เลี้ยงจิ้งหรีด มีตลาดเสมอ เป็นอาชีพหลักก็ได้ อาชีพเสริมก็ดี !! เลี้ยงง่าย โตเร็ว ต้นทุนต่ำ กำไรสูง
คงเคยเห็นมีคนนำจิ้งหรีดพร้อมกับแมลงอื่น ๆ มาทอดขาย? ขายให้กับผู้บริโภคที่นิยมรับประทานแมลงเป็นของว่าง จิ้งหรีดเองก็เป็นแมลงที่คนนิยมนำมาบริโภคและมีความปลอดภัย จาก อาหารพื้นบ้านให้โปรตีนสูง ปัจจุบัน ?จิ้งหรีด? กลายเป็นหนึ่งในสินค้าสร้างรายได้ ให้กับอาชีพเสริม
จิ้งหรีดออกหากินเวลากลางคืน พบเห็นตามธรรมชาติทั่วไป สามารถนำมาเลี้ยงขยายพันธุ์ได้ทุกพันธุ์ แต่พันธุ์ที่รู้จักกันแพร่หลายมีอยู่ 2 ชนิด ได้แก่ จิ้งหรีดพันธุ์ทองดำ และจิ้งหรีดพันธุ์ทองแดง พันธุ์ทองดำนิยมเลี้ยงกันมาก เนื่องจากสามารถขยายพันธุ์ได้เร็วและเลี้ยงง่าย
สำหรับวันนี้มีคำแนะนำสำหรับผู้ที่อยากเลี้ยงจิ้งหรีด เป็นอาชีพเสริม เลี้ยงอย่างอื่นไม่ได้ผลก็หันมาเลี้ยงจิ้งหรีดเผื่อประสบความสำเร็จ หรือว่าจะเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมก็ไม่เห็นจะเป็นไร รายได้ก็จะเพิ่มมาอีกแน่นอน
การเลี้ยงจิ้งหรีด ก็คือ การนำจิ้งหรีดมาเลี้ยงและมีการดูแล โดยมีหลักการที่ว่าจิ้งหรีดที่นำมาเลี้ยงนั้น จะต้องมีสภาพความเป็นอยู่เหมือนกับในธรรมชาติมากที่สุด ดังนั้น จึงต้องมีการเตรียมการและจัดการที่ดี
ในการเลือกที่ตั้งโรงเรือน ในการเลี้ยงจิ้งหรีดนั้น มีวิธีการดูดังนี้
- บริเวณก่อสร้างโรงเรือนควรเป็นที่ดอน น้ำไม่ท่วมขัง
- บริเวณที่จะเลี้ยงควรมีพื้นที่กว้างพอสมควร
- บริเวณที่จะเลี้ยงต้องป้องกันฝนและแสงแดดจัดได้ โดยมีแสงแดดส่องผ่านประมาณ 30-40% ในช่วงเช้าและสาย มีอากาศถ่ายเทสะดวก
- พื้นที่จะใช้เลี้ยงไม่ควรเป็นสถานที่มีโรคและการระบาดของแมลงศัตรูพวกมด ไร
- พื้นที่ควรมีแหล่งอาหารธรรมชาติ หาได้ง่าย เช่น หญ้าจากธรรมชาติ ผักตบชวา เป็นต้น
สำหรับ แบบโรงเรือนมีข้อแนะนำว่า โรงเรือนสามารถเลี้ยงได้ในสภาพทั่วไปที่มีอยู่ หรืออาจจะจัดทำโรงเรือนไว้เลี้ยงโดยเฉพาะที่ก็ได้ ถ้ามีทุนดำเนินการเพียงพอ หรือจะเลี้ยงใต้ชายคาบ้าน ใต้ถุนบ้านก็ได้ แล้วแต่ความเหมาะสม แต่ต้องมีการป้องกันการถูกฝนสาดถึง และป้องกันแดดจัดได้
ในส่วนของอุปกรณ์ในการเลี้ยงจิ้งหรีดนั้น มีดังต่อไปนี้
1.) บ่อจิ้งหรีด วัสดุที่จะนำมาเป็นสถานที่เพาะเลี้ยง มีอยู่มากมายหลายชนิด เช่น ถัง กะละมัง ปี๊บ เป็นต้น แต่ถ้าใช้วงปูน จะคงทนและสามารถใช้เลี้ยงจิ้งหรีดได้ตลอดไปและมีราคาไม่สูงนัก ง่ายต่อการเลี้ยงและป้องกันศัตรู วงปูนมีหลายขนาด แต่ขนาดที่เหมาะสมในการเลี้ยงและการจัดการควรเป็นวงขนาด 80 x 50 ซม. ซึ่งสามารถปล่อยแม่พันธุ์ 3 ตัว ต่อพ่อพันธุ์ 1 ตัว
2.) แผ่นพลาสติกและเทปกาว แผ่น พลาสติกและเทปกาวจะใช้ติดรอบวงในด้านบนเพื่อป้องกันจิ้งหรีดไม่ให้ออกนอกวง จะใช้พลาสติกตัดกว้างประมาณ 2-3 นิ้ว ให้ยาวเท่าเส้นรอบวง ในการใช้กระดาษกาวติดทับพลาสติกวงปูน (ติดพลาสติกครึ่งหนึ่ง ติดขอบบ่อครึ่งหนึ่ง)
3.) ยางรัดปากวง ยางในรถจักรยาน หรือ รถจักรยานยนต์ ตัดให้มีขนาดกว้างน้อยกว่าขอบวงด้านนอก ตัดอย่าให้มีความกว้างของยางมาก เพื่อความสะดวกเมื่อเวลายืดรัดตาข่ายกับขอบวง
4.) กาบมะพร้าว เป็นวัสดุเพื่อใช้วางในวงท่อปูนสำหรับเป็นที่หลบซ่อนของจิ้งหรีด จะใช้กาบมะพร้าวแห้งประมาณ 2-4 ชิ้น
5.) เศษหญ้าแห้ง เป็นวัสดุที่ใช้วางทับกาบมะพร้าว ใช้ทับหนาประมาณ 2 ซม. เพื่อป้องกันแสงสว่างและให้ความอบอุ่นแก่จิ้งหรีด
6.) ถาดน้ำและถาดอาหาร ควรเป็นถาดที่ไม่ลึกมาก เพื่อให้จิ้งหรีดได้ขึ้นกินอาหารและน้ำได้สะดวก 1 วง จะมีถาดอาหารและน้ำอย่างละ 2 ที่
7.) พลาสติกไนลอนสีเขียว เป็นตาข่ายสำหรับปิดปากวงบ่อปูน เพื่อป้องกันการบินหนีของจิ้งหรีดตัวเต็มวัยและป้องกันศัตรูเข้าทำลาย จิ้งหรีด ตัดให้มีความกว้างกว่าปากวงบ่อปูนรอบนอกเล็กน้อย เช่น วงขนาด 80 ซม. จะติดตาข่ายไนลอนสีเขียวขนาด 100?100 ซม.
ยังไม่หมดแค่นี้ครับ เห็นได้ว่าที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นไม่ยากเลยใช่ไหมครับสำหรับขั้นตอน ต่าง ๆ ทำก็ง่ายดาย ไม่ต้องใช้เงินมากมายอะไร
ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
Posted in อาชีพด้านเกษตรกรรม
