นหลัก เพราะเป็นวัตถุดิบคุณภาพดี และหาได้ง่าย โดยจุดเด่นของน้ำตาลมะพร้าวคือจะทำให้ขนมมีรสชาติที่กลมกล่อมและหอมมากขึ้น<span id="more-3295"></span></p>
<div><img title="ขนมหม้อแกงหม้อดิน" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2010/06/dessert-pot-soil1.jpg" alt="ขนมหม้อแกงหม้อดิน" /></div>
<p>กระแสดูแลสุขภาพมาแรง <strong>ขนมหวาน</strong>ไทย ๆ บางอย่างกลายเป็นของแสลงสำหรับคนที่กังวลเรื่องความหวาน จึงมีกลุ่มแม่บ้านที่ทำ<strong>ขนมไทย</strong>ขายเลือกใช้กลยุทธ์ลดความหวาน เพื่อดึงดูดใจลูกค้าที่ห่วงใยสุขภาพ แต่ยังติดใจรสชาติอร่อยของ<strong>ขนมไทย</strong> เกิดเป็น<strong> ขนมไทยอ่อนหวาน</strong> เป็นอีก <strong>ช่องทางทำกิน</strong> ที่น่าสนใจ</p>
<p>ดวงเดือน เจียมศิริ ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรร่วมความคิดสามัคคี ต.แควอ้อม อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ซึ่งผลิต <strong>ขนมไทยอ่อนหวาน </strong>เล่าว่า เดิมทางกลุ่มก็ผลิต<strong>ขนมไทย</strong>ทั่วไปสารพัดชนิดขาย โดยมีทั้งที่ผลิตเพื่อขายส่งและจำหน่ายปลีกที่หน้าร้าน ต่อมาเห็นว่ากระแส<strong>คนรักสุขภาพ</strong>มาแรง ประกอบกับได้แนวคิดจากการเข้าร่วมอบรมใน โครงการสมัชชาอาหารปลอดภัยสมุทรสงคราม โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงกลับมานั่งคิดดูและพบว่าลูกค้าหลายคนของกลุ่มก็มีความกังวลเรื่องความ หวานของขนม จึงคิดว่าน่าจะลองปรับสูตร<strong>ขนมไทย</strong>ดั้งเดิมที่ทำอยู่ ให้มีความหวานลดลง เพื่อเอาใจกลุ่มลูกค้ารักสุขภาพ จึงเกิดเป็น<strong>ขนมไทยอ่อนหวาน</strong></p>
<p>ประธานกลุ่มแม่บ้านอธิบายว่า ปัจจุบันคนไทยเป็นโรคอ้วนและมีความเสี่ยงต่อพฤติกรรมการกินติดหวานมากขึ้น โดยปริมาณน้ำตาลที่บริโภคเกินความต้องการ เมื่อใช้ไม่หมดก็จะเป็นพลังงานส่วนเกินที่ร่างกายสะสม ก่อให้เกิดภาวะอ้วนหรือลงพุงได้ นอกจากนั้นก็ยังอาจจะมีโรคเรื้อรังอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย</p>
<p>ในระยะแรกหลังจากปรับรสชาติขนมให้มีความหวานลดลงนั้น ดวงเดือนยอมรับว่า ยอดขายลดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ยังติดรสชาติหวานแบบดั้งเดิมอยู่ แต่เมื่อได้พยายามประชาสัมพันธ์ พร้อมแนะนำข้อดีของขนมไทยอ่อนหวานให้ฟัง สินค้าก็เริ่มขายดี จนกลายเป็นเอกลักษณ์ขนมไทยของกลุ่ม</p>
<p>ลูกค้าหลัก ๆ จะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่ชอบขนมไทย ซึ่งตัวสินค้าก็ ใช่ว่าจะลดความหวานลงไปเสียทั้งหมด แต่ปรับลดความหวานลงมาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม คือลดความหวานของ<strong>ขนมไทย</strong>ลงมาประมาณ 25% จากสัดส่วนเดิม เพื่อไม่ให้เสียรสชาติมากจนเกินไป และต้องการรักษาจุดเด่นของ<strong>ขนมไทย</strong>ไว้ด้วย</p>
<p>แรก ๆ ลูกค้ายังไม่เข้าใจ ยอดขายก็ลดลงไปบ้าง แต่เมื่อเราพยายามแนะนำข้อดีว่าการทาน<strong>ขนมหวาน</strong>น้อยจะเป็นผลดีต่อสุขภาพ ลูกค้าก็เริ่มเข้าใจและเริ่มรับได้กับแนวทางของเรา</p>
<div><img title="ขนมหม้อแกงหม้อดิน" src="http://www.xn--b3c4bjh8ap9auf5i.th/wp-content/uploads/2010/06/dessert-pot-soil.jpg" alt="ขนมหม้อแกงหม้อดิน" /></div>
