กระเป๋าหนังต่อ สินค้าโอท็อป
กว่า 20 ปีที่สามีภรรยา สำรวย เอกสิริลัญจกร-สร้อยสวาท คชิน ปักหลักเย็บกระเป๋าหนังที่ใช้เศษหนังเหลือมาเย็บเป็นกระเป๋าหนังต่อรูปทรง ต่างๆ กว่า 30 แบบ ตระเวนขายตามงานต่างๆ จนรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้แต่ละชุมชนผลิตสินค้าเพื่อคัดเลือกเป็นสินค้าใน โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์(โอท็อป) Read more »
เพาะเห็ด เมืองหนาว ในห้องเย็น สร้างรายได้
ผนิตนาฎ-วีระ ภัทรอานันท์ สองสามีภรรยา ตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพจากนำเข้าและจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องโทรศัพท์มือถือ ทำฟาร์มเห็ด โดยใช้ระบบปิด เพาะเห็ดในห้องเย็น และโรงเรือนเปิดแบบประยุกต์ ที่บ้านสุขสมบูรณ์ ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา Read more »
ประดิษฐ์ดอกไม้ จากกระดาษสมุดหน้าเหลือง
ปัจจุบันสิ่งของเหลือใช้และสิ่งของที่ใช้แล้ว ซึ่งกลายเป็นวัตถุไร้ค่านั้น มีจำนวนไม่น้อยที่ถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีก ทั้งในรูปแบบของการไปรีไซเคิล และนำมาเป็นวัตถุดิบได้เลย ในจำนวนสิ่งของเหล่านี้มีกระดาษสมุดโทรศัพท์หน้าเหลือง Read more »
ทำช่อดอกไม้เตยหอม
โครงการทูบีนัมเบอร์วัน ที่ได้ดำเนินงานมากว่า 7 ปีแล้ว ก็ยังคงเดินหน้าเป็นกำลังสำคัญในการสร้างเกราะป้องกันและปลูกภูมิคุ้มกันทางด้านจิตใจให้เด็กและเยาวชนไทยมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีจิตใจที่เข้มแข็งไม่ไปลุ่มหลงกับสิ่งยั่วยุมอมเมาต่างๆ Read more »
งานศิลป์จากไม้ สร้างอาชีพ
สทิต วารี หรือฟ้า วัย 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93 บ้านธาตุพนม ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม ตระเวนขายผลิตภัณฑ์งานศิลป์ที่ทำจากไม้ ด้วยต้องการช่วยครอบครัวหารายได้อีกทาง จนกลายเป็นที่รู้จักขณะที่สินค้าก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี Read more »
ซาลาเปาไส้แกง สร้างจุดขาย
ซาลาเปา ยุคนี้มีการพัฒนาพลิกแพลงให้แปลกใหม่หลากหลาย ทั้งรูปร่างหน้าตา รวมถึง ไส้แปลก ๆ ซึ่งวันนี้ทีม ช่องทางทำกิน ก็จะเสนอข้อมูลการทำอาชีพขายซาลาเปาที่มีไส้ใหม่ ๆ น่าสนใจ Read more »
ผ้าไหมมัดหมี่ อาชีพสร้างรายได้
การถักทอผ้าไหมมัดหมี่ถือเป็นภูมิปัญญาของชาวอีสานมาตั้งแต่สมัยโบราณ ที่สืบทอดวิธีการผลิตจากรุ่นสู่รุ่นอย่างมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกันในแต่ละท้องที่ เช่นเดียวกับภูมิปัญญาของ กลุ่มสตรีบ้านสวาย อ.เมือง จ.สุรินทร์ ที่ยึดถักทอผ้าไหมมัดหมี่ย้อมสีธรรมชาติอันเป็นจุดเด่น
ภาวิณี บุญอาสา รองประธานกลุ่มแม่บ้านสวาย กล่าวถึงที่มาของการผลิตผ้าไหมมัดหมี่ ว่าเป็นสิ่งที่สืบทอดจากบรรพบุรุษในหมู่บ้าน โดยตั้งแต่จำความได้ก็เติบโตมาพร้อมกับผ้าเหล่านี้ ซึ่งยุคนั้นจะทอเป็นผืนใหญ่เพื่อการนุ่งห่ม จำหน่ายให้คนทั้งในและนอกหมู่บ้าน โดยจะเป็นลายธรรมดาพื้นๆ สีด้านๆ Read more »
การเพาะเลี้ยงสาหร่ายไก
สาหร่ายน้ำจืดที่เป็นอาหารพื้นบ้านของคนแถบริมแม่น้ำโขงและแม่น้ำสายใหญ่ทางเหนือของไทยที่รู้จักกันดี ก็คือ สาหร่ายที่เรียกกันว่า ไก ซึ่งเป็นสาหร่ายสีเขียวเป็นเส้นเหมือนเส้นผม และที่สำคัญคือสาหร่ายชนิดนี้เป็นอาหารชั้นดีของปลาบึก
ปกติแล้วไกจะพบได้มากใน ช่วงฤดูหนาวและร้อน ซึ่งจะเจริญได้ดีในสภาพน้ำสะอาดใสและตื้น พอมีฝนตกลงมามาก ไกก็จะหายไป ดังนั้นในแต่ละปีจะมีไกให้เราหามาปรุงอาหารได้เพียง 3-5 เดือนเท่านั้น แต่ความที่ไกเป็นที่ต้องการของตลาดได้ทั้งปี รวมทั้งตอนนี้ก็มีกิจการเลี้ยงปลาบึก ซึ่งต้องการใช้ไกเป็นอาหารจำนวนมาก จึงเกิดการเพาะเลี้ยงไกขึ้นมา
กลุ่มนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งนำโดย รศ.ดร.ศิริเพ็ญ ตรัยไชยาพร เป็นหัวหน้าทีม ได้ร่วมกันศึกษาหาวิธีเพาะเลี้ยงไก โดยใช้น้ำทิ้งจากโรงอาหาร ซึ่งยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุอาหารต่างๆ อยู่มาก มาเป็นเครื่องมือสำหรับเลี้ยงสาหร่าย โดยนำน้ำดังกล่าวมาผสมน้ำในอัตราส่วนต่างๆ กัน แล้วก็ไปเก็บสาหร่ายไก มาจากแม่น้ำน่าน ซึ่งปกติไกเหล่านี้จะเกาะอยู่บนก้อนหิน ก็เก็บมาทั้งก้อนหินแล้วมาลองเลี้ยงในอ่างแก้วเหมือนตู้ปลาขนาดใหญ่แล้วให้ อากาศเหมือนการเลี้ยงปลาทั่วไป Read more »
งานแฮนด์แมค นาฬิกาภาพการ์ตูน
อ.วิทยา ได้เพิ่มมูลค่าให้ ภาพวาดการ์ตูน ทำให้มีประโยชน์ใช้สอยมากขึ้น โดยการใส่นาฬิกาเข้าไปผสมผสานในภาพวาดด้วย จนเป็น นาฬิกาภาพการ์ตูน เกิดขึ้นในร้านและก็เป็นสินค้าที่ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี
ศิลปะการวาดภาพนั้นมีหลากหลายแนว ซึ่งผลงานแนวการ์ตูนน่ารัก ๆ ก็ได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ยิ่งถ้ามีการเพิ่มมูลค่าด้วยการประยุกต์ทำเป็นสินค้าที่มีประโยชน์ใช้สอย ก็จะยิ่งทำรายได้และสร้างความน่าสนใจมากขึ้น อย่าง นาฬิกาภาพการ์ตูน ที่ทีมช่องทางทำกิน จะนำเสนอวันนี้ Read more »
การประดิษฐ์ ดอกไม้ผ้าใยบัว
กลุ่มหัตถกรรมดอกไม้จากผ้าใยบัว ภายใต้การนำของ ปรีดา เพ็ญแก้ว ที่ผลิตและยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์นี้จนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งใน ตลาด จ.สงขลาและจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งยังส่งออกยังประเทศมาเลเซียและสวีเดน สร้างรายได้ Read more »
งานประดิษฐ์จากกะลามะพร้าว
งานประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติ อย่างเช่น งานประดิษฐ์จากกะลามะพร้าว จะมีมานานแล้ว แต่ก็มีคนต่อยอดพัฒนาจนเกิดเป็นสินค้าหลากหลายได้อย่างต่อเนื่อง ยิ่งถ้าคนทำรู้จักวิเคราะห์ตลาด ปรับรูปแบบ ตั้งราคาให้เหมาะสม ชิ้นงานก็จะยิ่งได้รับความสนใจ
แม้งานประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติอย่างเช่น งานประดิษฐ์จากกะลามะพร้าว จะมีมานานแล้ว แต่ก็มีคนต่อยอดพัฒนาจนเกิดเป็นสินค้าหลากหลายได้อย่างต่อเนื่อง ยิ่งถ้าคนทำรู้จักวิเคราะห์ตลาด ปรับรูปแบบ ตั้งราคาให้เหมาะสม ชิ้นงานก็จะยิ่งได้รับความสนใจ อย่างรายที่ ช่องทางทำกิน จะนำเสนอวันนี้?
