อดีตที่ว่า ต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เป็นตำบลที่เก่าแก่สภาพโดยทั่วไปเป็นหนองน้ำ และมีต้นรังกาขึ้นในแหล่งน้ำเหล่านี้เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านจะนำมาทอเป็นเสื่อจนมีชื่อเสียง อย่างครอบครัว ยศพล ที่ได้ประยุกต์การทอด้วยต้นรังกามาเป็นหวาย มีผลิตภัณฑ์ขนาดเล็กมากมาย กระทั่งมาเป็น ธรรมาสน์หวาย

ครั้งแรกได้เข้าไปทำงานกับกลุ่มทอหวายภายในหมู่บ้าน โดยเริ่มฝึกหัดการทอหวายแบบลองผิดลองถูก ผนวกกับการเอาความรู้จากการฝึกหัดการทอหวายมาจากโรงงานทอหวายในเขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร มาใช้ผสมผสานกันไป จนสามารถทอภาชนะหวายออกมาได้โดยใช้ระยะเวลา กว่า 15 ปี จึงได้ออกมาทำเอง โดยอาศัยสมาชิกในครอบครัวช่วยเหลือ
เมื่อปี 2551 ได้ระดมเงินจากครอบครัวจำนวน 3 หมื่นบาท มาลงทุนซื้อหวายจาก จ.ตราด จ.จันทบุรี และ จ.ระนอง มาทำธรรมาสน์หวาย โดยสั่งหวายเกรดเอ ขนาด 32, 28, 26, มิล อย่างละ 50 กก. ผิวหวาย 50 กก. หวายเล็ก ขนาด 7 มิล 50 กก. ไส้หวาย ขนาด 3 มิล 50 กก. โดยกรรมวิธีในการผลิตจะใช้ระยะเวลา 3 วัน ต่อธรรมาสน์หวาย 1 ตัว
สำหรับขั้นตอนในการผลิต ธรรมาสน์หวาย
วันแรกเตรียมหวายเพื่อทำแบบ หรือโครงสร้าง ซึ่งขนาดที่ทำออกมาจำหน่าย ทั่วไปจะมีขนาดความสูง 80 ซม. กว้าง 90 ซม. จากนั้นนำหวายที่เตรียมไว้มาให้เข้ารูปโครง โดยใช้หวายขนาด 26, 28, 36 มาประกอบให้เป็นพนักพิง,ที่วางแขน, ที่นั่ง และขาเก้าอี้ โดยจะแบ่งเป็น 4 ส่วน จากนั้นนำมาประกอบให้เป็นเก้าอี้ แล้วทำการตกแต่งด้วยหวายขนาดเล็กลงมาตามลวดลายที่ออกแบบไว้ ก่อนนำมายอมสี โดยใช้สีวานิสดำ จากนั้นนำตากแดดจนแห้งแล้วนำมาเคลือบด้วยแล็กเกอร์ ตากจนแห้ง ก่อนนำมาตกแต่งด้วยผิวหวาย ซึ่งกระบวนการผลิตจะต้องใช้เวลา 2 วัน
วันที่ 3 จึงทำการเจาะรูหวายให้เป็นรูปต่างๆ จากนั้นจึงเริ่มเก็บเงื่อนหวายเพื่อให้เรียบร้อย และใช้ดินสอพองอุดตามรูตะปู แล้วนำมาเคลือบด้วยสีเงาอีกครั้ง ก่อนจะนำไปตากแดดจนแห้ง จึงจะนำออกไปขายได้
อดุลย์ เล่าอีกว่า ธรรมาสน์หวาย 1 ตัวจะใช้เงินลงทุนประมาณ 6,000 บาท ส่วนราคาขายรวมค่าแรงตกตัวละ 1-1.2 หมื่นบาท แล้วแต่ความยากง่ายของลวดลาย ทั้งนี้ ช่วงลงทุนครั้งแรกต้องใช้เวลากว่า 2 เดือน จึงได้ทุนคืน โดยมีญาติรวม 6 คน ช่วยกันทำ ซึ่งกลุ่มผู้ซื้อส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนที่ชอบทำบุญ และตลาดที่มีการสั่งซื้อมากส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ชัยภูมิ ขอนแก่น และมหาสารคาม
โดยในส่วนของกำไรที่ได้จากการจำหน่ายธรรมาสน์หวาย อดุลย์ บอกว่าก็นำมาต่อยอดเร่งผลิตสินค้า ที่เฉลี่ยเดือนละ 20 ตัว สามารถสร้างรายได้ให้ถึงเดือนละ 7-8 หมื่นบาททีเดียว
Posted in อาชีพด้านศิลปหัตกกรรม
