ส.ค. 10 2010

เครื่องประดับเงิน พลอยร่วง

พลอยร่วงเป็นสินค้าโอท็อป ทำให้ผลิตภัณฑ์พลอยร่วงของวิสาหกิจชุมชนชมรมบ้านเจียระไนพลอยฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง หลังที่ได้ออกบูธในงานมหกรรมสินค้าโอท็อปที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็คอารีน่า เมืองทองธานี จ.นนทบุรี

จากการที่เป็นคนชอบ ท่องเที่ยวหาประสบการณ์ชีวิตทุกหนแห่ง ทำให้ สุรเดช หวังเจริญ มองว่ากิจการเจียระไนและค้าพลอย น่าจะเป็นอาชีพที่จะสร้างรายได้ดี จึงตัดสินใจรวบรวมชาวชุมชนซอยอ่อนนุช 59 แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพฯ ตั้งชมรมบ้านเจียระไนพลอยขึ้นมา ก่อนยกระดับเป็นวิสาหกิจชุมชน ชมรมบ้านเจียระไนพลอย เพื่อผลิตพลอยร่วงและผลิตภัณฑ์เครื่องประดับ จนได้รับการคัดเลือกเป็นสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอท็อป) ของเขตประเวศ กรุงเทพฯ ปัจจุบันทั้งพลอยร่วงและเครื่องประดับ ผลิตส่งขายทั้งในและต่างประเทศโดยเฉพาะบางประเทศยุโรปและเอเชีย ทำให้แต่ละเดือนมีเงินหมุนเวียนเข้าชุมชนหลายล้านบาท

พื้นเพของสุรเดช เป็นชาว อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี แต่สมัยยังเป็นหนุ่มชอบท่องเที่ยวไปยังภาคต่างๆ ของประเทศ บางครั้งเงินหมดก็หางานทำ และครั้งหนึ่งเคยรับจ้างไปขุดพลอยไพลิน ในพื้นที่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ และย้ายไปที่ อ.บ่อไร่ จ.ตราด ซึ่งระหว่างนั้นเห็นพ่อค้าพลอย ที่ไปรับซื้อพลอยไปขายได้กำไรดี จึงขยับตัวเองจากคนรับจ้างขุดพลอยมาขายพลอยบ้าง เนื่องจากเริ่มมีความชำนาญในการเลือกพลอยได้ระดับหนึ่ง และช่วงเดียวกัน เขาได้รู้จักกับภรรยาคนปัจจุบัน ซึ่งทำงานเป็นพนักงานเจียระไนเพชรของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง จึงปรึกษากันว่า น่าจะเปิดโรงงานเจียระไนพลอยเอง เพราะเขารู้จักกับนักค้าพลอยอยู่พอสมควร

ในที่สุดในปี 2528 จึงรวบรวมชาวบ้านในชุมซอยอ่อนนุช 59 ซึ่งเป็นบ้านของภรรยา เพื่อทำการเจียระไนพลอย โดยภรรยาของเขาเป็นผู้สอนให้ชาวบ้าน เบื้องต้นรับจ้างเจียระไนให้ชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าชาวเยอรมัน กระทั่งเกิดวิกฤติทางการเมืองกรณีเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เมื่อปี 2535 ต่างชาติงดการเดินทางมาเมืองไทย ทำให้กิจการเจียระไนพลอยหยุดชะงัก เขาจึงพยายามแก้ปัญหาด้วยการนำพลอยมาจาก จ.จันทบุรี มาเจียระไนและขายเอง ช่วงแรกส่งให้พ่อค้าย่านสีลมและที่ จ.จันทบุรี แต่ไม่นาน พลอยในประเทศไทยเริ่มหายาก ราคาแพงขึ้นหลายเท่าตัวจึงต้องนำเข้าพลอยดิบจากแอฟริกาแทน

คนที่อยู่ในวงการพลอยจะกว้างขวาง มีพรรคมีพวก พอพลอยบ้านเราไม่มี พรรคพวกก็แนะนำให้นำเข้าพลอยจากแอฟริกา ราคาถูก เพราะคนแอฟริกาเจียระไนไม่เป็นจึงขายแต่วัตถุดิบ ตอนหลังก็ประสบปัญหาเหมือนกัน เพราะคนของเราในชุมชนมีความถนัดในการเจียระไนพลอยที่มีลักษณะคล้ายกัน บางครั้งไม่ตรงกับความต้องการของตลาด ทำให้ถูกกดราคา ผมจึงต้องปรับปรุงใหม่ โดยการเจียระไนยพลอยให้มีรูปทรงตามที่ตลาดต้องการ ต้องฝึกคนในชุมชนใหม่ ผมเลยใช้บ้านเป็นศูนย์เรียนการเจียระไนพลอย ฝึกเด็กๆ ในชุมชนฟรี เพื่อให้คนในชุมชนมีรายได้บ้าง ตอนหลังรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชน มีการคัดสรรสินค้าโอท็อปขึ้นมา ผมส่งประกวดพลอยร่วง หรือพลอยเม็ดที่เจียระไนแล้วเข้าประกวดในนามของวิสาหกิจชุมชนชมรมบ้าน เจียระไนพลอย ปีแรกได้ 4 ดาวของเขตประเวศ สุรเดช กล่าว