เดชา สนธินุช เป็นเจ้าของงานจากกะลามะพร้าวหลากหลายไอเดีย เจ้าของผลงานเล่าว่า เดิมทำอาชีพเป็นช่างจิวเวลรี่นานกว่า 15 ปี ต่อมาเริ่มรู้สึกเบื่อ อิ่มตัว อยากจะทำจับธุรกิจเล็ก ๆ สักอย่าง โดยมองไป ที่งานประดิษฐ์ ของตกแต่ง เนื่องจากมีความชำนาญด้านงานช่าง-งานฝีมืออยู่แล้ว และก็สนใจชิ้นงานจากวัสดุ กะลามะพร้าว เพราะมองว่าเป็นวัสดุที่มีราคาถูก หาง่าย มีอยู่ทั่วไป จึงเริ่มทดลองทำมาตั้งแต่ ปี 2548
ระยะแรกผลงานของเขาจะเน้นไปที่ชิ้นงานขนาดใหญ่ เน้นความเป็นศิลปะไทย อาทิ งานรูปสัตว์ป่าหิมพานต์, พระพุทธรูป ต่อมาคิดว่าน่าจะทำงานที่มีขนาดเล็กลงมา และมีรูปแบบน่ารัก มีสไตล์การ์ตูนนิด ๆ ให้ดูน่ารัก เพื่อตามใจตลาดดูบ้าง อาทิ ตุ๊กตากบ, หนอน, ปลาทอง และงานโมบาย รวมถึงงานโคมไฟ ทั้งแบบตั้งโต๊ะ และแบบแขวนห้อยเพดาน ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งที่ลดขนาดชิ้นงานก็คือ เพื่อลดระยะเวลาในการผลิตงานให้น้อยลง เนื่องจากงานชิ้นใหญ่บางชิ้นต้องใช้เวลาในการทำไม่น้อยกว่า 5 เดือน
งานชิ้นใหญ่มีรายละเอียดซับซ้อน ต่อมาคิดว่าน่าจะเพิ่มสินค้าสไตล์อื่นดูบ้าง เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าให้กว้างขึ้น และลดขนาดชิ้นงานให้เล็กลงมา เพื่อที่จะสามารถขายงานได้มากชิ้นขึ้น จึงกลายเป็นรูปแบบในปัจจุบัน คือเปลี่ยนจากงานเน้นรายละเอียด มาเป็นงานตลาดดูบ้าง ก็ทำให้มีลูกค้ามากขึ้น โดยสินค้าจะขายดีมากในช่วงปลายปี หรือใกล้ปีใหม่ แต่โดยรวมก็สามารถขายได้ทั้งปี เพราะแหล่งที่ขายประจำอยู่ที่ตลาดบางน้ำผึ้ง พระประแดง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว เจ้าของผลงานกล่าว
รูปแบบของสินค้า เขาบอกว่าสามารถต่อยอดทำไปได้ เรื่อย ๆ ไม่มีตัน โดยปัจจุบันสินค้าที่ทำนั้นมีอยู่มากมายหลายสิบแบบ โดยที่ขายดีที่สุดจะเป็นงานประเภทตุ๊กตาตั้งโต๊ะ และ งานโมบายสำหรับแขวน โดยราคาสินค้าเริ่มตั้งแต่ชิ้นละ 120 บาท จนถึง 30,000 บาท ขึ้นกับขนาด ความยากง่าย และรายละเอียดของชิ้นงาน
ทุนเบื้องต้นสำหรับการทำงานประเภทนี้ ใช้เงินลงทุนครั้งแรกประมาณ 10,000 บาท โดยต้นทุนจะลดลงอีกหากผู้ทำมีอุปกรณ์บางชิ้นอยู่แล้ว ส่วนทุนวัสดุต่อชิ้นจะอยู่ที่ประมาณ 40% ของราคาที่ตั้งขาย

อุปกรณ์เครื่องมือที่จำเป็น
มีสว่านไฟฟ้า, เลื่อยฉลุ, เลื่อยแท่น, เครื่องขัดเจีย, ปืนยิงกาวร้อน และอุปกรณ์สำหรับงานไม้ ส่วนวัสดุที่ต้องใช้หลัก ๆ ก็มี กะลามะพร้าว, ไม้สนนอก, กาวร้อน, กระดาษทราย
ขั้นตอนการทำ
เริ่มที่เตรียมกะลามะพร้าว เริ่มจากนำมะพร้าวมาปอกเปลือก และเจาะเอาน้ำด้านในออกให้หมด จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 1 วันให้เนื้อด้านในล่อน จึงใช้มีดแคะออกมา การเลือกกะลาที่เหมาะจะนำมาใช้งานนั้น ให้เลือกใช้กะลาที่มีความหนาพอสมควร เลือกที่มีความโค้งไม่มาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบงาน
เมื่อได้กะลาที่มีขนาดและรูปทรงตามต้องการแล้ว ลำดับต่อมาให้นำกะลามะพร้าวที่ได้มาทำการขัดผิวให้เรียบด้วยเครื่องขัดหรือ เครื่องเจีย จากนั้นสำรวจและจัดการให้เรียบร้อยอีกทีด้วยกระดาษทราย เพื่อขจัดเศษเสี้ยน จากนั้นนำกะลามาผ่าซีกหรือตัดให้ได้ตามชิ้นส่วนของแบบที่เลือกไว้ โดยอาจจะตัดเป็นชิ้นส่วนไว้ทีเดียวพร้อมกัน แล้วจึงค่อยนำมาประกอบภายหลัง
เมื่อได้ส่วนประกอบแล้ว ก็ให้นำไม้สนนอกมาเหลาเพื่อทำเป็น ?สลักยึด? ใช้แทนตะปู โดยอาจทำไว้ทีเดียวหลาย ๆ ขนาดเหมือนกับขั้นตอนการทำชิ้นส่วน จากนั้นเมื่อได้ส่วนประกอบและสลักยึดครบแล้วก็นำมาประกอบ ขึ้นรูปตามแบบที่ต้องการ เริ่มจากส่วนฐานและลำตัวก่อน โดยใช้กาวร้อนและไม้สนนอกที่เหลาเป็นสลักเป็นตัวยึด และเชื่อมในส่วนต่าง ๆ หากต้องการตกแต่งก็อาจใช้เศษกะลาที่เหลือตกแต่ง จากนั้นตั้งทิ้งไว้ให้กาวแห้งสนิท เมื่อแห้งสนิทดีแล้วก็ทำการลงแล็กเกอร์เคลือบผิว ปล่อยทิ้งให้แห้ง เป็นอันเสร็จขั้นตอน
ใครสนใจ งานประดิษฐ์จากกะลามะพร้าว ของเดชา ติดต่อได้ที่ เลขที่ 57 หมู่ 10 ต.บางยอ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ โทร.08-6076-1638 ส่วนใครที่สนใจอยากจะฝึกหัดทำ หรืออยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถสอบถามกับเจ้าของงานได้โดยตรง.
