ธุรกิจการเพาะเลี้ยงสาหร่ายสไปรูลิน่า ในประเทศไทย ยังมีผู้ริเริ่มเพียงไม่ กี่รายเท่านั้น สาหร่ายสไปรูลิน่าจะสร้างรายได้ให้เป็นอย่างมาก ด้วยเม็ดเงินลงทุนที่ไม่สูงมากนัก
หลัง “ศูนย์วิจัยสาหร่าย เพื่ออาหารและพลังงาน” โรงเรียนวิรุณบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีเชียงราย มีแนวคิดวิจัยสาหร่ายสไปรูลิน่า เพื่อนำมาสกัดเป็นน้ำมันใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลโดย “วิรุณ คำภิโล” ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย ในฐานะผู้อำนวยโรงเรียนวิรุณบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีเชียงราย แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับตรงข้ามเมื่อสาหร่ายสไปรูลิน่ามีโปรตีนสูงกว่า 70% จึงแตกไลน์สร้างฟาร์มเลี้ยงสาหร่ายสไปรูลิน่าแทน เพื่อการบริโภคในระยะเริ่มต้นไปก่อน

แต่ด้วยกระแสคนรักสุขภาพปัจจุบันพบว่า สาหร่ายสไปรูลิน่า กำลังได้รับความ นิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากสาหร่ายดังกล่าวมีสรรพคุณในการรักษาโรคได้หลากหลายชนิด รับประทานง่าย คล้ายกับเป็นอาหารเสริม จึงทำให้ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับ ผลงานยืนยันทางวิชาการหลายสถาบันทั้งในและต่างประเทศออกมายืนยัน ถึงคุณสมบัติจึงการันตีถึงคุณประโยชน์ที่มากมายมหาศาล
วิรุณเล่าให้ฟังว่า ตนเองในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนวิรุณบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีเชียงราย มีนโยบายในการส่งเสริมเรื่องพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะน้ำมันไบโอดีเซล จึงตั้งศูนย์วิจัยสาหร่าย เพื่ออาหารและพลังงานขึ้นเมื่อ 4-5 เดือนที่ผ่านมา เพื่อเป็นแปลงศึกษาสำหรับนักเรียนในการเพาะเลี้ยงและศึกษาเพื่อใช้ประโยชน์ ในการผลิตน้ำมันไบโอดีเซล เนื่องจากตนเองมีโรงงานผลิตน้ำมันไบโอดีเซลจากปาล์มน้ำมันและน้ำมันใช้แล้ว ซึ่งมีกำลังการผลิตวันละ 50,000 ลิตร
ทั้งนี้ จากผลการศึกษาพบว่าสาหร่ายสไปรูลิน่ามีปริมาณน้ำมันที่สามารถนำมาสกัดทำน้ำ มันไบโอดีเซลได้เป็นอย่างดี แต่จากการทดลองเพาะเลี้ยง กลับพบว่าสาหร่ายพันธุ์ที่นำเข้ามาเพาะเลี้ยงจาก ประเทศจีนนั้นมีปริมาณสารอาหารประเภทโปรตีนค่อนข้างสูงมีกว่า 60-70% ซึ่งเหมาะสำหรับใช้เป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ ทั้ง ไก่ กุ้ง ปลา ฯลฯ ดังนั้นจึงเบนเข็มมาศึกษาสาหร่ายสไปรูลิน่าที่เพาะเลี้ยงให้เป็นอาหารแทนการ นำมาสกัดเป็นน้ำมัน
สำหรับบ่อเลี้ยงสาหร่ายสไปรูลิน่าขณะนี้ตั้งอยู่ที่ อ.แม่สาย มีจำนวน 22 บ่อ ขนาดกว้าง 5*50 เมตร เนื้อที่ประมาณ 3-4 ไร่ พื้นที่ยังมีขนาดเล็ก แต่ได้มาตรฐานผ่านการควบคุม เนื่องจากยังเป็นฟาร์มทดลอง ส่วนเงินลงทุนในการทำบ่อเลี้ยงสาหร่ายนั้นเพียงไม่กี่หมื่นบาทเท่านั้นแต่ รายได้ที่คืนกลับมาค่อนข้างสูง ทั้งนี้ การเลี้ยงสำหร่ายที่ศูนย์วิจัยสาหร่ายนี้จะใช้กำลังของนักเรียนที่ยากจนและ ขาดแคลนรายได้ส่วนหนึ่งมาเป็นบุคคลากร เพื่อเป็นการส่งเสริมการสร้างรายได้ให้แก่นักเรียน พร้อมกับต่อยอดความรู้เพิ่มเติมอีกด้วย
วิรุณกล่าวอีกว่า ในส่วนของกำลังการผลิตหากเป็นสาหร่ายสดจะสามารถเก็บผลผลิตได้วันละ 400-500 กิโลกรัม แต่เมื่อผ่านกระบวนการอบแห้งแล้วจะเหลือน้ำหนัก 50 กิโลกรัม หากเป็นสาหร่ายสดจะจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 40 บาท แต่หากอบแห้งแล้วราคาจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 700 บาท ทั้งนี้ ในอนาคตอาจจะมีการต่อยอดสร้างแบรนด์จำหน่ายเอง
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจการเพาะเลี้ยงสาหร่ายสไปรูลิน่าในประเทศไทยยังมีผู้ริเริ่มเพียงไม่ กี่รายเท่านั้น จึงน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งกว่าในอนาคตหากมีการประชาสัมพันธ์รณรงค์อย่าง ต่อเนื่อง และมีผลงานทางวิชาการยืนยันว่าสาหร่ายดังกล่าวมีคุณประโยชน์มหาศาล สาหร่ายสไปรูลิน่าจะสร้างรายได้ให้เป็นอย่างมาก ด้วยเม็ดเงินลงทุนที่ไม่สูงมากนัก
“วรัทยา ไชยลังกา”
คมชัดลึก
Posted in อาชีพด้านเกษตรกรรม