การที่พลอยร่วงได้ยกฐานะเป็นสินค้าโอท็อปนั่นเอง ทำให้ผลิตภัณฑ์พลอยร่วงของวิสาหกิจชุมชนชมรมบ้านเจียระไนพลอยฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง หลังที่ได้ออกบูธในงานมหกรรมสินค้าโอท็อปที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิม แพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี จ.นนทบุรี นอกจากจะขายพลอยร่วงได้เงินมาหลายแสนบาทแล้ว ยังมีลูกค้าเพิ่มขึ้นอีกทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ และจากนั้นมีโอกาสออกงานบ่อยครั้ง จึงทำให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้นตามมาด้วย

กระนั้น สุรเดช ยอมรับว่า ความวุ่นวายของบ้านเมืองส่งผลให้กิจการค้าพลอยทรุดลง เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างประเทศ ในที่สุดเขาตัดสินใจปรับกิจการใหม่อีกครั้งด้วยการทำธุรกิจพลอยครบวงจร ทั้งรับซื้อพลอยดิบมาเจียระไนรูปทรงตามที่ลูกค้าต้องการ ขายส่งพลอยร่วง และผลิตเครื่องดับทุกชนิดทั้งแหวน สร้อยประดับด้วยพลอย ต่างหู กำไล เข็มกลัดทั้งทองคำและเงิน จนกระทั่งเครื่องประดับเงินได้รับการคัดเลือกเป็นสินค้าโอท็อป อีกรายการหนึ่ง

ปัจจุบัน สุรเดช ต้องนำเข้าพลอยจากแอฟริกาตกเดือนละ 1.5-2 ล้านบาท เพื่อมาเจียระไนในชุมชน และส่งขายทั้งตลาดในประเทศไทย ตลาดยุโรป อาทิ เยอรมนี อิตาลี ฮ่องกง และสิงคโปร์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีพ่อค้ารับไปขายต่ออีกหลายราย ทำให้แต่ละเดือนมีเงินหมุนเวียนเข้ามาในชุมชนหลายล้านบาท โดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่ขายดีสุดยังเป็นพลอยร่วง 80% ส่วนอีก 20% เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องประดับ ในจำนวนนี้ทับทิมมีราคาแพงที่สุดตั้งแต่กะรัตละ 5,000 บาท ส่วนพลอยสี อาทิ โอปอน้ำ มรกต บุษราคัม ไพลิน เป็นต้น ราคาตั้งแต่ 100 บาทถึงหลักหมื่นบาท

ตอนนี้วงการค้าพลอยยังพอไปได้ในลักษณะที่ทรงตัว แต่ถ้าบ้านเมืองสงบ ต่างชาติเข้ามา วงการพลอยก็คึกคัก โดยเฉพาะชาวยุโรป แต่การที่พลอยได้ราคาดีหรือไม้ มีองค์ประกอบ 4 อย่างคือ สีต้องสวยสด ความสะอาดของเนื้อพลอย การเจียระไนที่สวยงาม และมีน้ำหนักดี ถ้าครบ 4 อย่างนี้ขายได้ราคา เขา กล่าว

อย่างไรก็ตาม สุรเดช ฝากบอกว่า ปัจจุบันที่ทำการวิสาหกิจชุมชนชมรมบ้านเจียระไนพลอยคือบ้านของเขาเองนั้น เปิดโรงเรียนสอนการเจียระไนพลอยด้วย สำหรับเป็นการฝึกเยาวชนที่สนใจ หากเป็นเด็กนักเรียนไม่มีค่าใช้จ่าย แต่หากเป็นนักธุรกิจหรือนักค้าพลอยต้องมีค่าใช้จ่ายบ้าง เพราะต้องใช้วัตถุดิบจริง และสำคัญนักธุรกิจจะนำความรู้เพื่อทำการค้าต่อไป สนใจสอบถามได้ที่ 0-2322-6732 และ 08-9763-0730

ขั้นตอนการเจียระไนพลอย

การเจียระไนพลอยที่จะให้คุณภาพเริ่มจาก
1.การตรวจดูพลอยดิบ เพื่อหาที่ของเนื้อพลอย ว่าพลอยดิบนั้นๆ มีรูปร่างเป็นอย่างไร
2.หาจุดวิเคราะห์ สีเป็นอย่างไร เนื้อพลอยสะอาดหรือไม่ เมื่อเจียระไนแล้วจะสวยงามหรือไม่ และมีน้ำหนักหรือไม่
3.เมื่อดูคุณสมบัติแล้ว ขึ้นรูป หรือโกรนพลอยด้วยเครื่องเจียระไน ให้เข้ารูปแบบหยาบๆ จากนั้นมาติดไม้ทวน เพื่อทำรูปร่างให้ละเอียดขึ้น
4.นำพลอยที่เป็นรูปร่างแล้ว มาเจียระไน อย่างละเอียด ตัดเหลี่ยม ตามที่ลูกค้าต้องการ
5.มาตรวจ ทำความสะอาด ช่างน้ำหนักเพื่อตั้งราคาต่อไป

ที่มา : คมชัดลึก