ที่ที่มา : เดลินิวส์
งานป้ายไฟ อาชีพเสริม
ป๊อบ-พนัชกานต์ ฉันทเลิศวิทยา มีอาชีพทำป้ายไฟ ที่มีความโดดเด่นแปลกใหม่ โดยรับทำเป็น รูปหน้าคน และ รูปต่าง ๆ ตามที่ลูกค้าต้องการ
การทำงานประดิษฐ์ ถ้ารู้จักนำความชำนาญผนวกเข้ากับไอเดียสร้างสรรค์ คิดงานที่เป็นแบบฉบับของตัวเอง แม้จะไม่ใช่งานใหม่ แต่ก็เป็นงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อาจจะสามารถจำหน่ายสร้างรายได้อย่างน่าสนใจ อย่างเช่นงาน ป้ายไฟ ที่ทีม ช่องทางทำกิน มีข้อมูลมานำเสนอในวันนี้
ป๊อบ-พนัชกานต์ ฉันทเลิศวิทยา มีอาชีพทำป้ายไฟ ที่มีความโดดเด่นแปลกใหม่ โดยรับทำเป็น รูปหน้าคน และ รูปต่าง ๆ ตามที่ลูกค้าต้องการ เจ้าตัวเล่าว่า สำหรับการทำป้ายไฟตัวนี้เป็นงานอาชีพเสริมที่ใช้เวลาว่างช่วงเย็นหลังเลิก งานประจำและช่วงวันหยุดผลิตออกมาจำหน่าย โดยปกติทำงานประจำเป็นพนักงานอยู่ที่ธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งกับงานป้ายไฟนั้นเพิ่งเริ่มทำออกมาจำหน่ายเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
เริ่มมาจากการที่เป็นคนชอบป้ายไฟของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เวลาไปเดินซื้อของตามตลาดเปิดท้ายก็มักจะเจอพ่อค้าแม่ค้านำมาวางจำหน่าย ดูแล้วสวยงาม อยากได้มาแต่งบ้าน พอดีน้องชายทำงานเกี่ยวกับป้ายโฆษณา และทำป้ายร้านอยู่แล้ว จึงออกแบบรูปและให้น้องชายทำป้ายไฟออกมาให้ เพื่อเอาไว้แต่งบ้าน
แต่หลังจากที่ทำแล้วผลงานออกมาดูลงตัวสวยงามดี จึงเกิดความคิดที่จะทำออกจำหน่ายเสียเลย จึงร่วมกันกับน้องผลิตออกมาจำหน่าย เริ่มเปิดตลาดโดยการประกาศขายทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งก็ได้รับความสนใจและได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี จึงทำเป็นอาชีพเสริมเรื่อยมา
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเริ่มทำออกจำหน่ายนั้น จะต้องไปเดินสำรวจตลาดดูก่อน จะได้รู้ราคาป้ายไฟที่คนอื่นขายกัน จะได้มากำหนด ราคาขายได้เหมาะสม ไม่ให้ราคาสูงเกินไป
ป๊อบบอกต่อว่า งานป้ายไฟของเรานั้นจะเน้นทำออกมาให้สามารถขายได้ทุกเทศกาล ซึ่งรูปต่าง ๆ จะมีการเปลี่ยนไปให้เข้ากับเทศกาลต่าง ๆ และงานเราจะเน้นเป็นงานกราฟิก แต่ที่เป็นจุดเด่นของเรานั้นจะทำเป็นรูปหน้าคนที่ลูกค้าสามารถสั่งทำได้ แค่มีรูปมาให้เรา หรือต้องการสั่งทำตามรูปแบบที่ต้องการก็ได้
การทำป้ายไฟรูปแบบนี้นั้น มีความสำคัญอยู่ที่ว่าจะต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการตกแต่งรายละเอียดของรูป เพราะฉะนั้นคนที่ทำจะต้องพอมีความรู้เรื่องการแต่งรูปในคอมพิวเตอร์อยู่บ้าง

สำหรับวัสดุอุปกรณ์
ในการทำงานประเภทนี้ หลัก ๆ ก็มี คอมพิวเตอร์, เครื่องตัดสติก เกอร์, กล่องไฟสังกะสี, ชุดหลอดไฟ, แผ่นอะคริลิกใส, สติกเกอร์, คัตเตอร์ เป็นต้น
ในส่วนของกล่องไฟสังกะสีนั้น สามารถสั่งให้ร้านทำป้ายทำให้สำเร็จรูปได้เลย เพียงแค่เรากำหนดไซซ์ตามที่เราต้องการไป แต่จะต้องสั่งทำเป็นจำนวนหลายชิ้นถึงจะได้ในราคาที่ถูกลง ซึ่งสำหรับป๊อบจะสั่งทำ 3 ขนาด เล็ก-กลาง-ใหญ่ ราคาอยู่ที่ชุดละ 250-350-650 บาท ตามขนาด
นี่เป็นราคาที่รวมหลอดไฟที่ติดมาให้แล้ว และรวมแผ่นอะคริลิกใสด้วย ซึ่งกล่องไฟนี้จะสั่งทำให้มีฝาปิด-เปิดด้านบนได้ด้วย เพื่อความง่ายต่อการเปลี่ยนหลอดไฟเมื่อหลอดเสีย
สติกเกอร์ที่ใช้ทำนั้น ถ้าเป็นสติกเกอร์สีดำ หรือสีอื่น ๆ ต้องใช้ไฟสีนวล ถ้าเป็นสติกเกอร์สีขาว จะใช้ไฟสีส้ม งานจึงจะออกมาดูสวยงาม
เตรียมวัสดุพร้อมแล้ว
ขั้นตอนการทำ
ก็เริ่มจากนำไฟล์รูปที่ต้องการจะทำไปทำการแต่งภาพใน คอมพิวเตอร์ โดยใช้ทั้งโปรแกรมโฟโต้ช็อปและโปรแกรมตัดสติกเกอร์ ถ้าเป็นรูปที่มีรายละเอียดมาก ๆ ก็จะทำยาก เพราะฉะนั้นควรเลือกรูปที่มีรายละเอียดไม่เยอะ
เมื่อทำการแต่งรูปเรียบร้อย ก็พรินต์ออกมาที่เครื่องตัดสติกเกอร์ จากนั้นก็นำมาดึงสติกเกอร์ตรงส่วนที่จะให้แสงไฟลอดออก ถ้าไม่มีเครื่องตัดสติก เกอร์ก็ต้องใช้ความสามารถในการตัด โดยตัดหลังพรินต์รูปออกมา
หลังจากที่ตัดสติกเกอร์ตามรอยที่เรากำหนดเรียบร้อยแล้ว ก็นำสติก เกอร์ไปทำการติดลงบนแผ่นอะคริลิกใส จากนั้นนำแผ่นอะคริลิกใสที่ติดสติก เกอร์แล้วไปใส่ไว้ด้านหน้าของกล่องไฟ ใช้สว่านเจาะรูด้านบน นำฝาบนมาประกบยึดนอตให้แน่น เท่านี้ก็จะได้ป้ายไฟตามที่ต้องการ
ป้ายไฟของป๊อบ-พนัชกานต์ที่ทำออกจำหน่ายนั้นมี 3 ไซซ์ ขนาดเล็ก 16?40 ซม., ขนาดกลาง 30?40 ซม., ขนาดใหญ่ 40?60 ซม. มีราคาขายส่งอยู่ที่ 450-550-900 บาท แต่ต้องสั่ง 3?6 ชิ้นขึ้นไป และถ้าสั่งทำเป็นรูปหน้าคนก็มีราคาอยู่ที่ 1,200 บาท หรือจะสั่งทำเป็นรูปอื่น ๆ ราคาก็จะขึ้นอยู่ที่ความยากง่ายของรายละเอียดชิ้นงาน ทั้งนี้ พนัชกานต์ยังมีการต่อยอดสินค้าทำเป็นป้ายไฟที่เป็นนาฬิกาอีกด้วย