<p>สำหรับ<strong>ขนมไทยอ่อนหวาน</strong>ที่ทำขาย ก็มีเกือบทุกประเภท อาทิ ทองหยิบ, ทองหยอด, ฝอยทอง, เม็ดขนุน, ข้าวเหนียวตัด, ถั่วกวน, เผือกกวน, บ้าบิ่น แต่ที่เป็นจุดเด่นและเป็นที่นิยมของลูกค้ามากที่สุดเห็นจะเป็นเมนู <strong>ขนมหม้อแกงหม้อดิน</strong> โดยความหวานของ<strong>ขนมไทย</strong>ที่ทางกลุ่มผลิตขึ้นนั้น จะเน้นใช้ความหวานจาก <strong>น้ำตาลมะพร้าว</strong> เป็นหลัก เพราะเป็นวัตถุดิบคุณภาพดี และหาได้ง่ายในพื้นที่สมุทรสงคราม โดยจุดเด่นของ<strong>น้ำตาลมะพร้าว</strong>คือจะทำให้ขนมมีรสชาติที่กลมกล่อมและหอมมากขึ้น</p>
<p>ทุนเบื้องต้นในการทำขนมขาย ขึ้นอยู่กับขนาดกิจการ ส่วนทุนวัตถุดิบอยู่ที่ประมาณ 70% จากราคาขาย ซึ่งหากเป็น<strong>ขนมไทย</strong>ใส่ถาดจะขายราคาชิ้นละ 5 บาท ส่วน<strong>ขนมหม้อแกงหม้อดิน</strong>จะอยู่ที่หม้อ ละ 40 บาท</p>
<p><strong>อุปกรณ์</strong>ที่ใช้ หลัก ๆ มีอาทิ กะละมังหรือหม้อสำหรับผสมขนม, เตาถ่านหรือเตาแก๊ส สำหรับอบ, ถาดสำหรับใส่ขนม, หม้อหรือกระทะทองเหลือง, หม้อดินเผาสำหรับใส่หม้อแกง และอุปกรณ์เครื่องครัวอื่น ๆ</p>
<p>ส่วนผสมในการทำ <strong>ขนมหม้อแกงหม้อดิน</strong> สูตรอ่อนหวาน ประกอบด้วย ไข่เป็ด 100 ฟอง (ใช้เฉพาะไข่ขาว 70 ลูก และเฉพาะไข่แดง 30 ลูก), น้ำตาลมะพร้าว 1.5 กิโลกรัม, หัวกะทิ 1.2 กิโลกรัม, ถั่วเขียว 12 กิโลกรัม โดยสูตรนี้จะสามารถทำขนมหม้อแกงหม้อดินได้ประมาณ 30 หม้อ</p>
<h3>ขั้นตอนการทำขนมหม้อแกงหม้อดิน</h3>
<p>เริ่มจากการนำไข่เป็ดมาทำความสะอาดและต่อยเอาไข่ขาวกับไข่แดงในอัตราส่วน 70:30 ทำการตีไข่ให้ขึ้น จากนั้นนำ<strong>น้ำตาลมะพร้าว</strong>และหัวกะทิมาผสมให้เข้ากัน เสร็จแล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง นำไข่ที่เตรียมไว้มาเทใส่ลงผสมรวมกันกับ<strong>น้ำตาลมะพร้าว</strong>และกะทิ นำถั่วเขียวนึ่งมาปั่นให้แหลกจากนั้นเทรวมกับส่วนผสมแรก ทำการขยำให้เข้ากัน</p>
<p>หลังจากนั้นให้เทส่วนผสมทั้งหมดใส่หม้อหรือกระทะทองเหลือง ตั้งไฟกวนพอข้น เทใส่หม้อดิน (หรือถาด) ที่ทำความสะอาดไว้แล้ว จากนั้นนำขนมที่บรรจุในภาชนะแล้วใส่เข้าเตาอบใช้เวลาอบประมาณ 30-40 นาที จนขนมสุก หน้าเหลือง จึงนำออกมาโรยด้วยหอมเจียว เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำ</p>
<p>หม้อใส่ขนมของที่นี่ก่อนนำมาใช้จะแช่น้ำทิ้งไว้ 2 คืน จากนั้นจึงจะนำมาล้างอีก 2 ครั้ง ก่อนนำไปอบในตู้อบเพื่อให้สะอาดและปราศจากกลิ่นเหม็นหืนของหม้อ ซึ่งนอกจากเรื่องความปลอดภัยตามหลักโภชนาการแล้ว ความสะอาดก็เป็นสิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ สำหรับคนทำอาชีพเกี่ยวกับขนมและอาหาร ดวงเดือนกล่าว</p>
<p>ใครสนใจผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรร่วมความคิดสามัคคี ซึ่งเข้าโครงการสมัชชาอาหารปลอดภัย โดยการสนับสนุนของ สสส. ติดต่อได้ที่เลขที่ 49 หมู่ 6 ต.แควอ้อมอ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม โทร. 08-6762-0899 ทั้งนี้ อ่อนหวาน นี่ก็ถือเป็น ช่องทางทำกิน เกี่ยวกับอาหารที่น่าสนใจในยุคนี้</p>
<p><span style="font-size: xx-small;">ที่มา : <a rel="nofollow" href="http://www.dailynews.co.th/" target="_blank">เดลินิวส์</a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://108thaijob.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