สำหรับใครที่สนใจงาน ป้ายไฟ ของป๊อบ-พนัชกานต์ อยากสั่งทำ อยากรับไปจำหน่ายต่อ ต้องการสั่งทำให้เป็นแบบของตัวเอง ก็สามารถโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ โทร. 08-9490-2405 ซึ่งนี่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งในการทำงานประดิษฐ์โดยใส่ไอเดียให้เป็นงานที่มี เอกลักษณ์เฉพาะตัว จนเป็น ช่องทางทำกิน ที่ดี
หิ้งพระ บ้านทรงไทย
ปัจจุบันแบบ หิ้งพระบ้านทรงไทย นี้ รูปแบบตัวบ้านยังยึดเอกลักษณ์บ้านทรงไทยภาคกลาง เพียงแต่เรื่องของขนาดนั้นใช้วิธีกำหนดตามจำนวน พระบูชา หรือ เทพบูชา ที่จะอัญเชิญขึ้นหิ้ง
คนที่มีความรู้ความชำนาญด้านใดด้านหนึ่งถือว่ามีข้อดีมากกว่าคนอื่น ๆ ยิ่งรู้จักนำความรู้ที่มีอยู่เป็นทุนเดิมมาทำการดัดแปลงและพัฒนา ก็สามารถต่อยอดสินค้าของตนออกไปได้มากมายหลากหลายรูปแบบอย่างเช่นงาน หิ้งพระ ที่มีเอกลักษณ์แบบ บ้านทรงไทย ที่ทีม ช่องทางทำกิน จะนำเสนอวันนี้
ณรงค์ สมบัติรักษ์ หรือเจ้าของสินค้าที่ได้ฉายาว่า ณรงค์ บ้านทรงไทยอยุธยา เล่าว่า เดิมทีตนรับราชการเป็นนายช่างโยธา จนใกล้เกษียณเมื่อปี 2547 จึงคิดว่าจะหางานอดิเรกที่พอจะสามารถทำเป็นอาชีพเสริมในยามว่างหลังจาก เกษียณออกมา จนมาเจองานไม้สักลักษณะนี้ จากการที่ได้เห็นเศษไม้สักของลูกชายที่เรียนอยู่ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีและ อุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมักมีเศษไม้สักเหลือทิ้งเป็นจำนวนมาก เกิดนึกเสียดาย จึงคิดว่าน่า จะนำมาพัฒนาเป็นชิ้นงานอะไรสักอย่างได้ และด้วยความที่ชอบ บ้านทรงไทย โดยเฉพาะสไตล์ภาคกลาง จึงนำเศษไม้สักดังกล่าวมาทดลองทำเป็นบ้านทรงไทยขึ้น
ผลงานชิ้นแรก ๆ ณรงค์ยอมรับว่ายังไม่สวยมากนัก ก็อาศัยการฝึกฝนและฝึกหัดทำจนเริ่มชำนาญขึ้น จนเมื่อมีคนมาพบเข้าก็ออกปากชมว่าสวยดี ระหว่างนั้นมีการประกวดสินค้าโอท็อป จึงลองส่งดู ปรากฏว่าก็ได้รับการคัดเลือก จึงทำให้มีกำลังใจมากขึ้น
ที่ลูกค้าชอบและชมมาคือ สวย งานละเอียด และมีสัดส่วนตรงกับของจริง ที่สำคัญลูกค้าชอบที่สามารถถอดชิ้นส่วนต่าง ๆ และนำมาทำความสะอาดได้ เมื่อผลตอบรับเริ่มมี ก็เริ่มทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น จึงคิดทำขายอย่างจริงจัง โดยทำมาตั้งแต่ปี 2548 และทำมาเรื่อย ๆ โชคดีที่มีโอกาสได้ไปจัดแสดงตามงาน ต่าง ๆ ทำให้คนรู้จักมากขึ้น ยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้น ลูกค้าส่วนใหญ่มักนำไปเป็นของขวัญของฝากให้กับผู้ใหญ่ หรือมอบให้ชาวต่างชาติ
จากบ้านทรงไทยจำลอง ซึ่งชิ้นงานค่อนข้างใหญ่โต และค่อนข้างราคาสูง ระดับหลักหมื่นบาท ณรงค์จึงคิดว่าน่าจะเพิ่มชนิดสินค้า โดยปรับย่อขนาดให้เล็กลง และเพิ่มประโยชน์ใช้สอยให้แตกต่างจากบ้านทรงไทย ขึ้นมาอีกสักชิ้น จึงเกิดเป็นงาน หิ้งไม้บูชาพระบ้านทรงไทย โดยเน้นกลุ่มลูกค้าที่อาศัยอยู่ตามคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ ที่มีพื้นที่จำกัด อาจไม่สะดวกในการจัดวางโต๊ะหมู่บูชาพระ จึงนำเอางานหิ้งไม้มาผสมกับงานบ้านทรงไทยจำลองจนเกิดเป็นชิ้นงาน ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากลูกค้ามาก เพราะนอกจากจะเป็นหิ้งบูชาพระก็ยังใช้เป็นสินค้าตกแต่งประดับบ้านได้อีกทาง หนึ่งด้วย
ที่สำคัญ นอกจากนี้ยังมี ?ลูกค้าวัยรุ่น? นิยมซื้อไปเฉพาะตัวบ้าน เพื่อนำไปทำเป็นบ้านตุ๊กตาอีกด้วย ถือว่าเป็นตลาดที่น่าสนใจ อย่างไม่คาดคิด
ปัจจุบันแบบหิ้งพระบ้านทรงไทยนี้ รูปแบบตัวบ้านยังยึดเอกลักษณ์บ้านทรงไทยภาคกลาง เพียงแต่เรื่องของขนาดนั้นใช้วิธีกำหนดตามจำนวน พระบูชา หรือ เทพบูชา ที่จะอัญเชิญขึ้นหิ้ง โดยทั่วไปมีอยู่ 2 แบบคือ แบบหิ้งเดี่ยว และแบบบูชา 3 องค์ ทั้งนี้ลูกค้ายังสามารถระบุความต้องการเป็นลักษณะของการสั่งทำ
ทุนเบื้องต้นในการทำงานลักษณะนี้ เจ้าของงานบอกว่าใช้เงินลงทุนประมาณ 5,000 บาท อาจมากหรือน้อยกว่านี้ขึ้นกับราคาของอุปกรณ์ที่เลือกใช้ ขณะที่ทุนวัตถุดิบต่อชิ้นงานอยู่ที่ประมาณ 40% จากราคาขาย โดยราคาขายเริ่มตั้งแต่ชิ้นละ 4,500 บาท ไปจนถึง 6,500 บาท ขึ้นอยู่กับแบบ
อุปกรณ์และเครื่องมือที่จำเป็น ประกอบด้วย เครื่องเจาะ (หรืออาจใช้สว่านมือแทนก็ได้ ขึ้นกับทุน), เครื่องขัดผิวไม้ (หรือกระดาษทราย), เลื่อยฉลุ ส่วนวัตถุดิบ-วัสดุที่ใช้ มีอาทิ? ไม้สัก, กาวร้อน, กาวลาเท็กซ์, ดินสอพอง, เชลแล็ก, แล็กเกอร์, ทินเนอร์, น้ำมันสน และวัสดุตกแต่ง ตามความชอบ
ขั้นตอนการทำ
เริ่มจากการร่างแบบลงบนกระดาษ โดยอาจใช้วิธีวาดออกเป็นส่วนประกอบต่าง ๆ จากนั้นนำไปลอกลายลงบนกระดาษแข็ง แล้วใช้เลื่อยฉลุตัดไม้ตามแบบที่วาดไว้ โดยอาจตัดเป็นส่วนประกอบต่าง ๆ ทิ้งไว้คราวละเป็นจำนวนมากชิ้น จะเป็นการประหยัดเวลาและลดขั้นตอนในการทำชิ้นงานได้มากขึ้น?
เมื่อได้ส่วนประกอบต่าง ๆ แล้ว อาทิ ตัวฝาบ้าน ช่องลม ปั้นบัว จั่ว และกระเบื้องหลังคา ก็เริ่มนำมาประกอบเข้าด้วยกันตามแบบที่ร่างไว้ด้วยกาวร้อนหรือกาวลาเท็กซ์ เมื่อประกอบเสร็จก็ทิ้งไว้ให้แห้งสักพัก จากนั้นนำมาประกอบ เข้ากับฐานหิ้งไม้ ยึดด้วยตะปู นำกระดาษทรายมาขัดผิวให้เรียบ ไม่ให้มีเสี้ยนไม้ติดอยู่จากนั้นนำหิ้งไม้มาทำการลง เชลแล็กเคลือบผิวไม้ นำไปตากแดดอ่อน ๆ จากนั้นนำมาเคลือบเงาด้วยแล็กเกอร์อีกทีหนึ่ง ทิ้งไว้ให้แห้ง จากนั้นทำการตกแต่งด้วยวัสดุตกแต่งที่ต้องการ เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำ?
ขั้นตอนการทำที่บอกมานี้เป็นวิธีการหลัก ๆ แต่ จริง ๆ แล้วในแต่ละขั้นตอนก็มีรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับแบบและความยากง่ายเป็นสำคัญ ดังนั้นคนที่จะทำอาชีพนี้ต้องมีคุณสมบัติแรกเลยคือ ใจเย็น และอดทน เจ้าของผลงานกล่าว?
ใครสนใจงาน หิ้งไม้บูชาพระบ้านทรงไทย ติดต่อได้ที่ 138/15 หมู่ที่ 8 ต.หัวรอ จ.พระนครศรีอยุธยา โทร.08-9792-8149, 08-7400-5345 ใครอยากจะขอข้อมูลเพิ่มเติมก็ลองติดต่อสอบถามกับคุณณรงค์ได้?
ที่มา : เดลินิวส์?
ผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง แบรนด์ดัง
ผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง จำพวกกระเป๋า รองเท้า เข็มขัด และอื่นๆให้แบรนด์ดัง ในนามกลุ่มผลิตภัณฑ์จากหนัง เน้นตลาดต่างประเทศ 90%
ปริชาติ บอกว่า สาเหตุที่กิจการมาหยุดที่การผลิตเครื่องหนังเกิดมากจาก เมื่อครั้งที่นำผลิตภัณฑ์โคมไฟที่ทำจากหวายที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ได้มีลูกค้ามาสอบถามและสนใจเกี่ยวกับเครื่องหนัง โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ จึงหันมาศึกษาแหล่งวัตถุดิบคือหนังควายแท้ จึงทราบว่าแหล่งผลิตหากมีจำนวนมากต้องเป็นย่านสำโรง จ.สมุทรปราการ ย่านบาง และวงเวียนใหญ่ กรุงเทพฯ จากนั้นได้รวบรวมแม่บ้านตั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์จากหนังขึ้นมาพร้อมๆ กับศึกษาวิธีการออกแบบ การแพ็ทเทิร์น ในการผลิตเครื่องหนังโดยในช่วงแรกจะเน้นที่กระเป๋ามีตั้งแต่กระเป๋าใส่เงิน แบบหนีบ แบบพับ กระเป๋าใส่โทรศัพท์เคลื่อนที่ กระเป๋าใส่ซองบุหรี่ กระเป๋าหิ้ว กระเป๋าสะพาย รวมแล้วเกือบ 200 แบบ มีขายตั้งแต่ 100-3,500 บาท แต่ถ้าติดเป็นราคาอย่างท้องตลาดราคา 3,500 บาท ขายส่งเพียงไม่ถึง 2,000 บาท กำไรน้อยแต่ให้ได้ปริมาณมาก?
ต่อมาพอทุกคนมีความชำนาญจึงหันมาผลิตเป็นรองเท้า เป็นรองเท้าเกี๊ยะ รองเท้าส้นพื้นเสมอ ส้นเตี้ย ส้นสูง ทั้งแบบเปลือยและหุ้มส้นกว่า 50 แบบ นอกจากนั้นยังผลิตเข็มขัดทั้งเข็มขัดผู้หญิง ผู้ชาย และอื่นๆ อีกหลายรายการ ในส่วนของโคมไฟทำจากหวายให้กลุ่มชาวบ้านมะรือโบ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ดำเนินการเอง เนื่องจากการทำโคมไฟจากหวายนั้น ใช้กลุ่มชาวบ้านที่บ้านมะรือโบเป็นผู้ผลิต ส่วนเธอเป็นผู้หาตลาด แต่ปัจจุบันหันมาเอาดีด้านผลิตภัณฑ์เครื่องหนังเนื่องจากมีกลุ่มลูกค้ามากกว่า?
ที่ฉันผลิตเครื่องหนังทั้งหมด จะผลิตเฉพาะตามที่ยอดสั่ง หรือมีออเดอร์จากลูกค้าเท่านั้น จะไม่เน้นการผลิตเพื่อขาย ไม่เน้นร้านโชว์สินค้า แต่การโปรโมทสินค้าจะใช้วิธีออกงานแสดงสินค้า หากรายอื่นต้องขายจะยกให้เลย ตรงนี้เราจะได้ลูกค้ามาอีก ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนกลางนำไปขายต่อให้กลุ่มผู้ค้ารายย่อยตามตลาดที่สวนลุมพินี สวนจตุจักร และตามห้างสรรพสินค้าดังหลายแห่ง ซึ่งตอนนี้มีขายในประเทศประมาณ 10% จากยอดผลิตทั้งหมด ส่วนอีก 90% เป็นตลาดต่างประเทศมีมากที่สุดคือญี่ปุ่น ตามด้วยสหรัฐอเมริกา คือเราใช้วิธีรับงาน พร้อมกับลูกค้ากำหนดแบบมา พอผลิตเสร็จส่งให้ลูกค้านำไปติดยี่ห้อดังๆ หลายยี่ห้อ แต่จะไม่บอกตรงนี้เกรงว่าจะมีผลกระทบอย่างอื่น เป็นอันว่าที่ฉันผลิตนั้น ผลิตอย่างเดียวจะไม่มียี่ห้อหรือแบรนด์เป็นของตัวเอง ปริชาติ กล่าว?

อย่างไรก็ตาม ประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์จากหนัง ยอมรับว่าช่วงที่มีข่าวเกี่ยวกับโรคซาร์ส หรือไข้หวัดนกระบาดทุกครั้งจะกระทบยอดขายในตลาดต่างประเทศอย่างรุนแรง ต้องอาศัยความประหยัด เน้นตลาดในประเทศ ต้องผลิตในรูปแบบที่มีลวดลาย สีฉูดฉาด ความสวยงามเพื่อสนองคนไทย ขณะที่ลูกค้าต่างประเทศจะเน้นสีทึบๆ มากกว่า แต่คุณภาพต้องได้มาตรฐาน ซึ่งตรงนี้ ปริชาติ บอกว่าไม่กลัวอยู่แล้ว เพราะงานแต่ละชิ้นเป็นงานที่ทำด้วยมือและหนังชั้นดี อย่างตอนหลังหันมาผลิตกระเป๋าที่ทำจากหนังปลานิลด้วย อย่างเมื่อปี 2550 ปริชาติ ยอมรับมีความปีติยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ผลิตกระเป๋าจากหนังปลานิลทูล เกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งที่ออกงานแสดงสินค้าที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี?
ตอนที่มีข่าวโรคซาร์ส ไข้หวัดนกระบาด จากเดิมเคยมีออเดอร์มาจากญี่ปุ่นเป็นแสนๆ ชิ้น ปรากฏว่าหายไปเลยค่ะ รู้สึกกลุ้มใจ เราต้องอาศัยตลาดเมืองไทยถึง 80% จากเดิมอาศัยตลาดในเมืองไทยเพียง 10% เท่านั้น แต่ตอนนี้ออเดอร์เข้ามาแล้ว อย่างกระเป๋าเฉลี่ยตกเดือนละ 2,500-3,000 ชิ้น รองเท้ากว่า 1,000 คู่ และอื่นๆ อีกจำนวนมาก ทำให้แต่ละเดือนจะมีเงินหมุนเวียนราวเดือนละ 1.7-2 แสนบาท ทำให้สถานะของกลุ่มอยู่ได้? ประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์จากหนังกล่าว?
ปริชาติ ย้อนถึงอดีตว่า กว่าจะมารวมกลุ่มทำผลิตภัณฑ์เครื่องหนังส่งออกในวันนี้ว่า จับงานมาหลายอย่างส่วนใหญ่เป็นกิจการส่วนตัว เนื่องจากไม่ชอบเป็นลูกจ้างคนอื่น เริ่มเปิดบริษัท โปรดักชั่นส์ ผลิตหนังโฆษณา บริษัท เอเยนซี ออแกไนเซอร์ รับงานประชาสัมพันธ์ให้กรมต่างๆ ของกระทรวงอุตสาหกรรม เนื่องจากตอนนั้นสามีทำงานในกระทรวงอุตสาหกรรม พอสามีเกษียณตัวเองก่อนกำหนด จึงรวมตัวตั้งกลุ่มผลิตกระเป๋าพลาสติก และในช่วงนั้นมีคนจากหมู่บ้านมารือโบ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ต้องการเรียนรู้การทำพลาสติก ทั้งๆ ที่มีความชำนาญด้านทำโคมไฟ จึงแนะให้ทำโคมไฟต่อที่นราธิวาส โดยเธอจะเป็นผู้หาตลาด ครั้งแรกขายที่เมืองธานี เพียง 4 วันขายได้ถึง 7 แสนบาท ตอนหลังจึงให้กลุ่มชาวบ้านมารือโบจัดเอง ส่วนตัวเองหันมาผลิตเครื่องหนังในปัจจุบัน?
ก็นับเป็นกลุ่มแม่บ้านที่ประสบผลสำเร็จอีกกลุ่มหนึ่ง ที่สามารถเจาะตลาดได้ทั้งในและต่างประเทศได้อย่างสวยงาม สนใจจะร่วมกลุ่มสอบถามได้ที่ 0-8175-20203?
ทำประเป๋าใส่ เงินใช้เอง
สำหรับผู้ที่สนใจอยากลองทำกระเป่าหนังใส่เงินมาใช้เอง มีวิธีไม่ยากนัก
1.เริ่มจากที่จัดหาซื้อหนังมา จะเอาเกรดไหนก็ได้
2.เมื่อได้หนังแล้วมาแพ็ทเทิร์นตามแบบที่ต้องการว่าจะมีขนาดไหน
3.นำหนังที่ดีไซน์แล้วมาตอกลายตามต้องการ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีบล็อกหรือแม่พิมพ์อยู่แล้ว
4.นำมาเย็บกับเครื่องเย็บหนังตามรูปทรงที่กำหนด
5.ทำความสะอาด มาพ่นสีตามที่ต้องการ เมื่อสีแห้งนำมาเครือบ หรือทาเชลแล็กให้เงางามก่อนจะนำไปใช้?
ที่มา : เดลินิวส์?
กระเป๋าจากเศษหนัง
การผลิตกระเป๋าหนังแท้นี้เป็นการสร้างอาชีพในชุมชนจักรสุภา ที่ส่วนมากคนในชุมชนจะทำงานโรงงาน และช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีก็จะตกงานเสียส่วนมาก ดังนั้น จึงมีการรวมกลุ่มขึ้นมา ทำอาชีพเย็บกระเป๋าจากหนังแท้
การผลิตสินค้าให้สามารถขายได้ในราคาไม่แพง ได้รับความนิยมเพราะมีแบบเฉพาะ หรือเอกลักษณ์ของตนเอง และยังสามารถตามแฟชั่นได้ นอกจากความสามารถในการออกแบบแล้ว การใช้วัสดุหรือวัตถุดิบที่มีคุณภาพอย่างมีประสิทธิภาพก็เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งทีม ช่องทางทำกิน ได้พบตัวอย่างหรือต้นแบบของหลักคิดดังกล่าว และนำมาเล่าสู่กันฟัง กับสินค้า กระเป๋าจากเศษหนัง
ปทุมทิพย์ เอี่ยมสะอาด ประธานกลุ่มอาชีพผลิตกระเป๋าหนังแท้-ชุมชนจักรสุภา อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เล่าว่า การผลิตกระเป๋าหนังแท้นี้เป็นการสร้างอาชีพในชุมชนจักรสุภา ที่ส่วนมากคนในชุมชนจะทำงานโรงงาน และช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีก็จะตกงานเสียส่วนมาก ดังนั้น จึงมีการรวมกลุ่มขึ้นมา โดยมีแกนนำคือ คุณป้าวิมล เดชะบุญ ประธานกลุ่มฯ คนเดิม ซึ่งทำอาชีพเย็บกระเป๋าจากหนังแท้
ด้วยความที่จะต้องการขายกระเป๋าในราคาไม่แพง พร้อม ๆ ไปกับการมีลวดลายการออกแบบเป็นของตนเอง จึงใช้เศษหนังแท้แทนหนังที่เป็นแผ่นใหญ่ ๆ เพื่อเป็นการประหยัดต้นทุน โดยมีเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัด เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัด เข้ามาช่วยอบรม รวมไปถึงช่วยด้านการตลาดด้วย เพราะส่วนมากจะขายสินค้าตามงานแสดงสินค้าต่าง ๆ ซึ่งส่วนราชการจะเป็นฝ่ายจัดหาให้ โดยกระเป๋าที่ทำนั้นมีหลายขนาด หลายแบบ และหลายราคา ตั้งแต่ 29-2,500 บาท แต่แบบที่ขายดีคือที่ราคาเฉลี่ย 29-59 บาท ด้วยราคาที่ไม่สูงจึงเป็นสินค้าที่ขายได้เรื่อย ๆ เหมาะทั้งกับการซื้อใช้เอง หรือเป็นของฝากได้ทุกเทศกาล จึงเป็นที่นิยม ขายได้เรื่อย ๆ
สำหรับการลงทุน-การจะทำอาชีพนี้ ปทุมทิพย์บอกว่า อย่างน้อยต้องพอมีฝีมือหรือทักษะทางช่างอยู่บ้าง เพราะอุปกรณ์ที่ใช้จะเป็นอุปกรณ์งานช่างต่าง ๆ รวมไปถึงจักรอุตสาหกรรมด้วย
ส่วนวัสดุผลิตกระเป๋านั้น หลัก ๆ ที่ใช้ ได้แก่ เศษหนังแท้ ซึ่งเป็นหนังวัวซื้อมาจากโรงงานผลิตกระเป๋าหนังย่านนวนคร ในราคา กก.ละ 35-150 บาท (ขึ้นกับขนาด), แผ่นโฟมทำพื้นกระเป๋าสีดำ ราคาแผ่นละ 28 บาท

วิธีทำ
เริ่มที่วาดแบบกระเป๋าลงบนโฟมซึ่งแบบกระเป๋า คล้าย ๆ แบบเสื้อผ้านั่นเอง จากนั้นทากาวลงบนแผ่นโฟมบาง ๆ แล้วค่อย ๆ วางเศษผ้าลงบนโฟม ซึ่งการวางเศษผ้าลงบนโฟมเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง โดยมีหลักว่าจะต้องเรียงเศษผ้าในแนวยาว และจะต้องใช้ประโยชน์จากเศษผ้าให้มากที่สุด ตัดทิ้งให้น้อยที่สุด
ดังนั้น แม้ว่าแบบกระเป๋าจะเป็นแบบเดียวกัน แต่ลายกระเป๋าแต่ละใบก็จะไม่เหมือนกัน เพราะตกแต่งขึ้นมาด้วยเศษผ้าแต่ละชิ้น-แต่ละสีที่ไม่เหมือนกันนั่นเอง
เมื่อทำลายบนกระเป๋าได้เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือ การแซกกระเป๋า ซึ่งขั้นตอนนี้จะต้องใช้จักรอุตสาหกรรมเพื่อเย็บริมขอบเศษผ้าให้เป็นลายดู สวยงาม และเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยด้ายที่ใช้คือสีดำและสีน้ำตาลเท่านั้น รวมไปถึงขั้นตอนต่อไปคือ การเย็บผ้าซับใน, เจาะช่องซิป, ติดกระดุม, ใส่พวงกุญแจ และประกอบเป็นตัวกระเป๋า ซึ่งจะต้องใช้จักรอุตสาหกรรมอีกครั้งหนึ่ง
หลังจากประกอบตัวกระเป๋าแล้ว ก็ตรวจสอบความเรียบร้อยอีก ครั้งว่าจะต้องแก้ไขรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อะไรอีกหรือไม่ ถ้าไม่มีปัญหา ขั้นตอนสุดท้ายคือ ขัดน้ำยาเพื่อเคลือบเงากระเป๋า เท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อย
ปทุมทิพย์บอกว่า เศษหนัง 2.5 กก. จะทำกระเป๋าใบใหญ่ได้ 1 ใบ ถ้าเป็นกระเป๋าใบเล็ก เศษหนัง 1 กก.จะทำได้ประมาณ 15 ใบ ส่วนแผ่นโฟม 1 แผ่นทำกระเป๋าใบใหญ่ได้ 2 ใบ ทำกระเป๋าใบเล็กได้ราว 25 ใบ
ทั้งนี้ สำหรับเงินลงทุนในอาชีพนี้นั้น ถ้าทำเป็นกลุ่มใหญ่ในเบื้องต้นจะใช้ทุนอุปกรณ์ประมาณ 250,000 บาท ซึ่งเป็นต้นทุนสำหรับอุปกรณ์เครื่องมือช่าง และจักรอุตสาหกรรม โดยเป็นการลงทุนครั้งแรกและครั้งเดียว ใช้ได้ไปตลอด ส่วนจะคืนทุนเร็วหรือช้านั้นขึ้นอยู่กับปริมาณยอดขาย
ขณะที่เรื่องกำไรหลักหักค่าใช้จ่ายของกระเป๋าต่อใบนั้น ปทุมทิพย์บอกว่า อยู่ที่ประมาณ 40% จากราคาขาย ซึ่งก็นับว่าเป็นรายได้ที่ดี และเป็นอีกหนึ่ง ช่องทางทำกิน ที่น่าสนใจทีเดียว
ใครสนใจ กระเป๋าจากเศษหนัง ต้องการติดต่อกับ ปทุมทิพย์ เอี่ยมสะอาด ประธานกลุ่มอาชีพผลิตกระเป๋าหนังแท้ ก็ติดต่อได้ที่ 34/51 ชุมชนจักรสุภา หมู่ 2 ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โทร. 0-2957-0237, 0-2957-0007 และ 08-1485-5812.
โคมไฟดินหอม ต่อยอดงานปั้น
เครื่องปั้นดินเผา สินค้าหัตถกรรมประเภทงานปั้น อย่างเช่น โคมไฟดินหอม ที่ต่อยอดและผสมผสานงานปั้น สร้างเอกลักษณ์เพิ่มมูลค่าให้สินค้า ในรูปแบบของงานที่ไม่ซ้ำกัน Read more »
ดอกไม้ดินญี่ปุ่น โอท็อป 5 ดาว
กลุ่มหัตถศิลป์หญ้าสยามทำธุรกิจ ดอกไม้ดินญี่ปุ่น ได้พัฒนาต่อยอดสินค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้าน ดีไซน์ และบรรจุภัณฑ์ จนได้รับคัดเลือกให้เป็นโอทอป 5 ดาวระดับประเทศ
กลุ่มหัตถศิลป์หญ้าสยาม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ ทำธุรกิจ ดอกไม้ประดิษฐ์จากดินญี่ปุ่น มานานกว่า 10 ปี มีจุดเด่นคือเหมือนดอกไม้สดจริง ทั้งยังสร้างสรรค์แบบใหม่ ๆ เพิ่มความหลากหลาย สนองตอบความต้องการลูกค้าได้อย่างดี จนก้าวไกลถึงระดับส่งออกได้ วันนี้ทีม ช่องทางทำกิน มีเรื่องราวมาเล่าสู่ Read more »
งานเปเปอร์มาเช่ กล่องรับซอง
งานกระดาษ หรือ งานเปเปอร์มาเช่ อย่างเช่นงาน กล่องรับซอง มีกลุ่มลูกค้าคือผู้ที่จัดงานมงคล โดยเฉพาะงานวิวาห์ Read more »
โคมไฟกะลามะพร้าว งานสร้าง
พีรพล โสวัตร จากกลุ่มเยาวชนผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าวและงานไม้ เจ้าของผลงาน โคมไฟกะลามะพร้าว เป็นงานสร้างสรรค์ใส่ไอเดีย ใช้ทุนต่ำ สร้างรายได้ อย่างงาม
กะลามะพร้าว ที่เคยไม่มีค่า หลัง ๆ มีการนำมาใช้ประโยชน์-สร้างมูลค่าได้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งถ้านำมาสร้างสรรค์ใส่ไอเดีย บวกฝีมือ วัสดุที่เคยถูกทิ้งไม่มีราคาอย่างกะลามะพร้าวก็จะกลายเป็นชิ้นงานที่มีคุณ ค่า-มีราคา อย่างเช่น โคมไฟกะลามะพร้าว ที่ทีม ช่องทางทำกิน มีข้อมูลมานำเสนอในวันนี้ Read more »
งานหัตถกรรม หมอนฟักทอง
ผลิตภัณฑ์ทำด้วยมือ หมอนฟักทองสำหรับพิธีมงคล อย่างพิธีแต่งงานที่รองมือรดน้ำสังข์ขั้นตอนการทำค่อนข้างยุ่งยาก เป็นงานหัตถกรรมทำด้วยมือ โดยเฉพาะการตัดเย็บเพื่อขึ้นลาย ต้องใช้ความประณีตเพราะเป็นงานละเอียด
ที่ตากผ้าอะลูมิเนียมอเนกประสงค์
ที่ตากผ้าอะลูมิเนียมอเนกประสงค์ ใช้พื้นที่ตากผ้าน้อยมาก ทำจากวัสดุที่คงทน ดัดรูปทรงง่าย ทนทาน ไม่ขึ้นสนิม
จากประสบการณ์ที่เคย พบเห็นที่ตากผ้าทำจากพลาสติกแบบวงกลมที่วางขายตามแผงทั่วไป ทำให้ประธานกลุ่มวังใหญ่พัฒนาอาชีพ วัย 40 ปี ศราวุฒิ ใจปราณี ได้ความคิดว่า น่าจะมาดัดแปลงรูปทรงที่ใช้ประโยชน์ดีกว่า มีความคงทนกว่า จึงตัดสินใจรวบรวมคนในชุมชนซอยกรุงเทพกรีฑา 21 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ ตั้ง กลุ่มวังใหญ่พัฒนาอาชีพ มาฝึกทำ ที่ตากผ้าอะลูมิเนียมอเนกประสงค์ ปรากฏว่าขายดี จนปัจจุบันผลิตไม่ทันความต้องการของตลาด โดยเฉพาะตลาดสำเพ็งรับไม่อั้น ขณะลูกค้าอื่นๆ ทั่วประเทศ แม้กระทั่ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็สั่งออเดอร์ไม่ขาดระยะ Read more »
ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากใยตาล
ด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ เส้นใยตาลที่มีความเหนียว ไม่ฉีกขาดง่าย จึงมีการเริ่มต้นศึกษาและคิดค้นรูปแบบเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากใยตาล เป็นการสร้างงานและสร้างรายได้ให้ชุมชน
วิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ อ.สทิงพระ จ.สงขลา ส่วนใหญ่นอกจากประกอบอาชีพทำนา เลี้ยงสัตว์ และประมงชายฝั่งแล้ว ประชาชน ณ ที่แห่งนี้ยังมีความผูกพันกับ ตาลโตนด ซึ่งมีอยู่มากมายนับล้านต้น จึงทำให้มีการนำมาแปรสภาพเป็นของใช้ในรูปแบบต่างๆ ตามแนวคิดของภูมิปัญญาชาวบ้านเพื่อสนองความต้องการของครัวเรือนภายในชุมชน เท่านั้น
แต่สำหรับ บัณฑิต หนูเพชร เกษตรกรรุ่นใหญ่แห่ง อ.สทิงพระ กลับมีมุมมองที่ต่างไปจากเดิม นั่นคือการนำผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นมาแปรเปลี่ยนเป็นสินค้าเพื่อแลกกับเม็ดเงินเพื่อสร้างรายได้หล่อเลี้ยงชีวิต โดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากใยตาล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างผลิตภัณฑ์ เช่น หมวก กระเป๋า และเฟอร์นิเจอร์ประดับบ้าน ทั้งนี้ ด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่นของเส้นใยตาลที่มีความเหนียว ไม่ฉีกขาดง่ายเมื่อนำสร้างงานฝีมือ จึงมีความแข็งแรง คงทน แตกต่างจากเส้นใยชนิดอื่น
ด้วยเหตุนี้จึงเริ่มต้นศึกษาและคิดค้นรูปแบบการนำเส้นใยตาลมาแปรรูปเป็น ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ด้วยการแสวงหาความรู้จากหนังสือและตำรา รวมถึงดูแบบสินค้าแบรนด์เนม จากนั้นนำมาประยุกต์ให้เข้ากับแนวทางของตัวเอง โดยเริ่มศึกษาและทดลองประมาณ 10 ปี กระทั่งมาจริงจังในยุคที่ผลิตภัณฑ์ชุมชนได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ทำให้ผลิตภัณฑ์จากใยตาลเริ่มมีอนาคตมากขึ้น หลังจากช่วงแรกผลิตออกมาสินค้าหาตลาดรองรับค่อนข้างยากนอกจากวางขายในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง
ส่วนวัตถุดิบที่นำมาใช้คือส่วนยอดของต้นตาลที่มีลักษณะเป็นใยเส้นติดอยู่กับ กาบ ซึ่งต้องนำเอาส่วนดังกล่าวมาทุบให้ละเอียดเป็นเส้นๆ จากนั้นถึงนำมาล้างทำความสะอาดก่อนตากให้แห้งแล้วค่อยเติมสีสัน พร้อมทั้งนำไปตากให้แห้งอีกครั้ง
หัตถกรรมจากใยตาลในรูปแบบสินค้าขายดี ได้แก่ กระเป๋าหลากหลายรูปแบบที่มีดีไซน์ที่ทันสมัยเหมาะกับสมัยนิยม โดยเฉพาะกระเป๋าสำหรับสตรี รวมไปถึงหมวก ปิ่นปักผม โคมไฟ เป็นต้น โดยเฉพาะกระเป๋าจากใยตาล จะเน้นการออกแบบที่สวยงามและร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็นการประดับมุก เงิน หรือขลิบทอง ซึ่งทำให้ได้รับความสนใจจากลูกค้าชาวต่างชาติเพิ่มเข้ามาทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน รวมถึงญี่ปุ่น
ด้วยความต้องการสินค้าจากใยตาลที่สูงขึ้นทำให้วันนี้เกิดกลุ่ม โหนดทิ้ง ซึ่งเป็นการรวมตัวของชาวบ้านในท้องถิ่นเพื่อร่วมกันผลิตผลงานเพื่อการค้า ส่งผลให้สมาชิกมีรายได้จากหัตถกรรมใยตาลเฉลี่ยเดือนละ 3,000-4,000 บาท ซึ่งนับว่าเป็นการสร้างงานและสร้างรายได้ให้ชุมชนได้อีกทางยามว่างเว้นจาก การทำเกษตรกรรม
วันนี้ บัณฑิต หนูเพชร จึงไม่ได้เป็นแค่เพียงแกนนำกลุ่ม โหนดทิ้ง ที่พยายามขับเคลื่อนการสร้างงาน และสร้างรายได้ให้ชาวบ้านในพื้นที่เท่านั้น แต่การมุ่งมั่นยกระดับสินค้าท้องถิ่นให้มีราคา นับเป็นแบบอย่างการอนุรักษ์ผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาของบรรพบุรุษให้คงอยู่คู่ ท้องถิ่นสืบไปอย่างไม่มีวันสูญหายได้เป็นอย่างดีอีกด้วย